บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
ปรีดี แปลก อดุล
: คุณธรรมน้ำมิตร (78)
ยุทธศาสตร์พญาอินทรี 2500 : เปลี่ยนผู้นำไทย
สหรัฐอเมริกาเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อการเมืองภายในของไทยในยุคต้นสงครามเย็นเมื่อ พ.ศ.2493 เป็นต้นมา โดยความยินยอมพร้อมใจของไทยในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรต่อต้านอิทธิพลของค่ายคอมมิวนิสต์
พ.ศ.2496 สหรัฐอเมริกาส่ง วิลเลียม เจ. โดโนแวน “WILD BILL” อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการลับโอเอสเอสซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จีนและเอเชียใต้เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 มาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตคนใหม่ประจำประเทศไทย
จากความเข้าใจในสภาพแวดล้อมทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน โดโนแวนได้กำหนด “แผนสงครามจิตวิทยาในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในไทย” ขึ้นโดยใช้การคุกคามสถาบันกษัตริย์เป็นประเด็นสำคัญ สถาบันกษัตริย์ของไทยคือจุดชี้ขาดที่จะทำให้สหรัฐอเมริกาบรรลุแผนสงครามจิตวิทยาในการทำให้คนไทยเกลียดชังและต่อต้านคอมมิวนิสต์ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา
การที่สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญต่อสถาบันกษัตริย์ในการร่วมต่อต้านคอมมิวนิสต์ได้สร้างความหวั่นวิตกแก่จอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ต่อสู้กับฝ่ายรอยัลลิสต์มาอย่างยาวนาน อีกทั้งเริ่มตระหนักถึงอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มครอบงำประเทศไทยมากยิ่งขึ้นตามลำดับ จึงเริ่มนำไทยถอยห่างจากสหรัฐอเมริกาเริ่มด้วยการไม่ปฏิเสธแนวความคิดเป็นกลางในความขัดแย้งระหว่างฝ่ายโลกเสรีกับคอมมิวนิสต์ และหาทางสร้างไมตรีทางลับกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเริ่มด้วยการค้าและวัฒนธรรม ส่วนการเมืองในประเทศก็พยายามเข้าหาประชาชนด้วยการเปิดกว้างสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางการเมืองอย่างเสรีเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในต้นปี 2500
นอกจากนั้นยังหันไปประนีประนอมกับกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์ และกลุ่มฝ่ายก้าวหน้าในสังคมไทย เพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งและสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้กับฝ่ายรอยัลลิสต์
เพื่อแก้ไขสถานการณ์จากท่าทีที่เปลี่ยนไปของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เดือนมีนาคม พ.ศ.2500 สหรัฐอเมริกาได้ปรับแผนปฏิบัติการต่อไทยด้วยการกำหนดเป้าหมายสำคัญเฉพาะหน้า 4 ประการ ได้แก่
ประการแรก ป้องกันไม่ให้ไทยหันไปพึ่งพาเศรษฐกิจด้วยการค้าขายกับกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์
ประการที่ 2 ผลักดันให้ไทยหันกลับมาให้ความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการต่อต้านคอมมิวนิสต์
เช่นเดิม
ประการที่ 3 ผลักดันให้ไทยพัฒนาเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งตามแนวทางที่สหรัฐอเมริกากำหนด ประการที่ 4 สนับสนุนการดำเนินการสงครามจิตวิทยาต่อลัทธิคอมมิวนิสต์
ประการที่ 5 เปิดโอกาสให้ “กลุ่มผู้นำใหม่” ที่ประชาชนไทยนิยมชมชอบและมีความนิยมสหรัฐอเมริกาเข้าสู่โครงสร้างอำนาจทางการเมืองของไทย
เผ่า : “คนไทยทุกคนมีสิทธิ์กลับประเทศ”
ปลายเดือนมีนาคม พ.ศ.2500 ร.ต.อ.เฉียบ ไชยสงค์ ตัวแทนของนายปรีดี พนมยงค์ ได้แจ้งกับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ว่านายปรีดี พนมยงค์ ต้องการร่วมมือกับรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ทำงานให้กับประเทศชาติ ซึ่งสอดคล้องกับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ที่ประกาศโดยเปิดเผยว่า นายปรีดี พนมยงค์ สามารถเดินทางกลับมาไทยได้หากต้องการ ซึ่งสถานทูตอังกฤษเห็นว่าเป็นสัญญาณยืนยันการเป็นพันธมิตรกับกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์
วันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2500 นางพูนศุข พนมยงค์ ภรรยานายปรีดี พนมยงค์ ที่เคยถูกจับกุมในกรณี “กบฏสันติภาพ” เมื่อ พ.ศ.2495 (ซึ่งมีหลักฐานว่าซีไอเอมีส่วนผลักดัน) ได้เดินทางกลับถึงไทยและให้สัมภาษณ์ว่านายปรีดี พนมยงค์ อยากกลับไทย ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างจอมพล ป.พิบูลสงคราม กับนายปรีดี พนมยงค์ นั้น “ไม่มีอะไรกัน ท่านอยากให้ทุกคนร่วมมือกันช่วยเหลือประเทศชาติ” และนายปรีดี พนมยงค์ ต้องการกลับมาอุปสมบทในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ
ขณะที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการกลับมาของนางพูนศุข พนมยงค์ ว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิ์กลับประเทศ ส่วนนายปรีดี พนมยงค์ จะมีความผิดหรือไม่นั้น ขึ้นกับเจ้าหน้าที่ หากไม่มีความผิด นายปรีดี พนมยงค์ ก็มีสิทธิ์เต็มที่เหมือนคนไทยทุกคน หนังสือพิมพ์ Standard ในฮ่องกง ฉบับวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2500 รายงานข่าวว่านายปรีดี พนมยงค์ จะกลับไทยมาสู้คดีสวรรคต
คณะศิลปินไทยเยือนจีน
เดือนเมษายน พ.ศ.2500 ขณะที่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม รวมทั้ง พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ยังคงตกเป็นจำเลยสังคมเรื่องการเลือกตั้งสกปรก สวนทางกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ประกาศวาทะ “พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ” และกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เป็น “กลุ่มผู้นำใหม่” ที่ “ประชาชนไทยให้ความนิยมชมชอบ” ซึ่งสหรัฐอเมริกากำลังมองหาเพื่อ “ให้เข้าสู่โครงสร้างอำนาจทางการเมืองของไทย” ความพยายามของรัฐบาลที่จะแหวกวงล้อมการเมืองในประเทศก็ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งเมื่อคณะศิลปินไทยที่มี สุวัฒน์ วรดิลก อดีตนักศึกษาธรรมศาสตร์เป็นผู้นำ ตามด้วยคณะนักกีฬาบาสเกตบอลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการไทยในสังกัดของรัฐบาลนำโดยสังข์ พัทธโนทัย ออกเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นศัตรูหลักของสหรัฐอเมริกาผู้นำฝ่ายโลกเสรีที่กำลังมีอิทธิพลในไทย
การเดินทางไปเยือนจีนของกลุ่มคนหัวก้าวหน้าเหล่านี้เป็นเสมือนการส่งสัญญาณมิตรภาพจากรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ถึงรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งยังเป็นสัญญาณไฟเขียวไปยังนายปรีดี พนมยงค์ ว่าให้เดินทางกลับมาสู้คดีสวรรคตในไทยได้ เมื่อนักข่าวหนังสือพิมพ์ถาม ร.ต.อ.เฉียบ ไชยสงค์ ว่าเมื่อนายปรีดี พนมยงค์ กลับมาแล้วจะคิดก่อการรัฐประหารอีกไหม ก็ได้รับตอบว่า “ใครขืนคิดก็โง่เต็มที เพราะเท่ากับเปิดช่องให้จักรวรรดินิยมต่างชาติฉวยโอกาส รัฐบาลไม่ควรเพ่งเล็งนายปรีดีฯ แต่ควรจะให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหวของพวกเจ้ามากกว่า”
ประกาศิตพญาอินทรี : ห้ามค้าขายกับจีน
ปลายเดือนเมษายน พ.ศ.2500 สหรัฐอเมริกาได้แสดงท่าทีต่อประเทศพันธมิตรที่หันไปค้าขายกับสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า สหรัฐอเมริกาไม่ต้องการผ่อนคลายการกีดกันทางการค้ากับสาธารณรัฐประชาชนจีนเพราะจะทำให้สินค้าและยุทธปัจจัยต่างๆ ไหลเข้าสู่จีน สหรัฐอเมริกายังคงยืนยันนโยบายการคว่ำบาตรทางการค้ากับสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป
ต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2500 สถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเทพฯ รายงานว่า รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้แสดงท่าทีและใช้ยุทธวิธีทางการเมืองสนับสนุนการปรับปรุงความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีนในทางลับ โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม พยายามแสดงออกว่าไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว แต่สถานทูตไม่เชื่อและเห็นว่าการดำเนินนโยบายเปิดไมตรีกับสาธารณรัฐประชาชนจีนของรัฐบาลไทยจะทำให้ความน่ากลัวของภัยคอมมิวนิสต์จีนที่จะรุกรานไทยลดลงไปมาก สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้สหรัฐอเมริกาประสบกับความยากลำบากที่จะ “หมุนนโยบายต่างประเทศของไทยให้กลับมาเหมือนเดิม” ตามที่สหรัฐอเมริกาต้องการ
ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ช่วยรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศได้เรียกนายพจน์ สารสิน เอกอัครราชทูตไทยเข้าพบเพื่อแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐอเมริกาไม่ต้องการให้ไทยเพิ่มความสัมพันธ์กับจีนและไม่ต้องการให้นายปรีดี พนมยงค์ กลับมาไทย
กลางเดือนพฤษภาคม นายบิชอป เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้กล่าวกับเอกอัครราชทูตอังกฤษว่า เขาได้รับคำสั่งจากกระทรวงการต่างประเทศที่วอชิงตัน ดี.ซี.ให้เตือนรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม ว่าสหรัฐอเมริกาไม่พอใจการติดต่อกับจีนและการนำนายปรีดี พนมยงค์ กลับมาไทย เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหากระทบกับเสถียรภาพทางการเมืองของไทย และหากรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ยังดำเนินการในสิ่งที่สหรัฐอเมริกาไม่เห็นชอบ สหรัฐอเมริกาก็จะมีปฏิกิริยา “ทางลบ” ต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
(ขอบคุณข้อมูลจาก “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” ของ ณัฐพล ใจจริง)
