bg-single

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (จบ)

14.08.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ

: แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (จบ)

เครื่องแบบทหารแฟชั่นช่วงสงคราม

ประวัติศาสตร์วงจรแฟชั่นไทย

แม้ว่าที่ผ่านมามีการศึกษาวงจรแฟชั่นของไทยสมัยสงครามเย็นจากบทบาทนักออกแบบเสื้อผ้า และห้องเสื้อระหว่างทศวรรษ 2500 ถึงกลางทศวรรษ 2510 ซึ่งเป็นระยะของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมพบว่า วงจรธุรกิจเสื้อผ้าสะท้อนถึงอิทธิพลจากแฟชั่นระดับโลกช่วงยุค 50s-60s รวมถึงมีการรื้อฟื้นชุดไทยที่เข้าถึงผู้หญิงชนชั้นกลางในเมืองหลากหลายกลุ่ม โดยผลงานของนักออกแบบและวงจรแฟชั่นนําเสนออุดมคติความงามแบบสากลนิยมพร้อมตอกย้ำขนบธรรมเนียมประเพณีไทย (วิลลา วิลัยทอง, 2560, 109-161) ในช่วงสมัยดังกล่าวห้องเสื้อไทย (2500-2559) เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อการแต่งกายของคนไทย (วรรณชนก บุญปราภัย, 2563)

อย่างไรก็ตาม การศึกษาธุรกิจและวงการแฟชั่นของคนไทยในช่วงหลัง 2500 ภายใต้บริบทสงครามเย็นและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย ยังไม่มีการศึกษาแฟชั่นการแต่งกายของคนไทยในช่วงก่อนหน้า คือช่วงภายหลังการปฏิวัติ 2475 จนถึงสมัยสงคราม ทั้งที่เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญที่มีการปฏิเสธการแต่งกายตามจารีตที่สืบทอดจากระบอบเก่าอันสะท้อนการแบ่งชนชั้นจากเครื่องแต่งกายมาสู่การแต่งกายสมัยใหม่ที่มีความเรียบง่ายเท่าเทียมกันที่ปรากฏขึ้นภายหลังการปฏิวัติทางการเมืองมาสู่สมัยสงครามที่เน้นความเรียบง่าย ความทนทาน และประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น

นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในเครื่องแบบยุวนารี

นับตั้งแต่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ใช้นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อสร้างชาติ (2481) สนับสนุนการค้ามีการนำเข้าผ้าจากยุโรปและอินเดีย ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของกิจการขายผ้าของชาวอินเดียในไทยทำให้วงการห้องเสื้อในไทยขยายธุรกิจ เนื่องจากช่างตัดเสื้อสามารถหาผ้าที่หลากหลายมาตัดเย็บให้ลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยผ้าที่ได้รับความนิยมในยุคดังกล่าวเป็นพวกผ้าชีฟอง ผ้าไนลอน และผ้าลูกไม้ชั้นดีจากเมืองนอกซึ่งเป็นผ้าที่สวมใส่สบายเหมาะกับสภาพ (วรรณชนก บุญปราภัย, 2563, 23) อีกทั้งภายหลังการปฏิวัติ สตรีมีความเป็นอิสระมากขึ้นกว่าระบอบเก่า การออกนอกบ้าน การเข้าร่วมงานสังคม การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้ผ้าในการตัดเย็บหรือใช้ในโอกาสอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น การตัดชุดไปร่วมงานฉลองงานวันชาติ งานฉลองรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการสวมฝึกทหารของยุวนารีในยามที่สงครามคุกรุ่นในยุโรปและโน้มเอียงแพร่ขยายตัว

นโยบายเรื่องเครื่องแต่งกายและสนับสนุนการนำเข้าสิ่งทอของรัฐบาลจอมพล ป. ส่งผลให้รัฐบาลช่วง 2485-2487 สนับสนุนให้มีร้านค้าของคนไทยรับตัดเย็บเสื้อผ้าขึ้นในแหล่งชุมชนต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวพระนครในการตัดเย็บและซื้อขายเสื้อผ้า (วรรณชนก บุญปราภัย, 2563, 23) สมัยนั้นคนไม่นิยมใส่เสื้อผ้าสำเร็จ ส่วนใหญ่ซื้อผ้ามาตัดหรือจ้างช่างตัดเสื้อตัดตามขนาดตัวของตนเอง

ข้าราชการชายหญิงในเครื่องแบบ

แฟชั่นสไตล์ทหาร

นับแต่สมัยรัฐนิยมเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับสงคราม การแต่งกายของชายหญิงสมัยนั้นเป็นไปตามแนวทางรัฐนิยม ด้วยรัฐบาลชักจูงให้คนไทยแต่งกายสุภาพตามแนวทางตะวันตก ชายให้สวมเสื้อกางเกงขายาวแทนสวมเสื้อราชปะแตนและนุ่งโจงกระเบนและกางเกงแพรจีน สวมหมวก สวมถุงเท้าและรองเท้า ส่วนหญิงให้สวมกระโปรงหรือผ้าซิ่นแทนการนุ่งโจงกระเบน แต่เมื่อสงครามระเบิดขึ้น ผู้คนสวมเครื่องแบบปรากฏทั่วไปทั้งชุดข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ชุดยุวชนทหาร ชุดยุวนารี

ด้วยในช่วงนั้นรัฐบาลจัดตั้งยุวชนทหารเพื่อฝึกวิชาทหารให้นักเรียนมัธยมชายเพื่อเป็นกำลังสำรอง ต่อมาขยายยุวชนทหารออกไปให้มากขึ้น มียุวชนทหารสำรองในระดับมัธยมต้นและประถมด้วย ทางกลาโหมประกาศใช้เครื่องแบบยุวชนทหาร ไม่แต่เพียงผู้ใหญ่ที่รับราชการเท่านั้นที่ต้องสวมเครื่องแบบ แต่รวมทั้ง เยาวชนชายหญิงเกือบทุกคนด้วย ช่วงเวลานั้นเครื่องแบบสีกากีแกมสีเขียวปรากฏดารดาษไปทั่วสังคมไทย ส่งผลให้แฟชั่นเครื่องแบบทหารในสังคมไทยค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

สภาพดังกล่าวทำให้สังคมไทยครั้งสงครามกลายเป็นสังคมเครื่องแบบ การแต่งเครื่องแบบเป็นแรงจูงใจให้เกิดการแต่งกายคล้ายทหารนิยมไปทั่วกลายเป็นกระแสแฟชั่นแต่งชุดทหารในครอบครัว แฟชั่นในเด็กด้วย รวมทั้งแฟชั่นของสตรีที่นำแนวคิดเครื่องแบบทหารมาออกแบบตัดเย็บชุดกระโปรง ที่มีหมวกหนีบประกอบชุดคล้ายเครื่องแบบทหารซึ่งเป็นที่นิยมกันในครั้งนั้นอันเห็นได้ชัดจากภาพประกอบ สตรีสวมหมวกหนีบที่ตัดเย็บจากผ้าเดียวกับชุดกระโปรงหรือสีสันที่กลมกลืนตามแบบหมวกหนีบของทหารไทยในครั้งนั้น

ต่อมา เมื่อสงครามระเบิดขึ้น การค้าขายระหว่างไทยกับฝ่ายสัมพันธมิตรถูกตัดขาดลงอย่างสิ้นเชิง สินค้าต่างๆ ขาดแคลน รวมทั้งผ้าและเข็มเย็บผ้าขาดตลาดด้วย ปกติก่อนส่งครามเข็มเย็บผ้าขายเป็นห่อ แต่ในช่วงสงครามขายเป็นเล่ม เข็มหมุดกลัดกระดาษก็ขาดแคลน ทางราชการใช้หนามจากต้นพืชมาใช้แทน (สมบัติ พลายน้อย, 2560, 77)

ยิ่งนานเข้าผ้าเริ่มขาดแคลน ประกอบกับรัฐบาลส่งเสริมให้คนไทยทอผ้าขึ้นใช้เองตามแนวทางรัฐนิยม แต่คุณภาพผ้าที่ผลิตเองในประเทศก็เป็นการใช้แก้ขัดเท่านั้น ด้วยผ้าไทยมีเส้นใยของผ้าทอไม่แน่น ทุกคน “ต้องอยู่กันอย่างอดออม ผ้าที่มีในตลาดมืดข้าราชการชั้นกลางๆ และชั้นผู้น้อยสู้ราคาไม่ไหว เสื้อนอก เครื่องแบบ กางเกงที่ขาดก้นหรือคอเปื่อยใช้ไม่ได้แล้วก็เลือกเอาผ้าตอนที่พ้นเหงื่อพอใช้ได้ตัดกางเกงให้ลูก 4-5 ขวบใส่ได้” (พล.ต.อ.จำรัส มัณฑุกานนท์, 2521, 74-75)

ครอบครัวกับแฟชั่นการแต่งกายสมัยสงคราม

แฟชั่นนุ่งกางเกงก้นปะ

เมื่อผ้าขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้นอย่างมากนั้น นายตำรวจคนหนึ่งบันทึกว่า นายอำเภอคนหนึ่งไปตรวจเยี่ยมชาวบ้านในชนบทพบว่า ชาวบ้านชายคนหนึ่งนุ่งกางเกงปะทั้งตัวออกมาต้อนรับนายอำเภอ นายอำเภอจึงถามหาภริยา สามีบอกว่า ภริยานุ่งผ้าขาดไม่กล้าออกมาต้อนรับ นายอำเภอจึงให้ผ้าขาวม้าที่เคียนพุงมานั้นกับชาวบ้านผู้นั้นไป เรื่องชาวบ้านผลัดกันนุ่งผ้าในช่วงขาดแคลนผ้าช่วงสงครามนั้น เขาได้ยินมาก เขาอนุมานว่า หากสงครามไม่สงบลงเสียก่อน ชาวบ้านคงต้องเปลือยกายกันเป็นแน่ (พล.ต.อ.จำรัส, 75)

มนัส โอภากุล เล่าว่า ขณะนั้นเมืองไทยกําลังขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง กางเกงขาดก้นต้องซ่อมแซมด้วยการปะก้นกางเกงเป็นรูปใบโพธิ์ เสื้อเชิ้ตคอเปื่อยจ้างร้านตัดเสื้อกลับคอเสื้อเสียใหม่ พลิกเอาด้านเปื่อยเข้าไปไว้ข้างใน ใช้ไปได้อีกนาน รองเท้าหนังพื้นทะลุให้ช่างปะพื้นใหม่ รองเท้าทุกอย่างขาดแคลน เอายางรถยนต์มาตัดเป็นรองเท้าแตะ ใส่ทนมาก ไม่มีสึกนอกจากหูขาด ทุกคนสมัยโน้นสวมรองเท้าแตะยางรถยนต์แทนใส่เกี๊ยะและรองเท้าหนัง (silpa-mag.com/article 43824)

สภาพสินค้าขาดแคลนอย่างหนักในช่วงปลายสงคราม ที่อยุธยา ทหารญี่ปุ่นไม่ค่อยมีเงินจึงเอาของใช้ส่วนตัวมาขายชาวบ้าน เช่น นาฬิกาข้อมือ มุ้ง แม่ของสมบัติซื้อมุ้งจากทหารญี่ปุ่น เลาะตีนมุ้งที่กุ๊นด้วยผ้าเนื้อดีนำมาตัดเป็นเสื้อคอกลม กางเกงในให้ลูกใส่ (สมบัติ, 76)

เมื่อครั้งสมบัติเป็นยุวชนทหารเล่าว่า ผ้าขาดแคลน ต้องนุ่งเกงกางอย่างถนอม แต่ใช้ไปนานๆ เข้าผ้าก็บางและเปื่อยขาด ต้องปะกางเกงเป็นรูปใบโพธิ์ ใครๆในครั้งนั้นก็นุ่งกางเกงก้นปะเป็นรูปใบโพธิ์จนกลายเป็นแฟชั่นครั้งสงคราม (สมบัติ, 55)

ในช่วงปลายสงคราม กรมยุวชนทหารที่ฝึกฝนเยาวชนหญิงชายให้เป็นยุวนารีและยุวชนทหารเปลี่ยนชื่อเป็นกรมเตรียมการทหาร เมื่อสงครามสิ้นสุดลงแล้ว กรมเตรียมการทหารถูกมองว่าเป็นกลไกของระบอบเผด็จการ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกรมการรักษาดินแดน (2491) ไปในที่สุด (ประยูร ภมรมนตรี, 2543, 48)

เมื่อสงครามจบลง ภาพลักษณ์กองทัพและทหารมีความตกต่ำอย่างมากในสายตาประชาชนด้วยเกือบทำให้ไทยพ่ายแพ้สงครามไปด้วย มีผลกระทบให้เครื่องแบบทหารสีกากีแกมเขียวมิใช่เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมในสายตาคนไทยอีกต่อไป รวมทั้งความนิยมในแฟชั่นเลียนแบบชุดทหารและการสวมหมวกตามรัฐนิยมค่อยๆ สลายลงไปจากความภูมิใจของผู้คนในสังคมไทยในช่วงที่ไทยและเสรีไทยต้องเจรจากับสัมพันธมิตรเพื่อนำพาไทยให้รอดพ้นจากผู้แพ้สงคราม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ทรัมป์กับข้อจำกัดในสงครามเต็มพิกัดกับอิหร่าน
ถ้าโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น…เป็นระบบโจรโกงเลือก ส.ว.จะต้องเป็น…ระบบมหาโจร
มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น เมื่อความคาดหวังทะลุเพดาน คำถามตัวโตๆ ถึง ‘ตัวการใหญ่’ รัฐบาลต้องตอบ!
E-DUANG | การตัดสินใจ เดือนสิงหาคม 2566 การตัดสินใจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
(รัฐบาล) Ultra (ไม่) Smooth
‘ฟุตบอลศาสตร์’ ของ ‘ครูลูกหนังชาวสเปน’ | ปราปต์ บุนปาน
กู้ดบาย แซม นีล
วิดีโอสั้นครองโลก ถอดสูตรปั้นคอนเทนต์ TikTok ให้ติดกระแสในปี 2026
เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้