โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
เฟซบุ๊กของฮุน เซน
ฮุน เซน คนขี้โม้
ไม่มีใครปฏิเสธว่า ชาวนาผู้จับอาวุธขึ้นต่อสู้กับเวียดนาม ไทย แล้วรอดชีวิต ต้องเสียดวงตาข้างหนึ่ง จะกลับกลายมาเป็นผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้ทรงพลังจะไม่มีความสำคัญทางการเมืองในภูมิภาค
แต่ผู้เขียนขอเตือนว่า ควรมองฮุน เซน เป็นคนคนหนึ่งด้วย เราจะได้เข้าใจเขา เข้าใจความคิดของเขาอย่างรอบด้าน
เรื่องหนึ่งคือ ฮุน เซน มักแสดงความเก่งเรื่อง เฟซบุ๊ก เป็นความจริงหรือ แล้วเฟซบุ๊กของฮุน เซน สะท้อนอะไรบ้าง
ปี พ.ศ.2554 จากการลงภาคสนามที่กัมพูชาของผู้เขียนในการประเมินโครงการวิจัย ความช่วยเหลือต่อการพัฒนาประเทศ ของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ของสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย1
ทีมงานวิจัยพบว่า ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาครั้งที่แล้วมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในกัมพูชาก่อน แล้วนักการเมืองผู้สมัครของพรรครัฐบาลกลับมีคะแนนนิยมตกต่ำลง แม้ฮุน เซน จะใช้วิธีการหาเสียงดั้งเดิม ได้แก่ การเดินทางไปท้องถิ่นพบปะเยี่ยมเยือนประชาชน ไปในงานเลี้ยงและงานบุญใหญ่ของท้องถิ่นและของชาติ
ฮุน เซน ไม่เคยปฏิเสธการไปเป็นประธานมอบปริญญาและให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับต่างๆ ของสถาบันการศึกษาสำคัญของประเทศเลย
นอกจากนี้ ฮุน เซน ยังนิยมไปเป็นประธานมอบหรือเปิดงานโครงการก่อสร้างและงานพัฒนาที่ได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แล้วแอบเคลมว่า ฮุน เซน เป็นผู้มอบโครงการเหล่านั้นในฐานะเจ้าของหรือผู้ริเริ่มเอง2
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าฮุน เซน ยังคงใช้กลไกทางการเมืองเพื่อเรียกคะแนนความนิยมของตนและนักการเมืองของพรรครัฐบาลเช่นนี้ แต่ความนิยมทางการเมืองของตัวเขาเองและนักการเมืองในสังกัดย่ำแย่ลง
ฮุน เซน พบด้วยตัวเองว่า เพราะคนหนุ่มสาวกัมพูชาล้วนใช้สื่อโซเชียล ได้แก่ Facebook, Twitter เป็นต้น โดยที่คนรุ่นใหม่แสดงความเห็นต่อประเทศและรัฐบาลโดยเปิดเผย
ดังนั้น ฮุน เซน ถึงกับช็อกในผลของสื่อโซเชียล แล้วเปิด Facebook ของตัวเองเพื่อทำความเข้าใจอย่างจริงจังกับความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่กัมพูชา
รวมทั้งเริ่มสกัดกั้นความคิดเห็นต่างๆ พร้อมเซ็นเซอร์ ในที่สุดสั่งปิดบัญชีของคนกัมพูชาบางกลุ่ม
นั่นคือ ฮุน เซน เพิ่งใช้เฟซบุ๊กเมื่อปี พ.ศ.2554 หรือ 14 ปี ที่สำคัญเขาใช้สื่อโซเชียลนี้ด้วยความตื่นตระหนกทางการเมืองมากกว่า
ทัวร์ไทยจอดเพียบ แห่คอมเมนต์เฟซบุ๊ก “ฮุน เซน” หลังสามารถเข้าส่องโปรไฟล์ได้แล้ว
23 มิถุนายน 2568 เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่รถทัวร์คนไทยพากันไปลงอย่างหนัก เมื่อพบว่าทางเพจเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สามารถเข้าไปส่องดูหน้าโปรไฟล์ และคอมเมนต์ข้อความต่างๆ ในโพสต์ได้แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้คนไทยไม่สามารถค้นหาเฟซบุ๊ก และเข้าไปดูที่หน้าเพจได้ จึงคาดว่าเป็นการบล็อก IP ปิดกั้นเพจ ไม่ให้ผู้ใช้จากประเทศไทยมองเห็น ซึ่งทำให้ในขณะนี้โพสต์ต่างๆ ทางเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว พบว่ามีคนไทยไปแสดงความคิดเห็น ทั้งยังแชร์ออกไปพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก
เฟซบุ๊กแสดงปัญหาภายในของฮุน เซน
หากย้อนกลับไปดูที่มาและบทบาทของเฟซบุ๊กของฮุน เซน เราจะพบว่าเฟซบุ๊กของฮุน เซน สะท้อนสิ่งที่กำลังเป็นปัญหาของฮุน เซน ในช่วงนั้นๆ ด้วย
ต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 นายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุน เซน แห่งกัมพูชา กล่าวในระหว่างการพบปะกับแรงงานกว่า 17,000 คน ที่นิคมอุตสาหกรรมคำตัน (Camton) จ.กันดาล (Kaldal) กัมพูชาว่า แผนการใดๆ ที่จะขับไล่แรงงานกัมพูชา ลาว และเมียนมา อาจส่งผลกระทบอย่างมากไม่เพียงแต่ต่อเศรษฐกิจของทั้งสามประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงเศรษฐกิจไทยจะจ้างแรงงานต่างด้าวด้วย นโยบายดังกล่าวของพรรคก้าวไกลนั้น จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย3
นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ยังกล่าวด้วยว่า หัวหน้าพรรคการเมืองชนะการเลือกตั้งไม่ใช่ว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี4
นี่น่าจะเป็นอะไรที่มากกว่าความห่วงใยต่อการเมืองไทยช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พรรคก้าวไกลและว่าที่นายกรัฐมนตรี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
แต่แสดงถึง สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงในไทยและในกัมพูชาครั้งสำคัญพร้อมกันไป ด้วยว่าข้อเขียนอันลุ่มลึกของ อัญเจียขแมร์ ที่เปิดขุมความรู้ใหม่เรื่อง ชาวเน็ตเขมรเคลมว่า ทิม-พิธา หรือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เขามีเชื้อสายกัมปูเจียนะ?
เรื่องพิธามีเชื้อสายกัมปูเจีย เป็นวัฒนธรรมการเมือง (Political Culture) ที่ลุ่มลึกอันดำรงอยู่ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและไทยในหลายมิติ
ประการสำคัญ เสียงลือในโซเชียลเขมร ทิม-พิธามีเชื้อสายกัมปูเจียนี่เป็นมากกว่าการปั้นยอดวิวคอนเทนต์ของเหล่าทูบเบอร์กัมพูชาที่เชื่อมโยงทิม-พิธาไปในประวัติศาสตร์ สมัยเจ้าเมืองพระตะบองของพวกเสียม (สยาม-ในสมัยนั้น-ขยายโดยผู้เขียน) ที่ปกครองเมืองเขมร โดยทิม-พิธาเป็นลูกหลานสมาชิกตระกูลอภัยภูเบศ
อาการที่ทูบเบอร์เขมรอ้างหรือเคลม ทิม-พิธาไม่น่าเป็นแค่ปั่นยอดวิวของชาวเน็ตเขมรในโซเชียล แต่กลับมีวาระซ่อนเร้นในพัฒนาการและโครงสร้างการเมืองกัมพูชาปัจจุบันที่นำเอาอดีตกาลมารับใช้การต่อสู้การเมืองในปัจจุบันของกัมพูชา นำชัยชนะปัจจุบันของพรรคก้าวไกลหรือที่ภาษาเขมรเรียกว่า เตียวมุข (ก้าวไกล) มาเป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อให้สั่นสะเทือนโครงสร้างการเมืองเดิมของกัมพูชา ที่ผูกขาดและครอบงำด้วยระบอบฮุนเซนกว่า 3 ทศวรรษ
เฟซบุ๊กของฮุน เซน บอกแก่เราถึงคลื่นความเปลี่ยนแปลงในกัมพูชา ความนิยมทางการเมืองของฮุน เซน ตกต่ำ แล้วสื่อโซเชียลก็เป็นเครื่องมือทางการเมืองของท่านผู้นำอีกครั้งหนึ่ง
1 อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ (หัวหน้าโครงการวิจัย) การให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่อประเทศเพื่อนบ้าน : กรณีเส้นทาง R 3A และ R 48 เสนอต่อสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) 2554
2 ทีมงานของเขา เน้นงานเลี้ยงชาวบ้าน จัดเวทีปราศรัย แล้วฮุน เซน มักกล่าวปราศรัยด้วยเวลานาน จนกระทั่งนักศึกษาที่รับปริญญาเบื่อหน่ายเรื่องที่ดูซ้ำไปซ้ำมา
3 “PM reacts against newly elected Thai Party’s policy on foreign migrant workers” Khmer Times, 2 June 2023.
4 Ibid.,
