Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
Emoji เป็นเรื่องของคนแก่??
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว การส่งอีโมจิไปพร้อมข้อความแชตเคยเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณเป็นคนทันสมัย ขี้เล่น มีอารมณ์ขัน
แต่เมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบัน emoji ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเก๋และเท่ได้กลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่มองว่า ‘แก่’ ไปเสียแล้ว
เรื่องมันเริ่มมาจากข่าวว่า Gen Z ขอแบนอีโมจิยกนิ้วหัวแม่มือซึ่งเป็นอีโมจิยอดฮิตที่มักจะใช้กันในการส่งข้อความบนแอพพ์ Facebook Messenger เพื่อบ่งบอกว่า ‘โอเค’ ‘รับทราบ’ หรือ ‘ได้เลย’
แต่อีโมจิเดียวกันนี้หากส่งไปให้ Gen Z นอกจากพวกเขาจะมองว่าเป็นอีโมจิที่แสนจะล้าสมัย มีแต่คนแก่เท่านั้นที่ใช้ ก็ยังให้ความรู้สึกติดไปในทางลบด้วย
เพราะ Gen Z มองว่าการส่งนิ้วหัวแม่มือมาเฉยๆ นั้นค่อนข้างห้วนและไม่สุภาพ
ยังมีอีกหลายอีโมจิที่เข้าข่าย Gen Z ไม่ชอบใช้ อย่างเช่นอีโมจิรูปหัวใจสีแดง หรืออีโมจิหัวเราะทั้งน้ำตา เป็นต้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีโมจิได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตออนไลน์ของเราทุกคนไปแบบแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้
อีโมจิบางอันใช้ง่ายเพราะตรงไปตรงมาตามภาพ บางอันใช้ยากหน่อยเพราะต้องทำความเข้าใจว่าคืออะไร
ในขณะที่บางอันก็ถูกนำมาใช้แทนความหมายของสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย อย่างเช่น รูปมะเขือ หรือลูกท้อ
หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบว่าในแต่ละปีคณะกรรมการ Unicode จะพิจารณาเพิ่มอีโมจิใหม่ๆ เข้ามาโดยเปิดให้คนทั่วไปเสนอไอเดียเข้ามาได้
อีโมจิใหม่ของปีหน้าก็จะมีการพิจารณาภายในเดือนกันยายนปีนี้
ในขณะที่ Apple และ Samsung ก็เพิ่งจะเพิ่มอีโมจิใหม่ที่ใส่เข้ามาในระบบปฏิบัติการล่าสุดซึ่งก็มีอีโมจิที่ฉันน่าจะได้ใช้บ่อยมากในช่วงนี้ คืออีโมจิหน้าง่วงแบบมีถุงใต้ตาดำคล้ำ (ประสาแม่ลูกอ่อนที่แทบไม่ได้นอน) อีโมจิลายนิ้วมือ น้ำกระฉอก พืชมีหัวใต้ดิน ต้นไม้ไร้ใบ พิณ พลั่ว และธงเกาะซาร์ก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คืออีโมจิที่คณะกรรมการอนุมัติมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนั่นเอง
เมื่ออีโมจิรูปเดียวกันแต่สื่อสารความหมายสำหรับแต่ละเจเนอเรชั่นไม่เหมือนกันก็ทำให้การส่งอีโมจิหากันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
ลองคิดดูว่าหากคุณเป็นเบบี้บูมเมอร์ที่อยากส่งอีโมจินิ้วหัวแม่มือเพื่อบอกลูกน้องในทีมว่าโอเค แต่ Gen Z ในทีมกลับไม่พอใจเพราะคิดว่าหัวหน้าห้วนใส่ก็จะกลายเป็นการสื่อสารที่ล้มเหลวไปได้
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอีโมจิแต่ละภาพตั้งใจจะให้สื่อความหมายว่าอะไร และจะใช้เมื่อไหร่ถึงจะถูกกาลเทศะ ก็มีเว็บไซต์อย่าง emojipedia ที่อาจจะพอช่วยได้
เว็บไซต์ Emojipedia เป็นเว็บไซต์ที่ก่อตั้งโดยคนที่ศึกษาเกี่ยวกับอีโมจิโดยเฉพาะ เว็บไซต์นี้จะแบ่งอีโมจิออกเป็น 9 หมวดหมู่ จากนั้นก็จะอธิบายแยกย่อยอย่างละเอียดว่าอีโมจิแต่ละรูปคืออะไร ใช้สื่อความหมายว่าอะไรถึงจะถูกต้องตรงตามแนวคิดดั้งเดิมตามที่คณะกรรมการนำเสนอมากที่สุด
เช่น อีโมจิรูปดาวประกาย 3 ดวง ? ซึ่งเป็นหนึ่งในอีโมจิยอดฮิตที่คนทั่วโลกใช้มากที่สุด ตัวฉันเองตีความอีโมจินี้ว่าสื่อถึงอะไรที่ใหม่เอี่ยมใสปิ๊ง
ในขณะที่ Emojipedia อธิบายว่าอีโมจินี้มักจะใช้ควบคู่กับอารมณ์ด้านบวก อย่างการแสดงออกถึงความรัก ความสุข ความงาม ความตื่นเต้น หรือความใหม่และใสสะอาด
ก็ถือว่าฉันพอจะตีความได้เข้าเค้าอยู่เหมือนกัน
แต่ Emojipedia ก็ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าอีโมจินี้ยังสามารถใช้เพื่อเน้นย้ำ หรือแม้กระทั่งใช้เพื่อประชดประชัน กระแหนะกระแหน ได้ด้วยเหมือนกัน
อีโมจิรูปมะเขือที่กล่าวถึงข้างต้นก็ไม่ได้หมายถึงผักชนิดหนึ่งเสมอไป หากลองเสิร์ชใน Emojipedia ดูก็จะได้ข้อมูลว่าอีโมจิเดียวกันนี้ถูกนำไปใช้สื่อความหมายแทนอวัยวะเพศชาย และครั้งหนึ่งก็เคยถูกโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram แบนไม่ให้พิมพ์อีโมจิมะเขือในแถบเสิร์ชบนแอพพ์มาแล้ว
ดังนั้น หากไม่แน่ใจอีโมจิอันไหนก็ลองเข้าไปส่องหาความหมายบนเว็บไซต์นี้ได้ก่อนที่จะใช้ส่งไปหาใครโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งข้ามเจเนอเรชั่น
หากลองสังเกตดีๆ คุณผู้อ่านจะพบว่าคนที่ใช้สมาร์ตโฟนยี่ห้อหนึ่งก็อาจจะเห็นอีโมจิรูปเดียวกันในกราฟิกที่แตกต่างจากอีกยี่ห้อหนึ่ง อย่างเช่น อีโมจิหน้ายิ้มที่อยู่บน iPhone ก็จะเป็นคนละแบบกับที่อยู่บนโทรศัพท์ของ Samsung
หลังๆ มานี้ก็ยิ่งมีของเล่นอีโมจิให้เราได้เล่นสนุกกันเพิ่มขึ้น อย่างการใช้ AI เพื่อสร้างอีโมจิของเราเองขึ้นมาใหม่ ซึ่ง Apple ก็เปิดตัวไปแล้วสำหรับระบบปฏิบัติการล่าสุด แต่น่าเสียดายที่เหมาะกับการใช้แค่บางแอพพ์ อย่างเช่น WhatsApp หรือ iMessage หากส่งผ่านแอพพ์ LINE ที่บ้านเรานิยมใช้ก็จะออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไรเพราะจะถูกบันทึกออกมาเป็นรูปภาพแทนที่จะเป็นอีโมจิ
ความสนุกของอีโมจิไม่ได้จบแค่นี้และอีโมจิเองก็ได้กลายเป็นวาระสำคัญของคนทั่วโลกไปแล้ว วันที่ 17 กรกฎาคมของทุกปีถือเป็นวันอีโมจิโลก หรือ World Emoji Day ซึ่งจะมีการแจกรางวัลให้กับอีโมจิที่ได้รับความนิยมมากที่สุดโดยเปิดให้คนช่วยกันโหวตผ่านโซเชียลมีเดีย X
สำหรับอีโมจิที่ได้รับรางวัล World Emoji Awards ปี 2024 ก็คืออีโมจิหน้าหลับตา อมยิ้ม และส่ายหัวไปด้านข้าง (????) ตัวฉันเองก็ลองเปิดหาความหมายของอีโมจินี้บน Emojipedia และได้รับคำตอบว่านี่คืออีโมจิที่ออกแบบมาให้ส่ายหน้าแสดงความไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ หรือปฏิเสธ
แล้วฉันก็ตีความต่อเองว่าการอมยิ้มพร้อมส่ายหน้าไปด้วยนั้นก็น่าจะหมายความว่าเรากำลังไม่เห็นด้วยกับอะไรบางอย่างแต่ก็รักษามารยาทด้วยการยิ้มอ่อนให้เพื่อไม่ให้ดูขึงขังจนเกินไป
เรื่องการตีความอีโมจิที่แตกต่างในแต่ละเจนนั้น ล่าสุด ฉันก็ยังเห็นโพสต์ที่บอกว่าเด็กสมัยนี้มองว่าการใช้อีโมจิต่อท้ายข้อความที่ส่งไม่ว่าจะเป็นอีโมจิอะไรก็ตามล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงความ ‘แก่’ ทั้งสิ้น
แต่ต่อให้อีโมจิที่ส่งจะถูกมองว่าแก่หรือเด็ก ทันสมัยหรือล้าสมัย ถูกหรือผิดกาลเทศะ
อย่างไรฉันก็ยังคิดว่านี่เป็นสีสันที่ขาดหายไปจากโลกออนไลน์ไม่ได้เด็ดขาด
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
