สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
ฝนเทกระหน่ำในเขตเคอร์วิลล์ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง แต่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสามารถคร่าชีวิตได้มากถึง 132 คน และอีก 101คนสูญหายไม่รู้ชะตากรรม นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของชาวอเมริกันเพราะในจำนวนผู้เสียชีวิตเกือบ 30 คนเป็นเด็กหญิงที่ร่วมกิจกรรมในค่ายฤดูร้อนริมแม่น้ำกัวดาลูเป (Guadalupe River)
คืนกลางดึกของวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคมเป็นวันชาติอเมริกัน ระหว่างเด็กๆ และนักท่องเที่ยวพากันพักผ่อนนอนหลับ จู่ๆ ฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 100 ปี ระดับน้ำในแม่น้ำกัวดาลูเปเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 90 เซนติเมตร เป็น 9 เมตร ในเวลาเพียง 45 นาที ระหว่างเกิดห่าฝนมีฟ้าแลบฟ้าร้องและฟ้าผ่าอยู่ตลอดเวลา
ค่ายฤดูร้อนตั้งเรียงรายริมแม่น้ำมีอยู่ราว 18 ค่ายได้รับการแจ้งเตือนให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันเมื่อเวลาตี 1 ของวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม และแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินช่วงตี 4 และครั้งที่ 3 เป็นการเตือนภัยในเวลา 05.43 น. แม้มีความพยายามอพยพผู้คนออกจากพื้นที่แต่เป็นช่วงกลางดึก เส้นทางมืดมาก
มวลน้ำไหลรวมกันในแม่น้ำปนเปื้อนกับดินโคลนไหลเร็วเชี่ยว กระแสน้ำกระชากกวาดทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า นั่นจึงเป็นที่มาของการสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปักใจเชื่อว่า นี่คือภาวะโลกเดือดนำไปสู่ปรากฏการณ์ “เรนบอมบ์” หรือระเบิดฝน ที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนชนิดเฉียบพลัน ไม่เพียงแต่จะมีปริมาณน้ำฝนมากมโหฬาร แต่ยังมีปัจจัยแล้งเข้ามาเกี่ยวโยงด้วย
รัฐเท็กซัสเผชิญกับภัยแล้งมาต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว มีผลต่อดินที่แห้งจับตัวแข็ง โดยเฉพาะ 2 ฝั่งของตลิ่งกลายเป็นท่อส่งน้ำอย่างดี เมื่อเกิดฝนตกหนักปริมาณน้ำฝนมากเกินกว่าดินจะซับน้ำ

หากมาไล่ลำดับเหตุการณ์ ก่อนจะเกิดภัยพิบัติครั้งร้ายแรง หน่วยบริการสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (The National Weather Service) ออกประกาศสั้นๆ ในเช้าวันที่ 3 กรกฎาคมว่า จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง มีความชื้นและมีฝนตกหนักในพื้นที่ของเมืองออสตินและเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส
ถัดมาอีกชั่วโมง ประกาศเพิ่มอีกฉบับว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของรัฐเท็กซัส หลังจากประเมินชั้นบรรยากาศมีปริมาณฝนมาก
ช่วงเย็น มีพยากรณ์อากาศอีกฉบับเตือนว่าน้ำในแม่น้ำกัวดาลูเปจะเพิ่มสูงอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
กลางดึกวันที่ 3 กรกฎาคม พนักงานประจำค่าย “มิสติก” เป็นจุดที่เด็กๆ เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เล่าให้สื่อฟังว่า หลังมีประกาศเตือนพยายามติดตามข่าวผ่านทางเว็บไซต์ชื่อ “กัวดาลูเป-บลังโก” เป็นเว็บทางการ แต่ในเว็บไม่มีข้อมูลล่าสุดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงเท่าไร กลายเป็นเว็บที่ไร้ประโยชน์ พนักงานคนนั้นต้องเฝ้าระวังด้วยตัวเอง
เวลา 01.14 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม มีประกาศเตือนให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันในเขตเคอร์เคาน์ตี้
02.30 น. “ลอรีนา กิลเลน” เจ้าของร้านอาหารและที่พักให้เช่าในเมืองเคอร์วิลล์เล่าว่า ในช่วงค่ำมีลูกค้ามาฉลองวันชาติจนดึกกว่าจะปิดร้านเกือบตี 1 ฝนเริ่มตกแล้วตกหนักขึ้นตลอด 2 ชั่วโมง เธอขับรถไปดูริมฝั่งแม่น้ำเห็นระดับน้ำเพิ่มสูง
“กิลเลน” กดโทรศัพท์ไปหานายอำเภอถามว่า ระดับน้ำที่เพิ่มสูงอย่างนี้จะเกิดอันตรายกับลูกค้าหรือเปล่า อีก 1 ชั่วโมงต่อมา รถกู้ภัยวิ่งผ่านและมีเสียงกรีดร้องของเหยื่อ “เรนบอมบ์” ตามมา

จากลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด เห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบสภาพอากาศประเมินต่ำเกินไป คิดว่าสถานการณ์ “พายุฝนฟ้าคะนอง” เป็นเรื่องปกติ เพราะที่ผ่านมาฝนตกหนักน้ำท่วมอย่างฉับพลันเกิดขึ้นเป็นประจำโดยเฉพาะเขต “เคอร์วิลล์”
เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองหรือ thunderstrom ต่ำไป ในทางตรงข้าม บนชั้นบรรยากาศมีปริมาณน้ำฝนมากมหาศาลแปลงสภาพจากพายุฟ้าคะนองเป็น “เรนบอมบ์” เทกระหน่ำจึงทำให้เคอร์วิลล์เป็นเขตมรณะในพริบตา
ถ้าย้อนเวลาได้ ให้เจ้าหน้าที่ประเมินว่าเป็น “เรนบอมบ์” ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 3 กรกฎาคม และยกระดับการออกประกาศจากเดิมให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันเป็นการเตือนภัยให้ “เคอร์วิลล์” เป็นเขตอันตรายเร่งอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ จะลดความสูญเสียอย่างแน่นอน
กล่าวโดยรวม การประเมินหรือพยากรณ์สภาพภูมิอากาศมีความแม่นยำเที่ยงตรงที่สุดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเพื่อรับมือกับภาวะโลกเดือดได้ทันท่วงที
แต่การทำนายได้แม่นจำเป็นต้องมีเครื่องมือเครื่องไม้ทันสมัยและข้อมูลมากเพียงพอ ทั้งเรื่องของความชื้น ระบบไหลเวียนอากาศ กระแสลม ความเร็ว อุณหภูมิ ปริมาณเมฆ การระเหยของน้ำ ฯลฯ

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยอมรับว่า โลกวันนี้ไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว มีปรากฏการณ์มากมายเกิดขึ้นให้เห็น ทั้งคลื่นความร้อน น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้งที่กินเวลายาวนาน หรือแม้กระทั่งอุณหภูมิในน้ำทะเลที่ผิดปกติ บางจุดอุณหภูมิพุ่งสูง ต่างกับอดีตที่ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิไม่ต่างกันมากนัก การไหลเวียนของอากาศแปรปรวนไม่เหมือนเดิม
“เรนบอมบ์” เป็น 1 ในตัวอย่างที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวน มีปริมาณน้ำฝนมากผิดปกติ และฝนตกซ้ำๆ ในพื้นที่เดียวกันในช่วงเวลาสั้นๆ จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันสร้างความเสียหายมหาศาล
เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มาจากปรากฏการณ์ “เรนบอมบ์” ชัดเจน เนื่องจากมีฝนตกหนัก 3 วันเต็มๆ บางพื้นที่ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 300 มิลลิเมตร ในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง
ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเมินว่า น้ำฝนที่ตกมาช่วง 3 วันนั้นมีปริมาณทั้งสิ้น 1,450 ล้านลิตร
เรนบอมบ์ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเดือนเมษายน 2567 ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายมากมาย สนามบินดูไบซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางปิดบริการ ธุรกิจการค้าหยุดชั่วคราว มีผู้เสียชีวิต 19 คนเป็นเพราะเกิดฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในช่วงวันเดียวทำลายสถิติฝนที่ตกรวมกันในรอบ 2 ปี หรือคิดเฉลี่ยน้ำฝนวัดได้ราว 157 มิลลิเมตรในช่วง 24 ชั่วโมง
ปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เกิดน้ำท่วมใหญ่ในแคว้นบาเลนเซีย ประเทศสเปน มีผู้เสียชีวิตกว่า 232 คน เป็นปรากฏการณ์เรนบอมบ์ สืบเนื่องจากอากาศเย็นจากทางตอนเหนือของสเปนไหลลงมาปะทะกับไอน้ำทะเลอุ่นในเมดิเตอร์เรเนียน เกิดฝนตกหนักมาก ปริมาณน้ำฝนที่ตกตลอดวันวัดได้ 500 มิลลิเมตร
ทางการบาเลนเซียออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินหลังกระแสน้ำทะลักใส่บ้านเรือนที่สร้างกันอย่างแออัดไปแล้ว 20 นาที

หันมาดู “เรนบอมบ์” ในบ้านเรา เกิดขึ้นมาหลายครั้ง ที่เห็นชัดๆ คือที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 300 มิลลิเมตรในช่วงเวลาเพียง 4 ชั่วโมง มีพื้นที่เสียหายเพราะน้ำท่วมโคลนถล่มถึง 3 อำเภอ ในเวลาต่อมาทางจังหวัดต้องของบฯ รับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วมราว 300 ล้านบาท
ถัดมาเดือนกันยายน ปีเดียวกัน ฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เมืองพะเยา วัดปริมาณน้ำฝนได้ 106.5 มิลลิเมตรในช่วง 4 ชั่วโมง กระแสน้ำไหลหลากทะลักท่วมมหาวิทยาลัยพะเยาและพื้นที่ใกล้เคียง สูงเกือบ 4 เมตร
เดือนพฤษภาคมปีนี้ เกิดเรนบอมบ์ในกรุงเทพมหานครถึง 4 ครั้ง แต่ละครั้งมีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร และรอบรุนแรงสุด ตกเพียง 15 นาที วัดได้ 48 มิลลิเมตร หรือถ้ารวม 1 ชั่วโมง เกือบ 200 มิลลิเมตร เกิดการจราจรติดขัดตามมา กระทบต่อภาคพลังงาน สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
เรนบอมบ์มีผลกระทบเป็นวงกว้าง ถ้าปริมาณน้ำฝนสะสมมาก กระแสน้ำเชี่ยวไหลแรง หากไม่มีแผนรับมือล่วงหน้าหรือไม่สร้างระบบป้องกัน กระแสน้ำไหลผ่านเมืองอย่างเช่น บาเลนเซีย นครดูไบ เคอร์วิลล์ หรือภูเก็ต จะเกิดความเสียหายรุนแรง
แนวโน้มภาวะโลกเดือดที่เป็นอยู่ในขณะนี้ซึ่งมีสาเหตุมาจากชาวโลกร่วมกันปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชั้นบรรยากาศสะสมก๊าซพิษมากเกินจนเกิดปฏิกิริยาทางเคมี สภาพภูมิอากาศโลกแปรปรวนสุดขั้ว
เมื่ออุณหภูมิโลกร้อนขึ้น อุณหภูมิผิวน้ำทะเลร้อนด้วย น้ำระเหยสู่ชั้นบรรยากาศโลก เมฆอุ้มน้ำไว้มาก เกิดปรากฏการณ์ “เรนบอมบ์” บ่อยครั้งพร้อมๆ กับพายุฝนฟ้าคะนอง
ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนรับมือกับภาวะโลกเดือดอย่างเป็นระบบ จะต้องมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ทำนายความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เกิดความแม่นยำทันต่อเหตุการณ์ และนำผลวิเคราะห์มาแจ้งเตือนภัยประชาชน หรือเตรียมแผนอพยพเพื่อความปลอดภัย
ภาครัฐจะต้องปรับเปลี่ยนผังเมืองเพื่อรองรับกับวิกฤตน้ำท่วม หากฝนตกไม่หยุด ปริมาณน้ำมาก กระแสน้ำไหลแรงทำอย่างไรจึงจะสามารถเบี่ยงเส้นทางน้ำลดผลกระทบกับบ้านเรือนไร่นาของประชาชน หรือกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในภายหน้า
สำหรับประชาชนอย่างเราๆ ก็ต้องเรียนรู้กับสถานการณ์ “โลกเดือด” ที่แปรปรวนสุดสุด และวางแผนรับมือ ศึกษาเส้นทางน้ำหลาก เตรียมพร้อมหากเกิดน้ำท่วมใหญ่จะใช้ชีวิตอย่างไร คนในเมืองใหญ่อย่าง กทม.คิดถึงการจราจร เส้นทางรถที่จะไปให้ถึงที่หมายได้เร็วปลอดภัย
จากนี้ไป หลักธรรมะ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” นั่นแหละคือหนทางอยู่รอดที่เราควรจะนำมาปฏิบัติให้เป็นนิสัย
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
