ศึกนอกไทย-กัมพูชา กระทบศึกการเมืองภายใน เลื่อนชิง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 ‘เพื่อไทย’ ลุ้นเหนื่อย
บทความในประเทศ
ศึกนอกไทย-กัมพูชา
กระทบศึกการเมืองภายใน
เลื่อนชิง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5
‘เพื่อไทย’ ลุ้นเหนื่อย
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง (อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์) ในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคมนั้น ถูกเลื่อนออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ มีการปะทะกันที่บริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ประชาชนต้องอพยพออกนอกพื้นที่ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย
โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ จ.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ ขุนหาญ และภูสิงห์ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 127,770 คน มีหน่วยเลือกตั้งรวม 236 หน่วย แบ่งเป็น อ.ขุนหาญ มีหน่วยเลือกตั้ง 150 หน่วย พบว่ามีหน่วยเลือกตั้งติดชายแดน ระยะ 4-10 ก.ม. จำนวน 21 หน่วย ขณะที่ อ.ภูสิงห์ มีหน่วยเลือกตั้ง 86 หน่วย พบว่ามีหน่วยเลือกตั้งติดชายแดนจำนวน 25 หน่วย
ด้วยเหตุนี้ ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางสำนักงานได้เสนอให้ กกต.พิจารณาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อาจมีผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. จ.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้ง 5 รวมทั้งความปลอดภัยของประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง
โดย กกต.ได้ปรึกษาหารือแล้ว เห็นควรงดการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม ตามที่สำนักงานเสนอ
ทั้งนี้ เอกสารคำชี้แจงของ กกต.อธิบายเหตุผลว่า กกต.เห็นควรงดลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่การเลื่อนแบบไม่มีกำหนด แต่เนื่องจากพื้นที่ อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้ง ประชาชนไม่สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้ตามปกติ จึงต้องงดลงคะแนนเลือกตั้ง จนกว่าสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาจะคลี่คลาย และประชาชนกลับเข้าที่พักอาศัยได้อย่างปลอดภัย
“เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ สำนักงานจะเสนอให้ กกต.กำหนดวันลงคะแนนใหม่ ตามมาตรา 102 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 โดยเร็ว เพื่อประโยชน์แห่งความสุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง” เอกสาร กกต.ระบุ
สําหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 สืบเนื่องจากนายอมรเทพ สมหมาย อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 67 ปี ด้วยโรคประจำตัว ทำให้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่าง
เปิดรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 14-18 กรกฎาคม และกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ภายหลังปิดการรับสมัครมีผู้สมัครลงแข่งขันเพียง 2 คน ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นทายาทของนักการเมืองรุ่นใหญ่จากขั้วแดงและน้ำเงิน
โดยแชมป์เก่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ส่ง น.ส.ภูริกา สมหมาย หรือกุ้ง บุตรสาวนายอมรเทพ สมหมาย ลงเลือกตั้งเพื่อรักษาเก้าอี้ ส.ส.ไว้ให้ได้ ซึ่งเจ้าตัวประกาศอาสาเป็นหัวใจแทนพ่อ สานต่อนโยบายพัฒนาในพื้นที่ เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวชุมชน ชูศักยภาพของ อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์ ว่าเพียบพร้อมในการต่อยอดเป็น “เมืองซอฟต์เพาเวอร์” โดยเฉพาะสินค้าเกษตรท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดัน “อีฟ” น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ลูกสาวของนายธีระ ไตรสรณกุล อดีต ส.ส.ศรีสะเกษหลายสมัย ลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง โดยก่อนมาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เคยเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวศรีสะเกษ ทำงานเป็นผู้ชำนาญการประจำตัว ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ
โดย อีฟ-จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ชูสโลแกน ทันยุค ทันใจ เข้าใจชาวบ้าน และผสานรุ่นเก่า เชื่อมโยงรุ่นใหม่ เข้าใจทุก Gen
แน่นอนว่าศึกการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ทุกฝ่ายต่างจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะเปรียบเสมือนศึกแห่งศักดิ์ศรี เป็นการวัดพลังกันระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่ นั่นคือ พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
จากพรรคการเมืองที่เคยจับมือร่วมรัฐบาลกัน แต่ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยถอนตัวแยกทางออกมาอยู่กันคนละขั้วการเมือง และล่าสุดยังต้องมาเป็นคู่แข่งทางการเมืองในสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 โดยมีกระแสเรื่อง “ชาตินิยม” มาเป็นเงื่อนไขประกอบ ซึ่งดูจะไม่เป็นคุณกับเพื่อไทยนัก
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งมีความเข้มข้น แกนนำพรรคระดับบิ๊กเนม ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ต่างยกทัพใหญ่ระดมคนมาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนชาว อ.ภูสิงห์ และขุนหาญ กันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเวทีปราศรัย จะเห็นได้ชัดเจนว่าแกนนำทั้ง 2 พรรคต่างขึ้นปราศรัยฟาดฟัน เชือดเฉือนกันอย่างเข้มข้นและดุเดือด
โดยเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย (พท.) ต้องการรักษาเก้าอี้ ส.ส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 เอาไว้ให้ได้ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ต้องการโค่นพรรคเพื่อไทย และคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งในครั้งนี้เช่นกัน
ฉะนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะแค่ 1 เก้าอี้ แต่ก็นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะต่างฝ่ายต่างแพ้ไม่ได้ หากผลการเลือกตั้งฝ่ายใดชนะ ย่อมสะท้อนถึงการเลือกตั้งสนามใหญ่ครั้งหน้า โดยเฉพาะพื้นที่อีสาน ซึ่งเป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย
ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง และความไม่ปลอดภัยของประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทาง กกต.จึงเห็นควรให้งดการลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคมนี้ออกไปก่อน หากสถานการณ์คลี่คลาย กกต.จะกำหนดวันลงคะแนนใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คงต้องจับตาดูว่าก่อนที่ กกต.จะกำหนดวันลงคะแนนใหม่ จะมีตัวแปรหรือปัจจัยใดที่จะส่งผลต่อคะแนนเสียงของทั้ง 2 พรรคหรือไม่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชา ที่กระทบพื้นที่เลือกตั้งโดยตรง และดูเหมือนว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยถูกวิจารณ์อย่างหนักว่ารับมือกับปัญหาได้ไม่ดี ล่าช้าไม่ทันการณ์ แถมตระกูลชินวัตรถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาบานปลาย ซึ่งนี่อาจทำให้คะแนนนิยมของเพื่อไทยและผู้สมัครได้รับผลกระทบ ชาวบ้านจะเทเสียงไปให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ น่าจับตามองอย่างบิ่ง โดยเฉพาะหากเทียบผลคะแนนเมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 ของนายอมรเทพ สมหมาย พรรคเพื่อไทย ได้ 32,884 คะแนน ส่วนนายธีระ ไตรสรณกุล พรรคภูมิใจไทย ได้ 25,837 คะแนน ถือว่าตัวเลขทิ้งห่างไม่มากเท่าใด ดังนั้น พรรคเพื่อไทยประมาทหรือวางใจไม่ได้เลย
ฉะนั้น สนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นศึกแห่งสายเลือดของทายาทนักการเมือง ใครจะคว้าชัยชนะได้เก้าอี้ ส.ส.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของอีสานใต้ไปครอบครอง คงต้องรอลุ้นกันเหนื่อย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้เป็นต่อเลยในสถานการณ์ไทย-กัมพูชาที่ยังระอุและดูเหมือนจะรับมือการสู้รบได้ไม่ดีเท่าใดนัก
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
