บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
ปรีดี แปลก อดุล
: คุณธรรมน้ำมิตร (79)
ความขัดแย้งขยายตัว
สถานทูตสหรัฐอเมริกาวิเคราะห์ว่า การที่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเกิดจากปัญหาความขัดแย้งกับกษัตริย์และกลุ่มรอยัลลิสต์ ที่นำไปสู่ความคิดในการนำนายปรีดี พนมยงค์ เดินทางกลับไทยเพื่อรื้อฟื้นคดีสวรรคตของ ร.8 ซึ่งต้องการความร่วมมือจากสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งการสนับสนุนจากฝ่ายหัวก้าวหน้าของไทย
ในช่วงเวลานั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ต่างกำลังต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แสวงหาการสนับสนุนจากสถาบันกษัตริย์และกลุ่มรอยัลลิสต์เป็นหลัก แต่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม ก้าวข้ามความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาไปหาทางร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเป็นสะพานไปสู่นายปรีดี พนมยงค์
เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2500 รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาสฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ทำให้มีการปลดปล่อยแกนนำที่เคยต่อต้านรัฐบาลและสหรัฐอเมริกา รวมทั้งผู้นำกลุ่มฝ่ายซ้ายที่ถูกจับกุมจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งสถานทูตสหรัฐอเมริกาเห็นว่าการกระทำของรัฐบาลเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ “สัญญาณความเสื่อมถอย” ทางการเมืองภายในของไทยตามแนวทางต่อสู้คอมมิวนิสต์ที่สหรัฐอเมริกาต้องการ
ในช่วงเวลาดังกล่าว ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม กับสถาบันกษัตริย์และกลุ่มรอยัลลิสต์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น พระมหากษัตริย์ทรงถอนตัวออกจากการสนับสนุนการฉลอง 25 พุทธศตวรรษ โดยให้เหตุผลว่าพระองค์ทรงพระประชวรอย่างฉับพลันทั้งที่ก่อนหน้านี้พระองค์ได้ยืนยันว่าจะเสด็จฯ มาทรงร่วมงานในวันที่ 12 พฤษภาคม ในขณะที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มรอยัลลิสต์ก็พยายามชักจูงประชาชนไม่ให้มาร่วมงานดังกล่าว
จอมพลสฤษดิ์ ผนึกกำลังกลุ่มรอยัลลิสต์
แผนการนำนายปรีดี พนมยงค์ กลับจากจีนเพื่อรื้อฟื้นคดีสวรรคตได้สร้างความตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่งแก่กลุ่มรอยัลลิสต์ กลุ่มรอยัลลิสต์จึงเข้าเป็นพันธมิตรกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบก คู่ขัดแย้ง พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ ตัวจักรสำคัญของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม
สถานทูตอังกฤษรายงานว่า กลุ่มรอยัลลิสต์กับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้จัดประชุมลับขึ้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2500 เพื่อร่วมวางแผนก่อการรัฐประหาร ในรายงานระบุรายชื่อบุคคลที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้ใกล้ชิดกษัตริย์และกลุ่มรอยัลลิสต์ เช่น พระองค์เจ้าธานีนิวัติ ประธานองคมนตรี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แกนนำกลุ่มรอยัลลิสต์ และได้รายงานต่อไปว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนการก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่ยังไม่กำหนดวันเวลาที่แน่นอน สำหรับบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการรัฐประหารนั้น พระองค์เจ้าธานีนิวัติเสนอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ชี้ขาด
ปาล พนมยงค์
วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2500 ปาล พนมยงค์ บุตรชายคนโตของนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งได้รับนิรโทษกรรมเนื่องในวาระ 25 พุทธศตวรรษจากคดีกบฏสันติภาพ พ.ศ.2495 แล้วได้มาขอลาบวชกับจอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ได้ฝากข้อความไปยังบิดาว่า “บอกคุณพ่อของหลานด้วยนะว่าลุงอยากให้กลับมาช่วยลุงทำงานให้ชาติ ลุงคนเดียวสู้ศักดินาไม่ไหวแล้ว”
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้รายงานสถานการณ์การเมืองไทยว่า ปรากฏข่าวลือทั่วไปในสังคมว่า “มีบุคคลสำคัญอย่างมาก” ที่ไม่มีใครคาดคิดอยู่เบื้องหลังการสวรรคต ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้บันทึกเหตุการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าวว่า นายควง อภัยวงศ์ เคยเล่าให้ฟังว่าคำพูด “จอมพล ป.จะหาเรื่องในหลวง”
ต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2500 หนังสือพิมพ์ฮ่องกง TIGER STANDARD ได้นำคำกล่าวของนายปรีดี พนมยงค์ ที่ให้สัมภาษณ์ “ต้ากงเผ่า” ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนมารายงานต่อว่า จักรวรรดินิยมอเมริกาขัดขวางการมีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน และยอมรับว่าได้ติดต่อกับบุคคลสำคัญยิ่งในไทยเพื่อการเดินทางกลับมาต่อสู้คดีสวรรคตในไทย
สถานทูตสหรัฐอเมริการายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่พอพระทัยอย่างมากที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีนและพยายามที่จะนำนายปรีดี พนมยงค์ กลับมาไทย ทรงเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ มีแผนการที่เป็นการคุกคามสถาบันกษัตริย์ ขณะที่สหรัฐอเมริกาก็ไม่พอใจรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เช่นกัน
ปลายเดือนกรกฎาคม นายดัลเลส รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มีบันทึกตอบกลับถึงสถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเทพฯ กล่าวถึงความตกต่ำทางการเมืองของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ในขณะที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนมากยิ่งขึ้นและยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มรอยัลลิสต์เพื่อต่อต้านแผนนำนายปรีดี พนมยงค์ กลับมาไทย โดยสถานทูตอังกฤษในวอชิงตัน ดี.ซี.ก็ได้รายงานกลับไปลอนดอนยืนยันถึงความเห็นของสหรัฐอเมริกาที่ว่า พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ กำลังเสื่อมความนิยมทางการเมือง ตรงกันข้ามกับความสำเร็จของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
จะเห็นได้ว่าสหรัฐอเมริกาไม่พอใจรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่พยายามถอยห่างด้วยการเปิดไมตรีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน อันจะส่งผลต่อเนื่องจากการที่สหรัฐอเมริกาต้องการสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ให้มีส่วนสำคัญในการทำสงครามจิตวิทยากับคนไทยให้ร่วมต่อต้านคอมมิวนิสต์ ดังนั้น ความต้องการของสหรัฐอเมริกาจึงสอดคล้องกับพันธมิตรใหม่ระหว่างสถาบันกษัตริย์และกลุ่มรอยัลลิสต์กับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มากกว่าแผนการของจอมพล ป.พิบูลสงคราม พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์ อีกทั้งยังคงมีความต้องการสนับสนุนให้กลุ่มผู้นำใหม่ที่นิยมสหรัฐอเมริกาขึ้นมามีอำนาจในการเมืองไทยเพื่อตอบสนองนโยบายของสหรัฐอเมริกาต่อไป
สุวัฒน์ วรดิลก
ควรทราบด้วยว่า จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่ทราบเรื่องคณะศิลปินไทยเดินทางไปจัดแสดงในเมืองจีน โดยนายสุวัฒน์ วรดิลก บันทึกไว้ว่า
“การที่รัฐบาลจีนติดต่อเชิญผมให้นำคณะศิลปินไทยไปเปิดการแสดงบนผืนแผ่นดินใหญ่นั้น เป็นความคิดของอาจารย์ปรีดีฯ ทั้งหมด ท่านวานพ่อค้าคนหนึ่ง ซึ่งสนิทคุ้นเคยเป็นที่ไว้วางใจกับท่านมาติดต่อผมโดยตรง เมื่อฝ่ายเราพร้อมที่จะไป ท่านก็ติดต่อให้นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ซึ่งชอบพอกับท่านเป็นผู้เชิญในนามกรมวิเทศสัมพันธ์จีน พวกเราจึงได้รับความสะดวกสบายโดยตลอด เพราะเป็น ‘แขกของนายกฯ โจว เอินไหล’
“ในวันแรกที่ไปถึง เจ้าหน้าที่จีนมาถามว่า ท่านปรีดี พนมยงค์ เตรียมน้ำชาไว้ต้อนรับ ต้องการจะไปพบหรือไม่ ตนเห็นว่าท่านปรีดีเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติไว้มาก จึงไปพบ ซึ่งการสนทนาก็เป็นการแสดงความยินดีที่ได้พบกับศิลปินไทยที่มาในนามราษฎร ผูกมิตรกับราษฎร ในขณะที่รัฐบาลไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน และท่านได้อวยพรคณะศิลปิน ส่วนนักการเมืองจีนนั้น ได้พบกับท่านประธานเหมา เจ๋อตุง ครั้งหนึ่ง ส่วนนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล นั้นได้พบกันหลายครั้ง”
ข้อเท็จจริงประการนี้ ทำให้เชื่อได้ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองของไทยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ทราบภายหลังก็พอใจ เพราะสอดคล้องกับความพยายามที่จะติดต่อสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้น เมื่อคณะศิลปินไทยเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย แม้จะถูกควบคุมตัว แต่เป็นเพียงการแสดงออกเชิงพิธีการโดยถูกจับกุมในตอนเช้า พอตกค่ำก็ให้ประกันตัว ไม่มีผู้ใดถูกคุมขัง นายสุวัฒน์ วรดิลก บันทึกว่า จอมพล ป.พิบูลสงคราม อยากจะนัดหมายให้ไปพบปะพูดคุยเรื่องเมืองจีนกันที่บางแสน แต่ยังมิทันจะได้ไป จอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็สูญสิ้นอำนาจเสียก่อน
ต่อมาเมื่อตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร นายสุวัฒน์ วรดิลก และภรรยา นางเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ก็ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2501 ในยุคที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อหาร้ายแรงคือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพและมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ถูกจำคุก 4 ปี
(ขอบคุณข้อมูลจาก “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” ของ ณัฐพล ใจจริง)
