บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
https://www.facebook.com/sirote.klampaiboon
ทางออกที่แท้จริง
ของปัญหาไทย-กัมพูชา
คําทำนายของหมอปลายเรื่องไทยกับกัมพูชาจะปะทะโหดเป็น 1 ในวาทกรรมแบบขวาไทยที่มาแรงพร้อมกับความรุนแรงของการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา
และที่น่ากลัวกว่าก็คือ ต่อให้การปะทะจะลดระดับลงแล้ว วาทกรรมที่ถูกปลุกปั่นกลับไม่จบจนมีแรงส่งเหมือนลูกตุ้มเหวี่ยงไปมาตลอดเวลา
คำทำนายหมอปลายถูกคนด่าทั้งเมืองโดยอ้างว่าทำให้คนตกใจ แต่สื่อคือฝ่ายเอาคำทำนายหมอปลายไปเป็นข่าวเช่นเดียวกับหมอดูคนอื่นที่ทำนายสงครามไทย-กัมพูชา เพื่อปั่นกระแสให้คนสนใจตัวเอง
ถ้าหมอปลายผิด สื่อที่เอาคำทำนายหมอดูหรือหมอผีไปทำ Content จนชาวบ้านคิดว่าเป็น “ข่าว” ก็ผิด และคนที่ฟังข่าวสงครามจากหมอดูแล้วตื่นตระหนกก็ควรพิจารณาตัวเองด้วยเช่นกัน
พูดตรงๆ มีไม่กี่ประเทศที่คำทำนายหมอดูเป็น “ข่าว” ในเรื่องใหญ่ระดับอนาคตรัฐบาลยันสงครามชายแดน และมีไม่กี่ประเทศที่ประชาชนฟังข่าวจากคำทำนายจนเป็นความตื่นตระหนกในสังคม
คําทำนายหมอปลายเป็นส่วนหนึ่งของ “วาทกรรม” ที่สร้างตั้งแต่ไทยกับกัมพูชาปะทะกัน
ตัวอย่างของวาทกรรมประเภทนี้มีตั้งแต่ไทยควรเอา F-16 ถล่มบ้านฮุน เซน, “ทิ้งไข่” ให้ทหารเขมรตายๆ ไป, รัฐบาลยกทัพบุกพนมเปญได้แล้ว, เจอคนเขมรต้องกระทืบ หรือประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดี เมื่อวาทกรรมนี้ถูกพูดโดยพลเอกที่ไม่เคยออกรบ, สื่อปั่นยอด, อินฟลูฯ หิวแสง หรือนักการเมืองแนวปั่นกระแส คำวิจารณ์ว่าคนกลุ่มนี้ทำให้สังคมตื่นตระหนกกลับไม่มีเลย
พลเอกบางคนเดินสายแทบทุกช่องพูดโกหกซ้ำๆ ซากๆ ไม่ต้องพูดถึงการขู่ดำเนินคดีคนกลุ่มนี้แบบที่หมอปลายโดน
ถ้าปัญหาของ “หมอปลาย” คือการปั่นข่าวจนคน “ตื่นตระหนก” ตามที่อ้างกัน
สื่อก็มีส่วนทำให้คน “ตื่นตระหนก” ด้วยข่าวเท็จทั้งที่ไม่ตั้งใจและตั้งใจเยอะไปหมด
ตัวอย่างเช่น เขมรเตรียมยิงไทยด้วยขีปนาวุธ PHL-03 หรือขอส่งทหารมารักษาในไทย ซึ่งสองเรื่องนี้ไม่เคยมีการพูดโดยฝั่งเขมรเลย
สังคมไทยยอมให้วาทกรรม “ปะทะโหด” พูดได้เฉพาะนายพล นักการเมืองแนวปั่น หรือสื่อการเมือง แต่ห้ามพูดสำหรับหมอดูหรือหมอผีระดับหมอปลาย
ตัววาทกรรมจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับสังคมไทย แต่การพูดว่าจะสูญเสียหนักทั้งไทยและเขมรต่างหากที่ทำให้คำพูดนี้มีปัญหาขึ้นมา
นอกจาก “ปะทะโหด” จะไม่ใช่ปัญหาในสังคมไทย แม้แต่เฟกนิวส์โดยสื่อ, หน่วยงานรัฐและอินฟลูฯ เพื่อเปิดทางให้กระแส “ปะทะโหด” ก็เป็นเรื่องที่คนจำนวนมากเห็นว่าไม่ได้เป็นปัญหาด้วย หากคำพูดแบบนี้จะไม่จบด้วยการพูดว่าไทยอาจเป็นฝ่ายสูญเสียเอง และผู้สูญเสียไม่ได้มีแค่กัมพูชา
อย่างไรก็ดี ถ้ารัฐบาลชัดเจนจนคนไทยเชื่อมั่นว่าจะเอาผิดฮุน เซน และกัมพูชาได้จริงๆ ไม่ใช่ขู่แค่จะฟ้องค่าเสียหายทางแพ่งและอาญาในไทยซึ่งไม่มีทางบังคับคดีได้ ซ้ำกว่าคดีจะสิ้นสุดทั้ง 3 ศาล ฮุน เซน คงจากโลกนี้ไปแล้ว กระแส “ขวาไทย” จะไม่มีวันพุ่งแรงอย่างทุกวันนี้ได้เลย
คําแถลงของรัฐบาลเรื่องไม่ฟ้องร้องฮุน เซน ในศาลโลกเหมือนฟ้าผ่าลงมาใจกลางคนไทย เพราะฮุน เซน ประกาศว่าตัวเองคือผู้บัญชาการรบของกัมพูชา
คำประกาศไม่ฟ้องศาลโลกจึงทำให้ฮุน เซน และกองทัพกัมพูชาไม่ต้องรับผิดต่อชีวิตคนไทยที่ตายไปและความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับไทยเลย
จริงอยู่ “ศาลโลก” เป็นคำที่คนไทยมักใช้ปนกันระหว่าง “ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ” (ICC) และ “ศาลอาญาระหว่างประเทศ” (ICJ)
คำพูดว่าไม่ฟ้องฮุน เซน ในศาลโลกจึงไม่ชัดว่าหมายถึงศาลอะไร แต่ทันทีที่รัฐบาลบอกว่าจะดำเนินคดีแค่ค่าเสียหายแพ่งกับอาญา โอกาสเอาผิดฮุน เซน ก็หายไปทันที
ศาลไทยมีเขตอำนาจแค่ในไทย การเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับอาญาจากกัมพูชาทำให้ความตายและการสูญเสียเป็นแค่เรื่องตัวเงินซึ่งแย่อยู่แล้ว
แต่ที่แย่กว่าคือ รัฐบาลทำทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเอาผิดกัมพูชาด้วยเครื่องมือในประเทศแบบนี้
การไม่ดำเนินคดีในศาลโลกจึงทำให้คนไทยตายฟรีทันที
ความตายของเด็ก 5 คนจากจรวดกัมพูชาทำให้ฮุน เซน มือเปื้อนเลือดเยี่ยงฆาตกร สามแม่ลูกกอดกันตายในร้านสะดวกซื้อคืออาชญากรรมที่ทหารกัมพูชาต้องรับผิดชอบ เช่นเดียวกับการยิงโรงเรียน, ยิงโรงพยาบาล, วางทุ่นระเบิด ฯลฯ
แต่ตอนนี้รัฐบาลไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาผิดอย่างไรเลย
ประเทศไทยมีเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนมากจน “รัฐไทย” ไม่ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศจนปัจจุบัน เพราะถ้ารับก็เปิดทางให้คนไทยฟ้องเอาผิดรัฐบาลที่ฆ่าประชาชนในอดีตได้ แต่การยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศรายกรณีเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำได้ ถ้ารัฐบาลคิดจะทำ
ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยอ้างว่าฟ้องฮุน เซน ที่ศาลโลกไม่ได้เพราะติดขัดเรื่อง “การยอมรับอำนาจ” เพื่อไทยก็ควรขอคำปรึกษาพรรคประชาชนที่เสนอให้รัฐบาลทำแบบนี้ หรือไม่ก็ปรึกษาคุณทักษิณ ชินวัตร กับพรรคเพื่อไทยปี 2554 ที่เคยบอกคนไทยว่าจะฟ้องคดีสลายการชุมนุมเสื้อแดงในศาลโลก แต่เบี้ยวจนปัจจุบัน
หวังว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะเปลี่ยนใจที่ประกาศว่าจะไปฟ้องฮุน เซน ในศาลอาญาระหว่างประเทศ เพราะเท่ากับว่าทางเดียวที่จะทำให้รัฐบาลไทยฟ้องฮุน เซน คือการต้องเปลี่ยนรัฐบาล เลือกพรรคซึ่งพร้อมจะดำเนินคดีฮุน เซน ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยมาตรการทางการทูตหรือมาตรการกฎหมายแบบไหนก็ตาม
ภายใต้ความไม่มีปัญญาของรัฐบาลเรื่องเอาผิดฆาตกรต่อเนื่องข้ามชาติที่ฆ่าคนไทย ความต้องการทวงความเป็นธรรมให้ผู้สูญเสียกลายเป็นความต้องการตอบโต้กัมพูชาที่พุ่งรุนแรงถึงขีดสุด นักการเมืองโจมตีฝ่ายตรงข้ามตัวเองเป็นไส้ศึกเขมร และคนไทยบางส่วนยุให้เด็ดขาดกับเขมรที่อยู่ในไทย
ถ้ารัฐบาลทำเรื่องที่ควรทำในการทวงความเป็นธรรมให้คนไทย ความรุนแรงทางวาทกรรมจะไม่ระบาดในสังคมไทยขนาดนี้ และวาทกรรมสุดโต่งจะไม่ถูกใช้เพื่อทดแทนความไม่พอใจที่รัฐบาลไม่ทำอะไรที่ควรทำอย่างตอนนี้เลย
การต่อสู้ด้วยกำลังทหารของไทย-กัมพูชาเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เลวร้ายที่สุดในภูมิภาคนี้ในรอบ 10 ปี
ที่แย่กว่านั้นแม้การปะทะจะกินเวลามากว่า 2 เดือน สาเหตุที่แท้จริงของการปะทะยังไม่มีข้อยุติ การหยุดยิงยังลุ่มๆ ดอนๆ เช่นเดียวกับการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว
สัญญาณบวกข้อเดียวของความขัดแย้งตอนนี้คือ การ “ปะทะตามแนวชายแดน” ลดระดับเป็น “การพิพาทตามแนวชายแดน” ปัญหาคือไม่มีใครรู้ว่าการพิพาทจะกลับไปเป็นการปะทะอีกเมื่อไร การปะทะจะยกระดับเป็นสงครามหรือไม่
และที่แน่ๆ คือไม่มีแววว่าการพิพาทจะยุติลงโดยสมบูรณ์
แม้คนที่ใช้ความรักชาติปั่นกระแสการเมืองบางคนจะยุให้ไทยบุกพนมเปญไปเลย
แต่คนที่มีสติทุกคนย่อมรู้ดีว่าคำพูดแบบนี้คือการใช้น้ำลายเรียกแสงในเรื่องซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ทางที่ประเทศควรทำมีแต่การทำให้ข้อพิพาทชายแดนจบที่การเจรจาปัญหาชายแดนเพื่ออยู่ร่วมกันในระยะยาว
The Economist พูดถึงการต่อสู้ทางทหารของไทยกับกัมพูชาตอนนี้ว่า คือ “สงครามชายแดนที่งี่เง่า” (Senseless Border War) เพราะเนื้อแท้ของสงครามมาจากข้อพิพาทเขตแดนที่เจ้าอาณานิคมเป็นคนขีดเส้นพรมแดนเป็นร้อยปีแล้ว สองประเทศที่สู้รบกันจึงล้วนเป็นเหยื่อของการกดขี่เหมือนกัน
ยิ่งคิดถึงสงครามครั้งนี้โดยเชื่อมโยงกับความขัดแย้งของตระกูลชินวัตรและตระกูลฮุน การสู้รบของทั้ง 2 ฝ่ายก็ยิ่งไร้สาระขึ้นไปอีก
เพราะถ้าผู้นำสองฝ่ายไม่ขัดแย้งกันส่วนตัวจนยั่วยุไปมาโดยตลอด ปัญหาเขตแดนที่มีอยู่เดิมก็คงไม่ปะทุเป็นสงครามจนมีคนตายซึ่งยืนยันได้แล้วเกือบ 50 รายอย่างปัจจุบัน
สงครามงี่เง่าแบบนี้ไม่มีทางจบเร็ว เอาแค่ให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงก็ไม่ง่าย แต่ต้องพยายามทำให้ได้ เพราะโอกาสที่สงครามจะแก้ปัญหาเขตแดนนั้นเป็นศูนย์
เช่นเดียวกับความขัดแย้งของ 2 ตระกูลที่ไม่มีวันยุติง่ายๆ
ซ้ำยังทำให้ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับประชาชนเพิ่มขึ้นมา
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
