ถ้าโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น…เป็นระบบโจรโกงเลือก ส.ว.จะต้องเป็น…ระบบมหาโจร
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า เป็นระบบโจร ทำเหมือนรังโจร
นี่เป็นคดีความมั่นคงไม่ใช่คดีธรรมดา
เป็นขบวนการที่จะมาปล้นชาติ
สอบข้าราชการท้องถิ่น…
แต่โกงจากส่วนกลาง
ที่ท่านรองนายกฯ ปกรณ์กล่าวมาถูกทุกข้อ แต่ทุกคนต้องทำความเข้าใจว่า
1. นี่ไม่ได้เป็นการโกงของท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง แต่เป็นการโกงที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบมาจากโจรส่วนกลาง จึงสามารถทำได้ทั่วประเทศ
การโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นตอนนี้ตรวจสอบชัดเจนแล้วว่ามีการแก้คะแนนถึงเกือบ 6,000 คน
ระบบโจรที่ว่านี้มีการวางแผนจากส่วนกลางระดับกระทรวงและกรม ส่งต่อไปยังส่วนภูมิภาคซึ่งกระจายลงไปตามจังหวัดต่างๆ
การสอบข้าราชการซึ่งบรรจุในท้องถิ่นต่างๆ เคยให้ท้องถิ่นสอบเองก็มีคนกล่าวหาว่าเล่นพรรคเล่นพวก เอาคนของตัวเองเข้ามาทำงาน วันนี้พอย้ายเข้ามาสอบส่วนกลางก็พบว่า กลายเป็นการรวมศูนย์ให้การโกงครั้งเดียวจำนวนมากเป็นการเหยียบหัวผู้ร่วมสอบที่สุจริตอีก 3 แสนคน
2. เป็นการทำลายความมั่นคงของชาติอย่างแน่นอน เพราะเป็นการทุจริตซื้อขายตำแหน่งซึ่งมีคนเกี่ยวข้องน่าจะถึงหมื่นคน
สิ่งนี้ได้ทำลายรากฐานการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างร้ายแรง เหมือนกับว่า ข้าราชการที่กระจายไปทำงานอยู่ในหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศมาจากการคดโกงซื้อตำแหน่ง
ยังมีการพูดถึงว่า ไม่เพียงแต่การสอบรุ่นนี้แต่ในการสอบรุ่นอื่นก็เป็นเช่นนั้นด้วย
3. เป็นขบวนการที่จะมาปล้นชาติ มีการตีความว่าคนที่จ่ายเงินไป 350,000-700,000 บาท จะไม่เข้าไปทำงานอย่างสุจริตเพียงรับเงินไม่กี่บาทต่อเดือน แต่ต้องมีเจตนาไปโกงแน่นอน
เพราะปัจจุบันการโกงการทุจริตการคอร์รัปชั่นได้ฟอร์มตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นระบบ และถูกนำไปใช้ได้ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานระดับประเทศ สามารถขยายโยงขอบเขตไปได้ทั่วทั้งประเทศ มีการทำงานเป็นเครือข่าย
ถ้าไม่ลงโทษคนผิดให้ชัดเจน คนที่ไม่โกงจะถูกมองเป็นโจรไปด้วย
เลือก ส.ว.เป็นการโกงระดับมหาโจร
สร้างระบบที่ซับซ้อน
โกงตั้งแต่ท้องถิ่นถึงส่วนกลาง
การโกงกรณีการเลือก ส.ว. ปี 2567 ที่เปลี่ยนระบบเลือกกันเองของผู้สมัครให้กลายเป็นการเลือกกลุ่มคนที่ถูกกำหนดไว้ แม้จะมีคนคิดวิธีการเลือกเป็นหลายชั้น คือเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ ไปสู่ระดับจังหวัด และไปสู่ระดับประเทศ และยังพยายามกระจายอำนาจออกไปยังสายอาชีพต่างๆ 20 กลุ่มอาชีพ
แต่กลุ่มคนขี้โกงก็มีความสามารถในการยัดเยียดผู้สมัครเข้าไปในอาชีพต่างๆ ตั้งแต่ระดับอำเภอ และจัดการใช้ระบบรับจ้างและว่าจ้าง หรือใช้เส้นสาย พรรคการเมือง อำนาจทางราชการ นักการเมืองท้องถิ่นมาหนุนช่วยจนผ่านเข้ามาสู่ระบบจังหวัด และใช้เครือข่ายที่ใหญ่กว่ากำหนดให้มีการเลือกพรรคพวกของตนเองจนผ่านเข้าสู่ระดับประเทศได้เป็นจำนวนมาก
จากนั้นก็จัดการให้เลือกตามโพยที่เขียนให้ โดยใช้เงินและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่างๆ สุดท้ายก็ได้ ส.ว.เกินครึ่งตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
การโกงการเลือก ส.ว.ได้ทำลายรากฐานของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะวุฒิสภา ทำให้มีคำถามว่าจำเป็นจะต้องมีวุฒิสภาอีกหรือไม่
ถือเป็นการทำลายความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย ที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายเสาหลักฝ่ายนิติบัญญัติ ในขณะที่โกงการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ทำลายความเชื่อถือของระบบราชการและการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
การแก้ปัญหาการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ทำได้
แต่การแก้ปัญหาโกงเลือก ส.ว. ทำไม่ได้
สองคดีนี้แม้มีลักษณะที่เหมือนกัน
1. คนที่จัดการบริหารการโกงมีลักษณะเป็นทีมงานมีการจัดตั้ง
2. มีเงินมาเกี่ยวข้องจำนวนมาก
3. มีบุคคลมาเกี่ยวข้องนับหมื่นคน
แต่ความแตกต่างก็มีมากเช่นกัน
1. กลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง หรือบงการ และวางแผนกรณีโกงเลือก ส.ว.มีอำนาจสูงมาก เหนือกว่าการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นอย่างมากมาย
2. ผลประโยชน์จากการโกงทั้งสองกรณีมีความแตกต่างในเชิงอำนาจ
การโกงเลือก ส.ว.มีผลประโยชน์เพราะ ส.ว.ที่ได้รับเลือกกลายเป็นอำนาจส่วนหนึ่งของรัฐสภา มีอำนาจเกี่ยวกับการออกกฎหมาย แก้กฎหมาย มีอำนาจในการเลือกกรรมการองค์กรอิสระทั้งหมด เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. และ ป.ป.ช. อำนาจนี้ทำให้ทุกคนก็กลัว
ส่วนพวกที่โกงการสอบข้าราชการท้องถิ่นถึงได้ตำแหน่งไป ก็เป็นเพียงข้าราชการตัวเล็กๆ ที่อยู่ในองค์กรเล็กๆ
3. การโกง ส.ว. ถ้าจัดการตรงๆ จะกระทบผู้ที่อยู่ในอำนาจรัฐจำนวนหนึ่งที่ถูกกล่าวหา ดังนั้น ถ้าเกิดการลงโทษ จะไปกระทบต่อรัฐบาล
ในขณะที่การโกงการสอบข้าราชการท้องถิ่น คนที่ได้รับการแต่งตั้งไปแล้วจะถูกปลดไปกี่พันคนก็ไม่มีความหมายอะไร เปลี่ยนใหม่เข้ามาก็ไม่มีความหมายอะไรต่อรัฐบาล คนที่ร่วมวางแผนการโกงและรับผลประโยชน์ที่ถูกกล่าวหาก็เป็นเพียงข้าราชการ ต่อให้เป็นระดับอธิบดีก็ไม่มีผลต่อรัฐบาล ดังนั้น การเชือดให้เป็นตัวอย่างกลับกลายเป็นผลดีต่อรัฐบาล คนพวกนี้จึงจะต้องกลายเป็นแพะอย่างแน่นอน
มีวิธีการแก้ปัญหา แต่ไม่กล้าทำ
การโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ แบบที่ชาวบ้านก็คิดได้คือ
1. นำกระดาษข้อสอบตัวจริงออกมาตรวจกับผลคะแนนที่ประกาศออกมาก็รู้แล้วว่าถูกหรือผิด ใครโกงหรือไม่โกงรู้ ตอนนี้รู้ว่า 5,924 คนมีปัญหา ถ้าตรวจละเอียดพวกบัญชีสำรองคงมีเพิ่มอีก
2. ตรวจกระดาษคำตอบใหม่ทั้งหมด เรียงคะแนนใหม่ ก็สามารถคัดบุคคลที่สอบได้จริงมาเป็นข้าราชการได้
3. ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
กรณีโกงเลือก ส.ว.ไม่กล้าทำ
ถ้าจะทำแบบเดียวกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก นำกระดาษที่กาคะแนนจากหีบออกมาเปรียบเทียบกัน จะพบการกาคะแนนที่เรียงเหมือนกันเพราะเป็นไปตามโพย ก็รู้แล้วว่านั่นคือการสมรู้ร่วมคิด หรือทำตามคำสั่ง
แต่คดีโกงเลือกตั้ง ส.ว.ไม่สามารถจัดการอะไรได้ เพราะผู้ที่ทำการโกงเป็นขบวนการที่ใหญ่โต มีอำนาจมากจนล้นประเทศ กลายเป็นมีอำนาจมากกว่าองค์กรที่จะตรวจสอบ และมีอำนาจมากกว่าผู้ตัดสิน จึงไม่กล้าทำ คดีถูกดึงปล่อยให้ยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ใช้อำนาจไปเรื่อยๆ
เวลาบรรจุข้าราชการที่โกงสอบประกาศผลไปแล้วพอมีข้อท้วงติงมา ก็สามารถพูดได้ว่าจำเป็นจะต้องรีบปลดออกเพื่อความถูกต้อง
แต่กรณีโกงเลือก ส.ว.กลับไม่ทำเช่นเดียวกัน กลายเป็นให้ใช้อำนาจ ส.ว.ต่อไปเรื่อยๆ เพราะฝ่ายผู้มีอำนาจปกครองได้ประโยชน์จากการใช้อำนาจนั้น
ตอนนี้ดูแล้วรัฐบาลจะใช้การสอบสวนและแก้ปัญหาโกงการสอบข้าราชการท้องถิ่น ทำคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาล ให้ดูดีว่ามีการแก้ปัญหาการโกงอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว แต่จะไม่ยอมทำอย่างนี้กับกรณีโกงเลือก ส.ว.เด็ดขาด เพราะเป็นเรื่องที่อยู่เหนืออำนาจของกระบวนการยุติธรรมไทยไปแล้ว
คนที่นั่งในเรือโจร ใครจะกล้าล้มระบบมหาโจร เพราะเรือโจรจะล่มทันที
