bg-single

วิบากกรรมจากกัมพูชา ของนายกรัฐมนตรีไทย

07.07.2025

เทศมองไทย

วิบากกรรมจากกัมพูชา

ของนายกรัฐมนตรีไทย

เว็บไซต์ นิกเกอิ เอเชีย ของนิตยสารชื่อเดียวกันเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เผยแพร่เรื่องราวของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเวลานี้

ข้อเขียนดังกล่าว ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นรากเหง้าของปัญหาว่า มาจากวิบากกรรม ว่าด้วยความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เท่านั้น ยังบ่งบอกไปถึงอนาคตว่า อะไรจะเกิดขึ้นตามมา หากนายกรัฐมนตรีถูกถอดถอนพ้นจากตำแหน่ง

ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร มีเวลา 15 วัน ในการส่งเอกสารและพยานหลักฐานต่อศาล เพื่อชี้แจงต่อสู้คดี

นิกเกอิระบุว่า หลังจากนั้น คาดหมายกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะไต่สวนคดีนี้สืบเนื่องต่อไป โดยมีสิทธิที่จะร้องขอให้ส่งหลักฐานเป็นการเพิ่มเติม หรือเรียกตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดขึ้นให้การเป็นพยาน ก่อนที่จะพิพากษาตามคำร้องว่า นายกรัฐมนตรีควรอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ นั่นหมายความว่า ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ศาลจะพิพากษาคดีนี้เมื่อใดกันแน่

นิกเกอิชี้ว่า ในกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่ถูกคำพิพากษาถอดถอนพ้นตำแหน่งเมื่อปีที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเกือบ 3 เดือนในการพิจารณาคดีจนได้ข้อสรุป

กระนั้น ที่แตกต่างกันออกไปก็คือ ในกรณีของนายเศรษฐานั้น ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

นิกเกอิตั้งสมมุติฐานต่อว่า ถ้าหาก แพทองธาร ถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนพ้นตำแหน่งล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นตามมา

คำตอบก็คือว่า รัฐสภาจำเป็นต้องจัดการประชุมเพื่อสรรหาบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน โดยบุคคลดังกล่าวต้องได้รับเสียงข้างมากสนับสนุน เป็นเสียงข้างมากทั่วไป กล่าวคือหากได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ในสภาล่างถึง 248 เสียง จากทั้งหมด 495 เสียง ก็จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

ตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็น ส.ส.รวมกันอย่างน้อย 25 เสียงสามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อสภาได้ โดยที่บุคคลดังกล่าวต้องมีรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในระหว่างการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2023

นั่นทำให้ พรรคเพื่อไทย หลงเหลือผู้ที่สามารถถูกเสนอชื่อเพียงรายเดียว นั่นคือ นายชัยเกษม นิติสิริ โดยที่เจ้าตัวเองก็แสดงออกแล้วว่า พร้อมที่จะ “รับไม้ต่อ” จากนายกรัฐมนตรีแพทองธาร และนิกเกอิเชื่อว่า สามารถได้รับเลือก หากได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดในเวลานี้ ที่มีคะแนนเสียง ส.ส.รวม 261 เสียง

ปัญหาก็คือ ภายในพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นแคนดิเดตอยู่หลายคน นิกเกอิระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ประยุทธ จันทร์โอชา ที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในเวลานี้

หรือแม้กระทั่ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเพิ่งถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลก็สามารถเป็นแคนดิเดตได้เช่นเดียวกัน แม้จะยากมาก เพราะว่ามีเสียง ส.ส.อยู่เพียง 69 เสียงเท่านั้น

นิกเกอิเอเชียระบุว่า ผู้ที่ได้รับเสียงสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลำดับต่อไปมากที่สุดในหมู่สาธารณชน ก็คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดอย่างพรรคประชาชน แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ตาม โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากการทำโพลระหว่าง 19-25 มิถุนายน ว่าเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งมากถึง 31 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ณัฐพงษ์เองกลับเรียกร้องให้มีการยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ขึ้น โดยระบุว่า ทางออกที่ดีที่สุด คือการคืนอำนาจกลับคืนให้กับประชาชนไทย และปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อไป

นิกเกอิตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงระหว่างที่นายกรัฐมนตรีถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ มีการเลือกหนึ่งในรองนายกรัฐมนตรีขึ้นมารักษาการแทน ถือเป็นความพยายามที่จะลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และอุดช่องว่างที่จะเกิดขึ้นในการกำหนดนโยบายของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม นิกเกอิ เอเชียระบุว่า บรรดานักวิเคราะห์เชื่อว่า รักษาการนายกรัฐมนตรี มีแต่จะทำให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลของบรรดานักลงทุนต่างชาติและบรรดาผู้บริโภคทรุดหนักลงไปอีก

รวมทั้งจะส่งผลให้การรับมือกับสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกามีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจของประเทศในที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร