bg-single

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (77)

06.08.2025

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (77)

แรงสะเทือนจากบันดุง

นับตั้งแต่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ส่งผู้แทนเข้าประชุมกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2498 ซึ่งสหรัฐอเมริกาเชื่อว่าจีนอยู่เบื้องหลัง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ “พระองค์วรรณ” ตัวแทนรัฐบาลไทยได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล พร้อมแสดงความปรารถนาดีมายังผู้นำไทย หลังจากนั้น ความเคลื่อนไหวของฝ่ายซ้ายที่เคยถูกจำกัดจากรัฐบาลที่เดินตามแนวทางต่อต้านคอมมิวนิสต์ของสหรัฐอเมริกามาโดยตลอดก็กลับมีเสรีมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจอมพล ป.พิบูลสงคราม และพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เปิดเกมรุกฝ่ายรอยัลลิสต์ด้วยความพยายามเปิดไมตรีและการค้ากับจีนที่ควบคู่ไปกับการเปิดทางให้นายปรีดี พนมยงค์ เดินทางกลับไทยเพื่อต่อสู้ในคดีสวรรคต ร.8 ต่อเนื่องมาจนถึงการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2500

การเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้ขยายไปสู่กระแสการโจมตีสหรัฐอเมริกาและเรียกร้องให้ไทยมีนโยบายที่เป็นกลางอย่างเปิดเผยซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐอเมริกาเริ่มเสื่อมทรามลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่รัฐบาลก็ไม่แสดงความกระตือรือร้นที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างจริงจังแต่อย่างใด

ยิ่งใกล้การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 การรณรงค์หาเสียงด้วยการโจมตีสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะจากพรรคการเมืองที่มีแนวทางสังคมนิยมก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์รายงานสถานการณ์การเมืองไทยขณะนั้นว่าพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายไทยได้ร่วมกันประณามสหรัฐอเมริกาว่าเป็น “จักรวรรดินิยม” ที่ทำให้คนไทยกลายเป็นทาส ความช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกาทำให้ไทยเป็นเพียงหุ่นเชิดของสหรัฐอเมริกา และยังทำให้คนรวยมั่งคั่งยิ่งขึ้นแต่คนจนยิ่งจนลง อีกทั้งความช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกานั้นยังเป็นการสูบทรัพยากรและล้างสมองในการแทรกแซงกิจการภายในและขัดขวางความสัมพันธ์ไทยกับจีนอีกด้วย

ฟางเส้นสุดท้าย

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 พรรคเสรีมนังคศิลาที่มีจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นหัวหน้าได้รับการเลือกตั้งถึง 82 ที่นั่ง จาก 160 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้เพียง 28 ที่นั่ง ขณะที่พรรคฝ่ายซ้าย เช่น พรรคเสรีประชาธิปไตย พรรคเศรษฐกิจ พรรคอิสระ และพรรคขบวนการไฮด์ปาร์กได้รับเลือกตั้งจำนวน 23 ที่นั่ง ฝ่ายรอยัลลิสต์จึงตกเป็นรองในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเห็นได้ชัด

หลังการเลือกตั้ง ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ต่างรายงานว่ามีการทุจริตในการเลือกตั้งอย่างเปิดเผยของฝ่ายรัฐบาลในรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้บัตรเลือกตั้งปลอม “ไพ่ไฟ” การจัดคนหมุนเวียนซ้ำๆ เข้าลงคะแนนเสียง “พลร่ม” เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้เห็นทั่วไปในวันลงคะแนน ทำให้รัฐบาลสูญเสียความชอบธรรมในสายตาสาธารณชนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม มีบันทึกของแกนนำนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนักหนังสือพิมพ์บางคนว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้วิธีการย้อนรอยโดยส่งสมาชิกพรรคของตนสวมรอยติดแหนบตราไก่พรรคเสรีมนังคศิลาเข้าลงคะแนนเพื่อสร้างภาพทำลายฝ่ายรัฐบาลให้ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย การเปิดเผยเรื่องทุจริตเลือกตั้งเหล่านี้ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนส่วนใหญ่จนในที่สุดก็นำไปสู่เสียงเรียกร้องให้การเลือกตั้งโมฆะ

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แกนนำของกลุ่มรอยัลลิสต์และสมาชิกคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ยื่นฟ้องต่อศาลให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะด้วยข้ออ้างการทุจริตเช่นเดียวกัน ขณะที่สถานทูตสหรัฐอเมริการายงานความเห็นไปยังกรุงวอชิงตันว่า ความเคลื่อนไหวต่อต้านและการพยายามทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเป็นความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มรอยัลลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ขณะที่ความไม่พอใจของประชาชนต่อการทุจริตในการเลือกตั้งขยายวงเพิ่มขึ้นทุกขณะจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาล กลางดึกวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2500 จอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงเรียกประชุมนายทหารจาก 3 เหล่าทัพและกรมตำรวจเป็นการด่วนเพื่อวางแผนควบคุมสถานการณ์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ เสนอให้จับกุมกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งมีรายชื่อนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามคนสำคัญหลายคน โดยเฉพาะนาย ควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อย่างเปิดเผย คัดค้านข้อเสนอนี้ด้วยเหตุผลเพื่อมิให้สถานการณ์บานปลายจนยากแก่การควบคุม

ในที่สุด ในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2500 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ก็ตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก มอบอำนาจให้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้ถืออำนาจสูงสุดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและจัดระเบียบสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น

ทันทีที่รัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม ประกาศกฎอัยการศึก กระแสความไม่พอใจเดิมที่มีอยู่แล้วจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตก็ยิ่งขยายวงมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตคณะรัฐศาสตร์เป็นแกนนำในการคัดค้านผลการเลือกตั้งและการใช้กฎอัยการศึก มีการลดธงชาติหน้าหอประชุมลงครึ่งเสาเป็นสัญลักษณ์ประท้วงรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในฐานะผู้รักษาความสงบเรียบร้อยตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึกได้เดินทางไปพบกลุ่มนิสิตเหล่านี้ทันที แล้วขึ้นกล่าวปราศรัยสนับสนุนการชุมนุมประท้วงการเลือกตั้งสกปรกครั้งนี้อย่างเปิดเผย ท่ามกลางความแปลกใจของผู้ชุมนุมที่เปลี่ยนเป็นความชื่นชมทันที

มีบันทึกว่า นิสิตคนหนึ่งได้ตะโกนถามจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ว่า “เมื่อการเลือกตั้งสกปรก ควรทำอย่างไร” ก็ได้รับคำตอบว่า “ไม่ใช่หน้าที่ของผมจะจัดการ ถ้าผมจะจัดการก็ต้องรัฐประหารหรือปฏิวัติล้างให้หมดเลยมันจะแย่กันใหญ่…หรือคุณจะให้ผมทำ” กลุ่มนิสิตได้ร้องตะโกนว่า “เอาเลย เอาเลย” และถามต่อว่า “นิสิตจะเดินขบวนประท้วงรัฐบาลได้หรือไม่” ก็ตอบกลับว่า “นิสิตจะเดินขบวนก็ได้ไม่ผิด” นิสิตคนหนึ่งเรียกร้องให้ทหารคุ้มกันการเดินขบวน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กล่าวตอบว่า “ตามใจคุณ คุณจะเดินกันไปเดี๋ยวนี้ก็ได้ แต่ผมไม่ขอเดินกับคุณ แต่จะรับรองความปลอดภัยให้ และถ้าคุณจะไปทางไหนก็บอกด้วย ผมจะให้ทหารหลบไปอีกทาง”

จากนั้นขบวนของนิสิตนับพันคนก็เดินเท้าออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งไปยังท้องสนามหลวงซึ่งมีนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยรวมทั้งประชาชนได้เข้าร่วมการประท้วงด้วย ผู้ชุมนุมจึงเพิ่มจำนวนมากขึ้นแล้วได้เคลื่อนตัวไปวางพวงหรีดไว้อาลัยเป็นเชิงสัญลักษณ์แด่ประชาธิปไตยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็นำขบวนเข้าพบนายควง อภัยวงศ์ แกนนำกลุ่มรอยัลลิสต์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งแสดงตัวเข้าร่วมการต่อสู้

ณ จุดนี้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและการเตรียมแผนการอย่างเป็นระบบของกลุ่มรอยัลลิสต์และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ปรากฏเป็นที่ชัดเจนเมื่อนายควง อภัยวงศ์ ประกาศว่า

“จากนี้ไปทุกสิ่งขึ้นอยู่กับสฤษดิ์”

สอดคล้องกับรายงานเบื้องหลังจุดเริ่มต้นการชุมนุมประท้วงโดยนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้งนี้ของสถานทูตสหรัฐอเมริกาว่า ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อาจารย์พิเศษวิชากฎหมายคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพระยาอรรถการีย์นิพนธ์อยู่เบื้องหลัง ขณะที่สถานทูตอังกฤษก็รายงานว่า เกิดความร่วมมือกันอย่างลับๆ ระหว่างกลุ่มรอยัลลิสต์กับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในการเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม

(ขอบคุณข้อมูลจาก “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” ของ ณัฐพล ใจจริง)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน