bg-single

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (13) เมื่อสำนักพระราชวังตักเตือน “เจ้าชาย-เจ้าหญิง” ให้แต่งกายตามรัฐนิยม

17.07.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ

: แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (13)

เมื่อสำนักพระราชวังตักเตือน

“เจ้าชาย-เจ้าหญิง” ให้แต่งกายตามรัฐนิยม

ภายหลังการปฏิวัติ 2475 พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ เป็นเจ้านายชั้นสูงพระองค์หนึ่งที่ทำงานร่วมกับคณะราษฎรได้ ต่อมา เป็นประธานคณะผู้สำเร็จราชการฯ พระองค์ให้การสนับสนุนระบอบใหม่อย่างเข้มแข็ง เช่น บทบาทสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างชาติสมัยรัฐบาลจอมพล ป. นอกจากนี้ พระองค์แต่ง “ลิลิตรัถนิยม” (2485) สนับสนุนการปกครองและแนวทางการสร้างชาติ

ไม่แต่เพียงเท่านั้น รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการหาต้นแบบผู้นำการแต่งกายสมัยใหม่ที่มีชื่อเสียงมาแต่ครั้งเก่า ดังในปี 2484 รัฐบาลเรียนเชิญเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (แพ) (2397-2486) เจ้าจอมมารดาในพระจุลจอมเกล้าฯ ผู้นำแฟชั่นสตรีคนสำคัญของราชสำนักที่เลิกตัดผมปีกและไว้ผมยาวก่อนผู้อื่น ด้วยเหตุใกล้ชิดพระจุลจอมเกล้าฯ ผู้อื่นในราชสำนักจึงทำตามแฟชั่นดังกล่าวโดยไม่รังเกียจ และในสมัยรัฐนิยม เจ้าคุณพระฯ สวมกระโปรง สวมรองเท้า และสวมหมวกร่วมชักชวนชนชั้นสูงและประชาชนแสดงความเป็นชาติอารยะตามแบบสากลตามสมัยรัฐนิยม

แม้นในครั้งนั้นท่านมีอายุใกล้ 90 ปีแล้ว แต่ท่านยินดีรับช่วยรัฐบาลอย่างเต็มที่ ท่านได้รับเชิญไปงานสมาคมและไปเป็นประธานในการให้รางวัลต่างๆ อยู่เนืองๆ

เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ เจ้านายที่เป็นผู้นำแฟชั่น

อย่างไรก็ตาม การปฏิวัติ 2475 โค่นล้มระบอบเก่าลงได้เกิดการต่อต้านระบอบใหม่จากกลุ่มอนุรักษนิยม เช่น อดีตขุนนางผู้ภักดีกับระบอบเก่า กลุ่มเจ้านายอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหารผู้นำคณะราษฎร การก่อกบฏบวรเดชและการก่อกบฏ 2481 ก็ตาม แต่รัฐบาลสามารถปราบปรามฝ่ายภักดีกับระบอบเก่าลงไปได้

กระนั้นก็ดี แม้นดูรัฐบาลจะมีเสถียรภาพทางการเมืองแล้ว แต่ยังคงปรากฏการต่อต้านการดำเนินการปฏิวัติทางวัฒนธรรมสมัยรัฐนิยมด้วยเช่นกัน เช่น การหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐบาล การแสดงออกทางวัฒนธรรมที่ขัดกับนโยบายของรัฐบาล ด้วยการสวมเครื่องแต่งกายที่แตกต่างไปจากที่รัฐบาลกำหนด เช่น การใส่เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม เป็นต้น

เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ไว้ผมยาวสมัยต้นรัชกาลที่ 5

ดังในสมัยการปฏิวัติทางวัฒนธรรมครั้งรัฐบาลจอมพล ป. ปรากฏว่า มีพระราชวงศ์ชาย-หญิงกลุ่มหนึ่งปฏิเสธคำชักชวนของรัฐบาลให้แต่งกายแบบใหม่และแต่งกายขัดกับรัฐนิยมซึ่งน่าจะมีจำนวนมากพอสมควร จนปรากฏว่า สำนักพระราชวังครั้งนั้นต้องมีประกาศแจ้งความสำนักพระราชวัง ที่ 34/2484 เรื่อง “ทูลตักเตือนเจ้านายให้ทรงประพฤติพระองค์และแต่งพระองค์ให้ถูกต้องตามรัฐนิยม” เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2484 ความว่า

“คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิธัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทราบด้วยความเสียใจเปนอย่างยิ่งที่ยังมีเจ้านายทั้งชายและหญิงบางพระองค์ทรงประพฤติฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติการแต่งพระองค์ให้ถูกต้องตามรัฐนิยมอยู่เนืองๆ เช่น เจ้าชายทรงกางเกงแพรแบบจีนไปในที่ชุมนุมชน และเจ้าหญิงก็ทรงกางเกงเช่นเดียวกัน ได้เพ่งเล็งเห็นว่า เจ้านายเปนที่เคารพของประชาชน ถ้าได้ทรงช่วยปฏิบัติให้ถูกต้องตามความต้องการของนโยบายของชาติในการปรับปรุงวัฒนธรรมด้วยแล้ว จะเปนกานส่งเสริมให้ราษฎรปฏิบัติตามยิ่งขึ้น จึงโปรดให้สำนักพระราชวังทูลตักเตือนและแนะนำพระราชวงศ์ ให้ทรงช่วยส่งเสริมรัฐนิยมเพื่อความเจริญก้าวหน้า กับให้ประพฤติพระองค์และแต่งพระองค์ให้ถูกต้องตามรัฐนิยมทุกประการ หาไม่จะถือว่าเปนการฝ่าฝืนต่อพระราชประสงค์ขององค์พระมหากษัตริย์” ลงนามโดย “ชาติเดชอุดม” หรือมหาเสวกตรี พระยาชาติเดชอุดม (หม่อมราชวงศ์โป๊ะ มาลากุล) (2434-2509) เลขาธิการพระราชวังครั้งนั้น

เจ้าคุณพระฯ แต่งกายตามสมัยรัฐนิยมให้รางวัลแก่นักกีฬาในงานที่รัฐบาลจอมพล ป.จัดขึ้น

แม้นเจ้านายชั้นสูงเพียงบางส่วนสนับสนุนระบอบใหม่และรัฐบาลก็ตาม แต่ความรู้สึกนึกคิดของกลุ่มชนชั้นสูงที่มีต่อการปฏิวัติทางวัฒนธรรมเป็นเช่นไรสะท้อนให้เห็นดังปรากฏในนวนิยายสี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนเป็นตอนลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ (ช่วง 2494-2495) ที่สะท้อนถึงความรู้สึกของพวกเจ้านายต่อการบริหารของรัฐบาลคณะราษฎร รวมทั้งต่อนโยบายรัฐนิยมด้วยน้ำเสียงที่เห็นว่า เป็นนโยบายที่ไร้สาระก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยใช่เหตุ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ใช้ปากของพลอยให้ความเห็นว่า วัฒนธรรมการสวมหมวกไม่ใช่สิ่งที่คนไทยคุ้นเลย การใส่หมวกอาจถูกมองว่าเป็นคนบ้า (รชฏ นุเสน, 2566, 73)

ดังในฉากหนึ่งของนิยาย เขียนว่า “วันหนึ่ง พลอยนั่งอยู่ชั้นล่างของตึกในตอนสาย เห็นช้อยเดินเข้าบ้านมา แต่งตัวถูกต้องตามวัฒนธรรมคือใส่หมวก นุ่งผ้าถุง ในมือถือห่อของบางอย่าง ช้อยหยุดที่ริมตึก วางห่อของลงที่ขั้นกระได ถอดหมวกวางบนห่อของ แล้วช้อยก็เริ่มปลดผ้าถุงจากตัว อย่างน่าตาเฉยที่สุด… ทันใดนั้น พลอยก็เริ่มหัวเราะแล้วก็ต้องหัวเราะอีกจนน้ำตาไหลด้วยความขบขัน… เพราะปรากฏว่า ภายในผ้าถุงที่ช้อยนุ่งมาเพื่อรักษาวัฒนธรรมระหว่างเดินนั้น ปรากฏว่า ช้อยได้นุ่งผ้าลายโจงกระเบนอย่างที่เคยนุ่งมาแต่ก่อนอีกผืนหนึ่ง…” (รชฏ นุเสน, 2566, 74)

การกระทำของช้อยและตัวละครอื่นๆ ต่อต้านและล้อเลียนนโยบายรัฐนิยมที่ทำให้เกิดความสนุกสนานกันแล้ว ยังแฝงความคิดทางการเมืองของตัวละครอีกด้วย ดังแม่พลอยในสี่แผ่นดินกล่าวถึงนโยบายรัฐนิยมในเชิงตลกขบขันว่า “ให้ใส่หมวกเหมือนแหม่ม” (รชฏ นุเสน, 2566, 75)

ทั้งนี้ รัฐนิยมและคำเชิญชวนต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศใช้เป็นการชักจูงขอความร่วมมือให้คนไทยแต่งกายสมัยใหม่เพื่อความเป็นเกียรติเป็นศรีต่อตนเองและแสดงความเป็นอารยะของชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐนิยม และประกาศแนะนำการแต่งกายต่างๆ ไม่มีสภาพบังคับ ไม่มีการกำหนดโทษแก่ประชาชนแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การชักชวนจูงใจให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการแต่งกาย แต่เมื่อจอมพล ป.ลงจากอำนาจในช่วงปลายสงคราม (2487) การสร้างความเป็นสมัยใหม่ในการแต่งกายถูกโจมตีเย้ยหยันจากกลุ่มอนุรักษนิยม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน