เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
วันหนึ่งในหนึ่งวัน ผมและใครอื่นอีกที่ไม่รู้จัก ได้พากันนั่งเรือข้ามฟากจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งด้วยกัน โดยมิได้นัดหมาย ประมาณคนตามคาดได้สิบกว่าคน แต่ไม่เกินสิบห้าชีวิต จนเมื่อสมควรแก่เวลาและอัตราค่าแรง เรือจ้างสาธารณะก็เคลื่อนตัวออกจากท่าที่เพิ่งเทียบ กัปตันเรือเร่งเครื่องยนต์เสียงกระหึ่มพร้อมควันโขมง เรือขยับลำค่อยๆ แล่นตัดกระแสแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยความเร็วแบบไม่รีบ ไม่กี่นาทีต่อมาเรือข้ามฟากก็พาทุกคนมาถึงฝั่ง
ผู้โดยสารบนเรือต่างลุกจากที่นั่งของตนโดยไม่พร้อมเพรียง หากแต่ค่อยทยอยกันก้าวออกจากเรือแฝงอยู่ด้วยความระมัดระวัง เดาได้ว่าคงเกรงจะตัวเปียก จากท่าเรือสี่พระยามาถึงท่าเรือคลองสาน ไม่มีรถติดให้เห็น
หลังจากชื่นชมบรรยากาศของสายน้ำจนเป็นที่พอใจ จึงเดินต่อ มุ่งไปออกทางด้านที่มีถนนเจริญนคร จากนั้นเดินเลี้ยวซ้ายไปเรื่อยๆ ด้วยกะเอาไว้ จนกว่าจะเมื่อยกันไปข้าง (ทั้งสองขา) วางแผนชีวิตไว้ง่ายๆ ในวันนั้นแต่เพียงเท่านี้
ระหว่างทางมีร้านค้าอยู่ไม่น้อย ของกินมีมากมาย ต่างจากจำนวนเงินในกระเป๋า จึงต้องมีสติให้มาก หากเกิดความอยาก คงต้องรอไว้ให้ได้หิว เรื่องปากท้องเมื่ออยู่ตัวคนเดียวไม่ใช่ปัญหา เพราะมาเดินท่องในแบบนี้อาหารใจสำคัญกว่าสารอาหารในร่างกาย (ไม่ควรทำตาม) และจะรับประทานอาหารได้ง่ายขึ้นเมื่อร่างกายมันโหย
จากนั้นจึงค่อยหาอาหารที่คู่ควรกับฐานะ เพื่ออิ่มท้องได้พอมีแรง

นานๆ จะมาเยือนถิ่นนี้สักครั้ง “จึงค่อยเดินโดยละเมียด มองสูงแลต่ำ เดินหน้าไม่ลืมหลัง มองใกล้อย่าทิ้งไกล” เลาะตรงไม่เลี้ยวไหนตามทางเจริญนคร ถ่ายภาพตามใจเห็นอยู่ค่อนวันกันแบบจุกๆ รู้เนื้อรู้ตัวอีกที ไปหยุดย่ำอยู่ตรง “แยกมไหสวรรย์” ด้วยความเหนื่อยล้า จึงทำให้สมองอ่านชื่อแยกด้วยระบบผวนคำในตอนแรก จึงต้องรีบอ่านใหม่ออกเสียงให้ถูกต้องในเสี้ยววินาทีต่อมาอีกครั้ง ดูจากสภาพตัวเองเห็นได้ว่า ความเหนื่อยมาถึงแล้ว คงต้องเตือนตัวเอง “เดินมาไกลได้แต่อย่าลืมขากลับ” จึงพอแล้วไม่ไปต่อ เผื่อแรงไว้ให้ไปถึงท่าเรือ เพื่อข้ามฝั่ง
ขากลับไม่นิยมฝั่งเดิมๆ ถนนมีสองฝั่ง ขามาเดินฝั่งโน้น แต่ขากลับเดินอีกฝั่ง ย่อมเหมาะกับการเดินถ่ายภาพ แวะร้านขายของชำที่เปิดทั้งวันทั้งคืน ได้ขนมปังไส้เผือกกับน้ำเปล่าขนาดพอมือ เครื่องดื่มชูกำลัง ยืนเคี้ยวอาหารหาง่ายสะดวกซื้ออยู่หน้าร้านจนเสร็จธุระ ก่อนจะเดินกลับต่อไป และคงทำตัวเช่นเดิมเหมือนตอนอยู่อีกฝั่งกระโน้นเมื่อตอนขามา “จึงค่อยเดินโดยละเมียด มองสูงแลต่ำ เดินหน้าไม่ลืมหลัง มองใกล้อย่าทิ้งไกล”
“ความเหนื่อยอ่อนที่มาจากความพอใจ มักมีความเข้มแข็งอยู่ในนั้น” ในที่สุด ผมก็เดินมาถึงท่าเรือคลองสาน มีใครต่อใครมายืนคอยท่ารอเรืออยู่ก่อนแล้ว ไม่มากคน แต่ไม่เกินสิบชีวิต
ไม่นานคอย เรือที่เฝ้ารอก็มาจอดเทียบท่า ผู้โดยสารก้าวลงเรือแต่โดยดีด้วยความไม่ประมาท ผมไม่รู้ที่มาของคนแต่ละคน แต่รู้แน่แล้วว่า ทุกคนจะข้ามแม่น้ำเพื่อไปยังฟากฝั่งเดียวกัน ก่อนที่จะแยกกันไปตามทางแห่งตน
อีกฟากฝั่งของชีวิต การจะมาถึงสถานที่อันเหมาะสมได้ ย่อมต้องอาศัยเรือแห่งศรัทธา นานมาแล้วหรือแม้แต่ช่วงเวลาอันเป็นปัจจุบัน เรือแห่งศรัทธานี้ยังคงเทียบท่าอยู่เสมอ ไม่ไปไหน ใครบางคนขับเรือนี้เพื่อนำพาผู้อื่นข้ามฟากจนถึงฝั่ง แต่กับใครบางคน ได้ไร้ซึ่งเรือแห่งศรัทธาเสียแล้ว แม้จะพยายามสร้างเรือลวงตาใครต่อใคร เรือไม่แท้ประเภทนี้ ลำเล็กบ้าง ลำใหญ่บ้าง และมีเหี่ยวบ้างอยู่ในที “เรือลวงจริงมักจมลงโดยเปิดเผยในท้ายที่สุด” ท่ามกลางสายน้ำแห่งชีวิตมักเต็มไปด้วยคลื่นลมแรง อันเป็นที่น่าหวาดเสียว โปรดพึงระวัง
ในท้ายที่สุดของย่อหน้าสุดท้าย เรือแห่งศรัทธานี้ คงทอดสมอได้เสมอ ขอเพียงอย่าทอดทิ้ง ด้วยเผื่อไว้ใช้ข้ามฟากให้ถึงฝั่งในสักวัน
ขอบคุณมากมายครับ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
