Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
เปิดโปงพฤติกรรมโจรปล้นบ้าน
ทุกวันนี้ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านได้รับการพัฒนาให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น กล้องวงจรปิดก็อัจฉริยะขึ้นเมื่อใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจจับความผิดปกติได้แม่นยำ กริ่งประตูก็ติดตั้งมาพร้อมกล้องให้สามารถบันทึกภาพสิ่งที่เกิดขึ้นหน้าประตูบ้านไว้ได้ตลอดเวลา รวมทั้งให้เราพูดคุยโต้ตอบกับคนที่มากดกริ่งได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเก่งกาจแค่ไหน แต่การได้เรียนรู้พฤติกรรมของโจรเอาไว้ว่าชอบย่องเบาเข้าไปขโมยของในบ้านเวลาไหนหรือมีแนวโน้มจะมุ่งเป้าไปที่บ้านแบบไหนบ้างก็จะยิ่งทำให้เราเพิ่มความระมัดระวังขึ้นได้อีกชั้น
เว็บไซต์ KGW8 ในมลรัฐโอเรกอนของสหรัฐ ได้สัมภาษณ์หัวขโมยที่ถูกตำรวจจับมากกว่า 80 คนเพื่อหาข้อมูลว่าโดยปกติแล้วหัวขโมยนิยมย่องเบาเข้าไปปล้นบ้านช่วงเวลาไหนมากที่สุด
คำตอบที่ได้ก็คือช่วงเวลากลางวันเป็นช่วงเวลายอดฮิตของโจรขึ้นบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงก่อนและหลังเที่ยงเนื่องจากเจ้าของบ้านมีแนวโน้มที่จะออกไปทำงานกันหมดแล้ว
การย่องเบาเข้าไปขโมยของในบ้านในช่วงระหว่างวันมีข้อดีคือ โจรมองเห็นอะไรต่างๆ ได้ง่าย สำรวจพื้นที่นอกและในบ้านได้ชัดเจน หากเพื่อนบ้านหรือคนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นเข้าก็ยังสามารถแสร้งทำเป็นเพื่อนที่แวะมาเยี่ยมเจ้าของบ้าน หรือเนียนทำตัวเป็นคนในครอบครัวได้ง่าย หากเทียบกับช่วงกลางคืนที่จะดูมีพิรุธกว่า
ถ้าจะเจาะจงเวลาลงไปเลยว่าช่วงเวลาไหนของตอนกลางวันที่โจรชอบมากที่สุด ก็มีโจรคนหนึ่งให้คำตอบว่า เขาชอบเข้าไปขโมยของตอนเที่ยงครึ่ง-บ่าย 2 ครึ่งมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่าคนที่กลับมากินข้าวที่บ้านหรือแวะกลับบ้านมาทำธุระมีโอกาสที่จะกลับไปเข้าออฟฟิศกันหมดแล้ว ลดความเป็นไปได้ของการที่จะเข้าไปจ๊ะเอ๋คนในบ้าน
หากนำคำตอบของโจรทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ยดูก็จะพบว่าช่วงเวลาจู่โจมยอดฮิตจะตกอยู่ที่ตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึงบ่าย 3
หากไม่ใช่ช่วงเวลากลางวัน โจรปล้นบ้านชอบเวลาไหนอีก
คำตอบที่ได้จากการเก็บข้อมูลของบริษัท Vivint พบว่าโจรชอบเวลาประมาณเที่ยงคืนมากที่สุด โดยข้อมูลระบุว่าการย่องเบาราว 6 เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นตอน 24 นาฬิกา
ที่เป็นเช่นนั้นน่าจะเป็นเพราะโจรเชื่อว่าเวลาประมาณเที่ยงคืนเจ้าของบ้านส่วนใหญ่นอนหลับกันหมดแล้ว หรือหวังว่าจะแอบซ่อนตัวได้ดีในที่มืดนั่นเอง
ช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็นจึงเป็นช่วงเวลาที่ไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไรในหมู่หัวขโมยปล้นบ้านทั้งหลาย
อีกช่วงที่โจรขึ้นบ้านชอบเป็นพิเศษสำหรับประเทศที่มีหลากหลายฤดูกาลก็คือ ช่วงฤดูร้อน เพราะอากาศที่อบอุ่นและช่วงระยะเวลากลางวันที่ยาวกว่าฤดูหนาวทำให้ปฏิบัติการปล้นบ้านทำได้ง่ายขึ้น ดีกว่าตอนหิมะตกหรือพื้นกลายเป็นน้ำแข็ง
ถามว่ารู้ข้อมูลพวกนี้มาแล้วจะช่วยอะไรได้บ้าง การที่เราพอจะเข้าใจพฤติกรรมของโจรได้คร่าวๆ ก็ทำให้เราสามารถตัดสินใจเลือก ติดตั้ง หรือตั้งค่าระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านให้ป้องกันได้ตรงจุดขึ้น อย่างเช่นการตั้งเวลาตัวล็อกประตูดิจิทัลให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่โจรมีแนวโน้มจะเข้าบ้านให้แน่นหนาขึ้น เป็นต้น
อีกอย่างที่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมโจรก็คือ โจรเกลียดอะไรมากที่สุด เลือกว่าจะยกเค้าบ้านหลังไหน
ข้อมูลระบุว่าโจรชอบอะไรที่ง่ายและรวดเร็วมากที่สุด ดังนั้น สิ่งแรกที่โจรจะทำก็คือลองเปิดประตูบ้านหรือหน้าต่างดูก่อน เผื่อฟลุกเจอบานที่ไม่ได้ล็อกและสามารถเข้าไปขโมยของได้ง่ายๆ เลย
โจรไม่ชอบอะไรก็ตามที่ทำให้การย่องเบาเป็นไปได้ยากขึ้น อย่างเช่นประตูที่ล็อกไว้ แสงสว่าง ไฟสปอตไลต์ หรือเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยใดๆ ก็ตาม หากเห็นว่าบ้านไหนมีเทคโนโลยีป้องกันที่เห็นได้ชัดๆ อย่างเช่นกล้องวงจรปิด โจรก็อาจจะเปลี่ยนใจไปย่องเบาหลังที่ดูเข้าง่ายกว่า หรือหลังที่เคยเข้าไปยกเค้ามาสำเร็จแล้ว
บางบ้านใช้วิธีประกาศให้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าบ้านนี้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเอาไว้ ซึ่งจากผลการศึกษาก็คอนเฟิร์มว่ากว่า 83 เปอร์เซ็นต์ของโจรยอมรับว่ากลัวบ้านหลังที่ติดสติกเกอร์หรือป้ายเอาไว้ว่าติดตั้งเทคโนโลยีระบบเตือนภัย (แต่เว็บไซต์อย่าง CNET บอกว่าไม่แนะนำให้ติดป้ายหลอกเพราะโจรที่ตั้งใจจะปล้นบ้านอยู่แล้วอาจจะเห็นแล้วรู้ได้ทันทีว่าของปลอม)
บรรดาโจรเห็นตรงกันว่าจะไม่เลือกปล้นบ้านหลังนั้นๆ หากมีสัญญาณให้เห็นว่าอาจจะมีคนอยู่ในบ้าน อย่างเช่นมีเสียงทีวีหรือวิทยุเปิดอยู่ หรือมีรถจอดอยู่หน้าบ้าน
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่คล้ายๆ กับสิ่งที่เจ้าหนูเควินในเรื่อง Home Alone ทำ คือแกล้งปิด เปิดไฟ หรือทำให้ดูเหมือนคนในบ้านกำลังทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่จริงๆ ไม่มีใครอยู่บ้าน คือการใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะและเข้าโหมด Vacation
โหมดนี้จะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตั้งตารางกิจกรรมให้เข้ากันกับการเปิดปิดหลอดไฟอัจฉริยะภายในบ้าน เช่น เวลาตื่นนอนตอนเช้า หรือกลับมาจากการทำงานในช่วงเย็น ตั้งให้เปิดหรือปิดไฟตามจุดนั้นจุดนี้ของบ้านให้คล้ายกับการใช้ชีวิตภายในบ้านตามปกติ
หากออกแบบเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยภายในบ้านไว้อย่างรัดกุมแน่นหนาแล้วแต่ก็ยังไม่วางใจหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกอย่างที่เจ้าของบ้านสามารถทำได้และโจรก็เห็นตรงกันว่าถ้าเจอสิ่งนี้ก็จะเปลี่ยนเป้าหมายไปบ้านหลังอื่นทันที ก็คือ การมีสุนัขตัวเขื่องๆ เห่าเสียงดังคำราม หน้าตาดุดันพร้อมทำหน้าที่ยามเฝ้าบ้านอย่างขยันขันแข็ง
นับเป็นการผนวกรวมวิธีแบบอะนาล็อกเข้ากับดิจิทัลได้อย่างลงตัว
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
