อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด
นารีพิฆาต
พระบิ๊กเบิ้มร่วงอีกรูป
ถึงคิว ‘เจ้าคุณอาชว์’
พิษ ‘คลิปลับ’ ทำจีวรหลุด
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนดงขมิ้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ มีข่าวการลาสิกขาของ พระเทพวชิรปาโมกข์ (อาชว์ อาชฺชวปเสฏฺโฐ) หรือ ‘เจ้าคุณอาชว์’ เจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ และเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) ที่วัดจันทร์สามัคคี จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าตัวจะหายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งไว้เพียงข้อสงสัยที่ว่าเหตุการณ์นี้จะซ้ำรอย ‘เจ้าคุณแย้ม’ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง หรือไม่
แต่ในหมู่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งตำรวจสอบสวนกลาง ต่างรับรู้สาเหตุของการแอบสึกครั้งนี้เป็นอย่างดี
โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ภายหลังมีข่าวการสึกเพียงวันเดียว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ปทุมราช ผกก.1 ปปป. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รรท.รองเลขาฯ ป.ป.ท. ก็นำกำลังเข้าตรวจค้นที่วัดตรีทศเทพ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานบัญชีเงินฝาก ทรัพย์สินทั้งของวัดและเจ้าอาวาส
อย่างไรก็ตาม สาเหตุในการสึกของ ‘เจ้าคุณอาชว์’ นั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวว่า ไม่ได้มีสาเหตุจากการหนีเรื่องทุจริต เพราะไม่ได้มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริต แต่เป็นเพราะมีผู้ร้องเรียนเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกาคนหนึ่ง ก่อนที่จะมีการอัดคลิปมาแบล๊กเมล์จนทำให้ต้องสึก โดยในวงการสงฆ์เรียกกันว่าแผน ‘นารีพิฆาต’
ขณะที่รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า มูลเหตุสำคัญมาจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับสีการายหนึ่ง ซึ่งลักษณะเรื่องราวคล้ายกับกรณีของทิดแย้ม หรือพระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม กิตฺตินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง

จากข้อมูลพบว่า เมื่อปี 2565 ได้มี สีกา ก. (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี หญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่ง เข้ามาตีสนิทเจ้าคุณอาชว์ จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวแบบลับๆ มีการนัดพบเพื่อร่วมหลับนอนกันตามโรงแรมต่างๆ หลายครั้ง เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
กระทั่งเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ปรากฏข่าวกรณีทิดแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ถูกจับดำเนินคดีจากกรณียักยอกเงินวัดเลี้ยงดูหญิงสาว ตามสื่อต่างๆ จึงทำให้ เจ้าคุณอาชว์ ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกัน เกิดความกังวล พยายามตีตัวออกห่างสีกา ก. เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้เรื่องของตัวเองจะถูกเปิดโปงขึ้นสักวัน
เมื่อสีกา ก. เริ่มรับรู้ถึงพฤติกรรมและท่าทีที่เปลี่ยนไปของเจ้าคุณอาชว์ จึงเกิดความไม่พอใจ กุเรื่องอ้างว่าตัวเองตั้งครรภ์ขึ้นมา เพื่อจะข่มขู่เรียกเงิน โดยส่งข้อความไปหาเจ้าคุณอาชว์ ในเชิงข่มขู่ ยื่นข้อเสนอขอเงินก้อนเพื่อขอค่าเลี้ยงดูลูกจำนวน 7,680,000 บาท มีการแจกแจงรายละเอียดอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับเลี้ยงดูลูกแต่ละเดือน นับตั้งแต่คลอดจนถึงอายุ 20 ปี เฉลี่ยตกเดือนละ 32,000 บาท
แต่ภายหลัง เจ้าคุณอาชว์ทราบความจริงว่า สีกา ก. ไม่ได้ตั้งครรภ์ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงตัดสินใจปฏิเสธที่จะจ่ายเงินให้กับสีกา ก. ตามข้อเรียกร้อง จึงทำให้สีกา ก. เกิดความไม่พอใจ พยายามนำเรื่องความสัมพันธ์ของตนเองกับเจ้าคุณอาชว์ ไปบอกให้พระรูปหนึ่งทราบ

สีกา ก. ไม่ได้กล่าวหาอย่างเลื่อนลอย แต่เจ้าตัวมีหลักฐาน ทั้งคลิปวิดีโอของเจ้าคุณอาชว์ ขณะกำลังยืนแต่งตัวสวมสบงท่อนล่าง ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า อยู่ในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีเสียงของสีกา ก. พูดแทรกอยู่ในคลิปตลอดเวลา บ่งบอกว่าทั้งคู่อยู่ในห้องร่วมกันลำพังสองต่อสอง และหลักฐานคลิปวิดีโอคอลพูดคุยกับสีกา ก. ในลักษณะให้คำสัญญาว่าจะมั่นหมายเพื่อแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงแชตสนทนาพูดคุยเชิงชู้สาวของทั้งสอง เพื่อสร้างแรงกดดันให้เจ้าคุณอาชว์ยอมจ่ายเงินตามข้อเรียกร้อง หากไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้
แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นดังหวัง เพราะเรื่องราวของทั้งคู่เริ่มถูกเผยแพร่ปากต่อปาก ส่งต่อกันไปมาจนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวในแวดวงสงฆ์ระดับสูง ก่อนจะมีพระผู้ใหญ่บางรูปทนรับพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหว นำเรื่องพร้อมหลักฐานยื่นร้องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ช่วยตรวจสอบ
หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบเรื่องดังกล่าว จึงเตรียมประสานให้เจ้าคุณอาชว์เข้าให้ข้อมูล แต่ปรากฏว่า ระหว่างนั้นเจ้าคุณอาชว์เกิดรู้ตัวก่อนรีบชิงลาสิกขา แล้วเดินทางหนีไปเสียก่อน
จากการตรวจสอบของตำรวจพบว่า สีกา ก. เป็นหญิงสาวอายุ 35 ปี ค่อนข้างมีฐานะ หน้าตาดี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรู ใช้รถเก๋งราคาแพงตระเวนทำบุญตามวัดต่างๆ โดยจะเลือกพระที่มีตำแหน่งสูงตามวัดใหญ่ๆ ก่อนเข้าไปตีสนิททำความคุ้นเคย
ที่สำคัญเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพระชั้นผู้ใหญ่มาแล้ว 2-3 รูป แต่ไม่ปรากฏเป็นข่าวอื้อฉาว จนกระทั่งมาถึงกรณีเจ้าอาวาสวัดตรีฯ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังตามตัวสีกา ก. ไม่ได้

ขณะเดียวกัน จากการติดตามเส้นทางของเจ้าคุณอาชว์ พบว่าก่อนหน้าจะลาสิกขานั้น เจ้าคุณอาชว์ที่ยังเป็นพระสงฆ์อยู่เดินทางออกจากประเทศไทยด้าน จ.หนองคาย ไปนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อช่วงเวลา 21.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน จากนั้นวันที่ 28 มิถุนายน เจ้าคุณอาชว์ตระเวนไปตามวัดต่างๆ ในนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อขอให้ทำพิธีลาสิกขาให้ แต่ไม่มีวัดไหนยอมทำให้
จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 29 มิถุนายน เจ้าคุณอาชว์เดินทางต่อไปยังวัดไทรน้อย ตั้งอยู่ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อขอให้ทำพิธีลาสิกขา แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากไม่มีพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ลาสิกขาให้ตามความต้องการ จึงต้องเดินทางข้ามฝั่งกลับ จ.หนองคาย ในสภาพที่ยังครองสมณเพศอยู่
ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 29 มิถุนายน เจ้าคุณอาชว์ติดต่อบุคคลหนึ่งขอให้พาเข้าพบพระที่วัดจันทรสามัคคี เพื่อแสดงเจตนารมณ์ลาสิกขาโดยสมัครใจ โดยมีหนังสือบันทึกว่าลาสิกขาเมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2568
แหล่งข่าวระบุอีกว่า หลังสึกเป็นฆราวาสแล้ว อดีตเจ้าคุณอาชว์ต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทยไป สปป.ลาว อีกครั้ง แต่ปรากฏว่าหนังสือเดินทางที่ใช้เป็นข้อมูลขณะเป็นพระสงฆ์ ทำให้เอกสารไม่ตรงกันหลังลาสึกเป็นฆราวาสแล้ว จึงไม่มีเอกสารเดินทางออกนอกประเทศได้ คาดว่าอดีตเจ้าคุณอาชว์ขอให้คนรู้จักพาไปหาที่พักพิง ซึ่งอาจเป็นสำนักสงฆ์ หรือโรงแรมรีสอร์ต และอาจยังคงอยู่ในพื้นที่ จ.หนองคาย หรือจังหวัดใกล้เคียง
ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ บช.ก. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงอดีตเจ้าคุณอาชว์ลาสึกกะทันหัน พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวสีกา ก. หญิงคนสนิทมาให้ปากคำในฐานะพยาน เพื่อชี้แจงข้อเคลือบแคลงสงสัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของทั้งคู่
พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยหลังประชุมว่า ความผิดของอดีตเจ้าอาวาสในขณะนี้พบเพียงแค่เรื่องผู้หญิง แต่เชื่อว่าหากผู้หญิงได้เงินจากพระไปเงินก็น่าจะเป็นเงินวัด ดังนั้น ต้องตรวจสอบเส้นเงิน หากได้รับข้อมูลจากธนาคารเมื่อไหร่ การดำเนินการต่างๆ ก็จะง่ายขึ้น และจะทำให้รู้ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่า ส่วนเรื่องที่สีกาข่มขู่เรียกเงิน 7 ล้านบาทจากเจ้าคุณนั้น จากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้นทราบว่ามีจริง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน ซึ่งการกระทำของสีกา ก. ส่วนตัวมองว่าในขณะนี้เจ้าคุณคงไม่มาแจ้งความดำเนินคดี
ส่วนที่ตำรวจ ปปป.เดินทางไปที่วัดตรีฯ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนนั้น เพื่อเป็นคนกลางช่วยเจรจาให้ยอมสึก เนื่องจากได้รับการประสานจากพระผู้ใหญ่และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้ช่วยเจรจา เพราะก่อนหน้านี้พระผู้ใหญ่และ พศ.เจรจาขอให้สึกมาแล้วแต่ไม่ยินยอม แม้จะมีหลักฐานเป็นภาพคลิปวิดีโอและแชตสนทนากับสีกาที่แสดงให้เห็นว่ากระทำผิดวินัยสงฆ์อย่างชัดเจนก็ตาม หากปล่อยไว้เกรงว่าจะเกิดปัญหาคลิปหลุดตามมาและทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย เราจึงต้องไปยับยั้งปัญหา แต่ในวันนั้นไม่พบเจ้าคุณ
อีกเหตุผลหนึ่งที่ตำรวจรีบเข้าไปตรวจสอบวัดเนื่องจากเป็นห่วงเรื่องทรัพย์สินวัด เกรงว่าเจ้าคุณจะนำทรัพย์สินวัดไปด้วย
รอง ผบ.ช.ก.ยังระบุอีกว่า คดีนี้แตกต่างกับกรณีคดีทิดแย้ม เพราะคดีนั้นเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานจนเห็นการทุจริตต่างๆ ชัดเจน แต่กรณีเจ้าคุณอาชว์เพิ่งได้รับข้อมูลเรื่องผิดพระวินัยเท่านั้น ยังไม่เห็นข้อมูลทุจริต หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องใช้เวลาตรวจสอบต่อไป
ขณะที่นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.พศ. กล่าวว่า กรณีเจ้าคุณอาชว์เชื่อว่าโดนผู้หญิงหลอก เพราะจากคลิปต่างๆ ไม่พบการเสพเมถุน ที่สำคัญจากข้อมูลตำรวจทราบว่าผู้หญิงเคยทำในลักษณะเดียวกับเจ้าคุณอาชว์ ทำให้พระต้องสึกแล้ว 2 รูป โดยหนึ่งในนั้นเป็นพระจบบาลีประโยค 9 ด้วย
พศ.เห็นว่า เรื่องลักษณะนี้เกิดกับพระสงฆ์มาอย่างต่อเนื่อง เรียกกันว่า นารีพิฆาต ดังนั้น จึงอยากให้พระที่ต้องสึกออกไปเพราะโดนผู้หญิงหลอกแบล๊กเมล์มาให้ข้อมูลกับ พศ. เพื่อแจ้งเตือนไปยังคณะสงฆ์ และหาแนวทางป้องกันต่อไป
หากเรื่องราวของเจ้าคุณอาชว์ กับสีกา ก. เป็นแผนนารีพิฆาตจริง ก็เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องสอบสวนจัดการอย่างจริงจัง อย่าให้ไปก่อเหตุกับพระรูปอื่นได้อีก


