วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

ในช่วงประวัติศาสตร์ 50 ปี ตลาดหุ้นไทยที่มาถึงมีเหตุการณ์หนึ่งสะท้อนภาวะสั่นสะเทือนสังคมไทย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก่อตั้งและเดินทางมาถึง 50 ปีแล้ว (30 เมษายน 2568) ช่วงเวลาเฉลิมฉลองด้วยกิจกรรมต่างดำเนินไป ที่เพิ่งผ่านหมาดๆ มีงานสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ “Legacy & Future : 50 Years of Thai Capital Market” (วันที่ 30 มิถุนายน 2568) ประจวบเหมาะกับช่วงที่มาถึง อีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อ 28 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เริ่มจากไทยขยายวงสู่ภูมิภาค

ภาพนั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับตลาดหุ้น ในฐานะเหตุการณ์สำคัญ ถือเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ เป็นภาพเชื่อมโยงช่วงสำคัญ ไม่เพียงให้ภาพวิวัฒนาการตลาดหุ้นช่วงต่างๆ หากยังสะท้อนโอกาส แรงปะทะ และการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของสังคมธุรกิจไทย

ว่าอย่างเจาะจง-ดัชนีตลาดหุ้น ไม่เพียงเป็นชีพจรสำคัญแสดงความเป็นไป หากมีความเชื่อมโยงถึงภาพใหญ่ในมิติต่างๆ จากสังคมธุรกิจ สู่สังคมวงกว้าง ความสัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ในหลายด้านทั้งใน และต่างประเทศ

จากฐานดัชนีหุ้น เริ่มต้นที่ราว 100 จุด ตั้งแต่ตลาดหุ้นก่อตั้งขึ้นครั้งแรก (ปี 2518) จากนั้นอยู่ในระดับเฉลี่ยไม่เกิน 200 จุด มาเป็นเวลานานพอสมควร แม้เป็นช่วงที่มีปัญหาจากแรงกระเพื่อมต่อเนื่องมาจากปัจจัยภายนอก (กรณีตลาดหุ้นฮ่องกง) และผลจากความเคลื่อนไหวเปิดแกครึกโครม แต่จบลงอย่างไม่สู้ดี ในธุรกิจการเงินที่มี พอล สิทธิอำนวย เป็นตัวชูโรง แต่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมในขณะนั้นไม่มากนัก เนื่องจากขนาดของตลาดหุ้นยังเล็ก

จากปี 2529 ถือเป็นช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเกือบ 400 จุดในปลายปี จนถึงระดับสูงสุดเมื่อ 4 มกราคม 2537 ที่ 1,753 จุด

เป็นพัฒนาการสำคัญ สัมพันธ์กับภาพรวมแวดล้อม ทั้งระดับภูมิภาค เกี่ยวข้องกับ “เปลี่ยนจากสนามรบให้เป็นสนามการค้า” (ปี 2531) นโยบายรัฐบาลยุค พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ในจังหวะสงครามในประเทศเพื่อนบ้านสิ้นสุดลง

ต่อเนื่องด้วยแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ในยุครัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน โดยเฉพาะเปิดประมูลสัมปทานระบบสื่อสาร-สร้างระบบและเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานทั่วประเทศ (ปี 2533)

มาจนการเปิดกิจการวิเทศธนกิจขึ้นในยุค ชวน หลีกภัย (ปี 2536) มีความเชื่อมโยงกับบางกรณี โดยเฉพาะเครือข่ายธุรกิจไทยในตลาดหุ้น เดินแผนการใหญ่ขยายการลงทุนในต่างประเทศ อย่างกรณี ยูนิคอร์ด ดุสิตธานี และ เอสซีจี

เป็นช่วงทศวรรษการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยดัชนีอ้างอิงจาก จีดีพีเฉลี่ย (2530-2539) อยู่ในระดับ 9.3%

ดัชนีตลาดหุ้นเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวและผันผวนมาตั้งแต่กลางปี 2537 ด้วยความเคลื่อนไหวช่วงกว้างมากๆ ด้วยการขึ้นลงในช่วง 1,200-1,500 จุด จนมาถึงภาวะเปราะบางอย่างน่าสังเกต จากกลางปี 2539 จนมาชัดเจนในครั้งหลังของปี 2539 ดัชนีลดลงอย่างรุนแรงต่อเนื่องจากนั้นในช่วงปี 2540-2541

ความตกต่ำของดัชนีราคาหุ้นเป็นเหตุและผลโดยตรงกับเหตุการณ์เมื่อกลางปี 2540 เมื่อรัฐบาลไทยจำเป็นต้องลอยตัวค่าเงินบาท (2 กรกฎาคม 2540) ตามมาอย่างกระชั้นขอเข้ารับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (4 สิงหาคม 2540) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของไทย มีอิทธิพลลุกลามไปในระดับภูมิภาค เป็นช่วง 2 ปี (2540-2541) ดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบ (-3.8 และ -7.6 ตามลำดับ)

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยจากนั้นมา ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงสิ้นปี 2545 ดัชนีคงอยู่ในระดับต่ำมากๆ เฉลี่ยประมาณ 400 จุด ต่อเนื่องติดต่อกัน 4 ปีเต็ม

ซึ่งถือเป็นช่วงตกต่ำครั้งใหญ่ของตลาดหุ้นไทย เป็นช่วงยาวนานพอสมควร

ภายใต้ปรากฏการณ์นั้น มาพร้อมๆ กับความเคลื่อนไหว ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน สู่ภาพกว้างทางสังคมธุรกิจไทย

คลื่นลูกแรก ในปลายปี 2540 กระทรวงการคลังสั่งปิดกิจการสถาบันการเงินจำนวนมาก ในจำนวนนี้คือบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ถึง 28 แห่ง ซึ่งเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ตลาดหุ้นต้องเพิกถอนกิจการออกจากตลาดหุ้น (25 ธันวาคม 2540)

ที่น่าสนใจก็คือ มีกิจการจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับ กลุ่มเอกธนกิจ ภายใต้การบริหารของ ปิ่น จักกะพาก (กลายเป็นตัวละครสำคัญของวิกฤตการณ์ตลาดหุ้นไทย) แม้บางคนจะวิเคราะห์ว่าเขาคือตัวแทนของผู้มาใหม่ แต่อีกด้านก็มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจตระกูลเก่าหรืออิทธิพลเก่าอย่างแนบแน่น

ว่าไปแล้วสถาบันการเงินอีกหลายแห่งล้วนมีบุคลิกทำนองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตระกูลรากฐานมั่นคงอย่าง ศรีวิกรม์ (บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีธนา จำกัด) หรือกลุ่ม โอสถานุเคราะห์ (บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จีเอฟ จำกัด) รวมถึงตระกูลเก่าแก่อย่าง หวั่งหลี (บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พูลพิพัฒน์ จำกัด) ด้วย

ต่อมาในปี 2542 มีการควบรวมกิจการสถาบันการเงินอีกจำนวนหนึ่ง มีผลทำให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อีก 5 แห่ง (ที่น่าสนใจก็คือธนสยามในเครือ ธนาคารไทยพาณิชย์ และร่วมเสริมกิจในเครือ ธนาคารกรุงเทพ ถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้น รวมทั้งกรณีภัทรธนกิจ (ถือหุ้นใหญ่โดย ตระกูลล่ำซำ)

คลื่นต่อมา ในปี 2541 เป็นครั้งแรกที่ธนาคารสำคัญของประเทศหลายแห่งต้องมีอันเป็นไป ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ และ ธนาคารมหานคร ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นเพื่อไปรวมกับธนาคารกรุงไทย ตามมาด้วย ธนาคารศรีนคร ในปี 2545 แม้ว่าภาพสะท้อนที่ตลาดหุ้นจะดูไม่เข้มข้น แต่ความจริงขณะนั้นถือเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธนาคารครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของไทย

คลื่นลูกหลัง ยังมีกิจการที่ถูกปิดหรือเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นในชุดต่อมาที่น่าสนใจ อีกสองกลุ่ม

หนึ่ง-กลุ่มกิจการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่เติบโตหรือพัฒนาต่อเนื่องมาจากกิจการอื่นๆ ถือว่ามีความเป็นมาในสังคมไทยพอสมควร เช่น บริษัท สมประสงค์แลนด์ ที่พัฒนามาจากกิจการค้าข้าวในรุ่นก่อน มาสู่กิจการใหม่ที่มองว่ามีอนาคตและมีแลนด์แบงก์อยู่พอสมควร ยูนิเวสต์แลนด์ ที่แตกตัวมาจากกลุ่มเมืองทองธานี หรือแม้แต่ สตาร์บล็อก ของสุเทพ บูลกุล

สอง-กลุ่มการค้ารุ่นเดิม อาทิ วิทยาคม บริษัท อีสต์เอเชียติ๊ก (ประเทศไทย) บริษัท เคี่ยนหงวน (ประเทศไทย)

จากนั้นเข้าสู่ระยะพลิกฟื้นขึ้นบ้างอย่างน่าสังเกต อ้างอิงกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ย 2 ช่วง จาก (2542-2544) อยู่ในระดับ 4.1 สู่อีกช่วง (2545-2549) อยู่ในระดับ 5.75

ตลาดหุ้นไทยภายใต้สถานการณ์วิกฤตมักสะท้อนภาพใหญ่ ว่าด้วยแรงกระเพื่อม และภาวะสั่นคลอน ดังที่กล่าวมา อีกด้านในช่วงเวลาตลอด 50 ปีตลาดหุ้นไทย มีจังหวะและโอกาสอยู่ด้วย โดยเฉพาะ “ผู้มาใหม่” ได้ปรากฏ และมีบางรายอยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน