bg-single

มนุษย์เป็นเพียงผลลัพธ์ของเหตุบังเอิญ | นิ้วกลม

16.07.2025

นัยความเป็นคน | นิ้วกลม

มนุษย์เป็นเพียงผลลัพธ์ของเหตุบังเอิญ

1

คุณผู้อ่านอาจไม่มีโอกาสได้อ่านบรรทัดนี้ก็เป็นได้

ถ้าเหตุปัจจัยต่างๆ ในชีวิต โลก และจักรวาลนี้มิได้ดำเนินไปในแบบที่มันเป็นมาโดยตลอด

อันดับแรกคือ ตัวผมเองก็อาจไม่ได้เกิดขึ้นมาด้วยซ้ำ หากภรรยาคนแรกของคุณพ่อของผมไม่ได้ป่วยด้วยโรคร้ายและจากไปตั้งแต่ตอนยังอยู่ในวัยสาว ทำให้ป๊ากลายเป็นพ่อหม้าย และได้มาพบเจอคุณแม่ของผม รักกัน แล้วลงเอยด้วยการแต่งงาน จึงเกิดเป็นพี่สาวและตัวผมออกมา จนกระทั่งค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นนักเขียนและมีโอกาสได้เขียนข้อความในบรรทัดแรกสู่สายตาผู้อ่าน (คุณ) ที่กำลังอ่านอยู่

คุณเชื่อเรื่องราวเหล่านี้ไหมว่า ชีวิตของเราและเรื่องราวในโลกใบนี้ประกอบด้วย ‘ความบังเอิญ’

หากบางสิ่งแตกต่างจากเดิมไปเพียงนิดเดียว ผลลัพธ์ก็แตกต่างไปมหาศาล

2

ผู้ที่หมกมุ่นครุ่นคิดกับเรื่องนี้มากคือ ไบรอัน คลาส (Brian Klass) ผู้เขียนหนังสือ ‘Fluke’ ที่ยืนยันว่าโลกประกอบไปด้วยเหตุการณ์เล็กๆ ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคนและความเป็นไปของโลกในแบบที่เรามองไม่เห็นและไม่ได้รับรู้ว่ามีอยู่

เขาเล่าถึงเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างที่เราทราบกันว่า ในวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ระเบิดลิตเติลบอยถูกหย่อนลงไปที่เมืองฮิโรชิมา ทำให้พลเมืองจำนวน 140,000 คนเสียชีวิต และระเบิดแฟตแมนถูกหย่อนลงที่เมืองนางาซากิ เป็นเหตุให้มีคนตายถึง 80,000 คน

แต่ถ้าเราได้ทราบเบื้องหลังจะพบว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ถูกวางแผนให้เป็นเช่นนี้เลย เพราะในตอนแรกบรรดาผู้มีอำนาจตัดสินใจตั้งใจหย่อนระเบิดถล่ม ‘กรุงเกียวโต’ เมืองหลวงเก่าอันงามสง่าของญี่ปุ่น

ด้วยเหตุผลนานาประการ เกียวโตเป็นที่ตั้งของโรงงานเกิดใหม่หลายแห่ง แถมยังมีโรงงานที่ผลิตเครื่องยนต์อากาศยานได้ถึง 400 เครื่องต่อเดือน แถมการทำลายเมืองหลวงเก่ายังเป็นการทำลายขวัญกำลังใจ และเมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางความรู้ของปัญญาชน โดยมีมหาวิทยาลัยเกียวโตอันทรงเกียรติตั้งอยู่ด้วย จากทุกเหตุผลรวมกัน คณะกรรมการเห็นพ้องว่า “เกียวโตต้องถูกทำลาย”

แต่เกียวโตรอดมาได้เพราะมีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปบอกกับประธานาธิบดีทรูแมนว่า “ไม่ต้องการให้เกียวโตโดนระเบิดปรมาณู” ชายคนนั้นคือ เฮนรี แอล. สติมสัน ขณะนั้นเขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการสงครามของสหรัฐอเมริกา

แล้วทำไมเขาจึงไม่อยากให้ทิ้งระเบิดที่เกียวโต?

คำตอบเป็นเรื่องเหลือเชื่อ!

19 ปีก่อน วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1926 สติมสันและภรรยาได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองเกียวโตในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และได้สัมผัสความงามของเมือง สถาปัตยกรรม วัดวาอาราม สวนญี่ปุ่นที่ประณีตบรรจง กระทั่งภาพความงามเหล่านั้นถูกประทับลงในใจตราตรึง

ประเด็นชวนคิดคือ ใครจะไปรู้ว่า การไปเที่ยวของชายคนหนึ่ง (ซึ่งขณะนั้นไม่มีตำแหน่งใหญ่โต) จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์โลกและชะตากรรมของผู้คนจำนวนมหาศาล กลายเป็นว่าชาวเกียวโตรอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู

แต่นางาซากิโดนระเบิดแทน

3

นอกจากเกียวโตแล้ว เป้าหมายของระเบิดสังหารมีอีกสามแห่ง คือ ฮิโรชิมา โยโกฮามา และโคคุระ ระเบิดลูกแรกหย่อนลงไปที่ฮิโรชิมา ส่วนลูกที่สองนั้นตั้งใจนำไปหย่อนใส่ ‘โคคุระ’ แต่เมื่อบินเข้าใกล้ตัวเมืองกลับมีเมฆปกคลุมหนาทึบ ทำให้มองไม่เห็นเป้าหมาย นักบินจึงเปลี่ยนแผน ตัดสินใจไปหย่อนระเบิดใส่นางาซากิแทน ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อด้วยซ้ำ น่านฟ้าเหนือนางาซากิก็มีเมฆทึบเช่นกัน น้ำมันเชื้อเพลิงก็จวนเจียนจะหมด แต่ในนาทีสุดท้ายนั้นเองที่ฟ้าเปิด ระเบิดลูกนั้นจึงหย่อนลงไปใส่นางาซากิ-เมืองที่ไม่ได้อยู่ในรายนามเป้าหมายด้วยซ้ำ

เป็นความซวยของนางาซากิ เป็นโชคดีของโคคุระ

ไบรอัน คลาส พยายามชวนเราคิดว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมี ‘เรื่องบังเอิญ’ ที่เกิดขึ้นในระหว่างจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่มา ‘เปลี่ยนเกม’ ให้มีโฉมหน้าอีกแบบ เหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์มักละเลย เวลาเล่าเรื่องต่างๆ เรามักเล่าถึงการตัดสินใจใหญ่ๆ การวางแผนตามหลักการเหตุผล และดำเนินการต่างๆ อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อว่ามนุษย์สามารถกะเกณฑ์เหตุการณ์ต่างๆ กระทั่งควบคุมมันให้เป็นอย่างที่คิด

รวมถึงชีวิตของเราด้วย เรามักมองว่าหลายสิ่งในชีวิตเกิดขึ้นจากตัวเราเอง การที่เราพยายาม ฟันฝ่า และวางแผนการทั้งหลายได้พาตัวเรามาถึงวันนี้ แต่อันที่จริงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้ามีอะไรบางอย่าง ‘บังเอิญ’ ไม่เป็นไปตามที่คิด ผลลัพธ์จะกลายเป็นอีกแบบ เช่น การที่เราสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อาจเกิดขึ้นเพราะมีเหตุบังเอิญให้คนจำนวนหนึ่งอาจจะรถติดเข้าห้องสอบช้า ท้องเสีย สะดุดหกล้ม ฯลฯ จนมาเข้าห้องสอบไม่ได้ จึงมีที่ว่างให้เราแทรกตัวเข้าไป

มีเหตุบังเอิญที่มีผลต่อชีวิตเราที่เรา ‘มองไม่เห็น’ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านบวกหรือลบ ส่งผลดีหรือผลร้ายต่อเราก็ตาม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่เราเป็นเราอยู่ในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจาก ‘ตัวฉัน’ ทั้งหมด

4

ไบรอัน คลาส ยังเล่าถึงเหตุสำคัญในประวัติศาสตร์ดาวเคราะห์ดวงนี้ นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 66 ล้านปีที่แล้ว เมื่อดาวเคราะห์น้อยขนาดเก้าไมล์พุ่งชนโลกด้วยแรงเท่าระเบิดที่ฮิโรชิมาหนึ่งหมื่นล้านลูก มันชนเข้ากับหินที่อุดมด้วยแร่ยิปซัมใต้ทะเลตื้นของคาบสมุทรยูกาตัน แรงระเบิดปลดปล่อยกลุ่มเมฆซัลเฟอร์พิษขนาดยักษ์สู่ชั้นบรรยากาศ เศษหินจำนวนมากเสียดสีกันรุนแรงทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกพุ่งสูงถึง 260 องศาเซลเซียส เผาไหม้บรรดาไดโนเสาร์ด้วยอุณหภูมิเดียวกับที่เราใช้ย่างไก่

สิ่งมีชีวิตที่รอดคือพวกที่อยู่ในทะเลและพวกขุดรูใต้ดิน ซึ่งพวกหลังนี่เองที่วิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ

หากเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้เป็นเช่นนั้น เช่น ดาวเคราะห์น้อยพุ่งมาช้ากว่านั้นเพียงหนึ่งนาที มันอาจไม่ชนโลก หากมันตกลงในมหาสมุทรลึกแทนที่จะเป็นทะเลตื้น ความเสียหายอาจน้อยกว่านั้น สัตว์สูญพันธุ์น้อยกว่า และล่าสุด นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากฮาร์วาร์ด ลิซ่า แรนดัลล์ เสนอว่า ดาวเคราะห์น้อยนั้นมาจากวงโคจรของดวงอาทิตย์ที่แกว่งเล็กน้อยขณะเคลื่อนที่ผ่านสสารมืด ความแกว่งจากการถูกรบกวนนี้เหวี่ยงดาวเคราะห์น้อยนั้นมาทางโลก ซึ่งถ้าแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยในที่อันไกลโพ้นในห้วงอวกาศน้อยหรือมากกว่านี้เพียงนิดเดียว ไดโนเสาร์ก็อาจรอดชีวิต และมนุษย์ก็อาจไม่ได้เกิดมา

5

ไม่ว่าจะมองในสเกลไหน ตั้งแต่ในระดับชีวิตประจำวันที่เราตื่นขึ้นมา ทุกการตัดสินใจของเราล้วนสร้าง ‘ความเป็นไปได้’ ที่แตกต่างจากอีกเส้นทางหนึ่ง การที่เราขึ้นรถไฟฟ้าขบวนนี้ทัน หรือวิ่งขึ้นมาไม่ทัน การที่เราหยุดแวะดื่มกาแฟ การที่เราขับรถหลงทาง การที่เราเลือกหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน เรื่องเล็กๆ ที่เรามองข้ามเหล่านี้อาจนำพาไปสู่ ‘บทสรุป’ ที่แตกต่างอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งผลกระทบนั้นอาจไม่เกิดกับเราแค่คนเดียว แต่ยังส่งผลกับผู้คนจำนวนมากด้วย

เช่น ถ้าเช้าวันนั้นผมไม่หยุดดื่มกาแฟ ผมอาจกระโดดขึ้นรถแล้วขับไปเจอสุนัขที่วิ่งมาตัดหน้าจังหวะนั้นพอดี ผมอาจหักพวงมาลัยไปพุ่งชนเด็กน้อยคนหนึ่ง ซึ่งถ้าเขามีโอกาสเติบโตไปอาจเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศแล้วเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ โชคดีที่เช้าวันนั้นผมดันอยากดื่มกาแฟ สุนัขตัวนั้นยังคงวิ่งข้ามถนนในจังหวะเดิม แต่รถผมแล่นไปตอนที่มันข้ามไปแล้ว เด็กน้อยเดินอยู่ในเวลาเดิม เขาปลอดภัยและเติบใหญ่ขึ้นไปเป็นนายกรัฐมนตรี (ซึ่งได้ภาวนาว่าเขาจะเปลี่ยนประเทศนี้ได้ สู้เขานะ หนูน้อย)

แต่ชีวิตไม่ได้มีแค่เราคนเดียว สุนัขตัวนั้นก็มี ‘ความเป็นไปได้’ นับล้านของมัน เด็กน้อยก็มี ‘ความเป็นไปได้’ อีกนับล้าน ถ้าเราซูมออกไปไกลๆ จะเห็นว่าโลกนี้โยงใยไปด้วย ‘เหตุปัจจัย’ ที่เป็นไปได้อีกนับล้านล้านล้าน ไม่รู้จบ เพราะหนึ่งเหตุการณ์เปลี่ยน สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยน ราวกับเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันบนโต๊ะสนุ้กที่มีลูกสนุ้กนับล้านล้านล้านลูกกระทบชิ่งไปมาไม่รู้จบ ทุกลูกมีผลต่อกันและกันในทางใดทางหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ไม่เฉพาะคน แต่ยังรวมถึงสรรพสัตว์ ต้นไม้ใบหญ้า แสงแดด เมฆ รังสี จุลินทรีย์ ดวงดาว สสารมืด หลุมดำ และห้วงอวกาศไกลโพ้น

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเรา รวมถึงตัวเรา จึงเป็นผลจาก ‘ความบังเอิญ’ นานัปการ

มันคือ อิทัปปัจจยตา (มีสิ่งนี้จึงมีสิ่งนี้)

มันคือ อนัตตา (ไร้ตัวตน เพียงประกอบจากเหตุปัจจัยในเวลาหนึ่ง)

เมื่อมองโลกในมุมนี้แล้วเปลี่ยนการรับรู้กับตัวเองอย่างไร

สำหรับผมแล้ว มันทำให้เราถ่อมตัวลง สำคัญตนลดลง หากเราทำอะไรสำเร็จ ต้องตระหนักว่าไม่ใช่เป็นเพราะเราแค่คนเดียว หากล้มเหลวก็บอกกับตัวเองด้วยว่า มีเหตุอีกมากมายที่เราไม่อาจควบคุม

เราคนเดียวไม่อาจเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่เราทำให้โลกดีขึ้นได้

เพราะทุกการกระทำของเรา แม้เล็กน้อย อาจส่งผลกระทบชิ่งไปก่อให้เกิดสิ่งดีงามในที่อื่นที่เราไม่รู้และมองไม่เห็น

“ทำในสิ่งที่คิดว่าควรทำ โดยไม่คาดหวังผลลัพธ์”

นั่นอาจเป็นวิธีที่เราจะมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์ที่ไม่ได้สลักสำคัญอย่างที่เราคิด แต่ก็ไม่ได้ไร้คุณค่าความหมายอย่างที่เราเข้าใจ

ก็ใช่, เราอาจเปลี่ยนโลกไม่ได้ แต่เราสร้างการ ‘กระทบชิ่ง’ อย่างมีความหมายได้

ซึ่งผมแอบหวังว่า ผมกำลังทำอยู่ในงานเขียนชิ้นนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”