bg-single

AI กับภารกิจที่ไม่ควรไว้ใจ

19.08.2025

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

AI กับภารกิจที่ไม่ควรไว้ใจ

“ไม่รู้ต้นไม้ที่บ้านเป็นอะไร ใบข้างล่างดูเหี่ยวๆ สีคล้ำๆ แต่ยอดข้างบนก็เขียวดี ป้าก็เลยลองถาม AI ดู มันบอกว่าให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ ฯลฯ”

หนึ่งในหลักฐานว่า Gen AI ได้กลายเป็นของที่แมสไปแล้วก็คือการที่ฉันได้ยินผู้ใหญ่อายุ 60 ขึ้นไปหลายคนพูดถึงการค้นหาข้อมูลด้วยการถาม AI อย่าง ChatGPT แทนที่จะใช้คำว่า “ถาม Google” เหมือนที่ผ่านมาโดยตลอด

ส่วนตัวฉันคิดว่าน่าประทับใจอยู่เหมือนกันที่กลุ่มผู้สูงวัยโอบรับการใช้งาน AI ได้รวดเร็วขนาดนี้

แต่ในขณะเดียวกันก็อดรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ ไม่ได้ เพราะหลายคนที่ใช้งานดูเหมือนจะลืมกลั่นกรองความน่าเชื่อถือของคำตอบและพร้อมที่จะเชื่อ AI โดยไม่ลังเล

นอกจากเราจะใช้ ChatGPT แทนการเสิร์ชข้อมูลเองได้แล้ว ความสามารถของมันก็ยังเก่งพอที่จะช่วยเราทำงานได้อีกหลายต่อหลายอย่าง ทั้งการช่วยสร้างรูป สร้างวิดีโอ ช่วยคิดแผนงาน เมนูอาหาร เขียนโค้ด ตรวจไวยากรณ์ ฯลฯ จนดูเหมือนกับว่าไม่มีอะไรที่มันทำให้ไม่ได้ เราจึงค่อยๆ เกิดความคุ้นเคยว่าถ้ามีอะไรก็จะลองโยนไปให้ ChatGPT ทำก่อน

อย่างไรก็ตาม เรื่องบางเรื่องก็เป็นสิ่งที่แม้มันอาจจะทำให้เราได้แต่เราก็ไม่ควรไว้ใจให้มันทำให้อยู่ดี เพราะไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะเกิดอาการหลอน เพ้อข้อมูลขึ้นมาเอง หยิบข้อมูลเก่าที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไปแล้วมาให้ หรือให้ข้อมูลผิดที่อาจนำไปสู่อันตรายได้

เรื่องแรกที่เราไม่ควรไว้ใจ Gen AI ก็คือการใช้มันเพื่อวิเคราะห์อาการป่วยแล้วให้มันช่วยวินิจฉัยโรคให้

เพียงแค่ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เราเพิ่งจะท่องกันจนติดปากว่าอย่าให้ Google วินิจฉัยโรค แต่ทุกวันนี้สิ่งที่ต้องมาเตือนกันก็คืออย่าให้ AI วินิจฉัยโรคให้ ด้วยเหตุผลที่เหมือนกันก็คือมันมีแนวโน้มที่จะวินิจฉัยผิด บางทีเราไม่ได้เป็นอะไรแต่ AI วินิจฉัยให้เป็นเรื่องใหญ่ เราก็จะจิตตก นึกไปว่าตัวเองเป็นมะเร็งทั้งๆ ที่จริงๆ อาจจะเป็นแค่อาการปวดหัวหรือขาดน้ำทั่วไปเท่านั้น

แต่ถ้า AI วินิจฉัยออกมาว่าไม่ใช่โรคน่ากังวล แล้วเราวางใจจนไม่ไปรับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ก็อาจจะทำให้โรคภัยไข้เจ็บนั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่จนรักษาไม่ทันได้

นี่ไม่ได้แปลว่าเราไม่ควรใช้ AI ในการพูดคุยหาข้อมูลเรื่องสุขภาพเลย

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าแทนที่จะให้มันวินิจฉัยโรคให้ เราสามารถใช้ ChatGPT ในการช่วยคิดลิสต์คำถามว่าเมื่อเราไปตรวจกับหมอ เราควรเตรียมคำถามอะไรไปถามหมอบ้าง หรือให้มันช่วยเรียบเรียงไทม์ไลน์อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเราเพื่อเป็นข้อมูลให้หมอใช้ในการวินิจฉัย ไปจนถึงให้มันช่วยแปลคำศัพท์ทางการแพทย์ยากๆ ให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น

อย่างต่อไปที่เราไม่ควรไว้ใจให้ ChatGPT ทำให้เราทั้งหมดก็คือการดูแลสุขภาพจิต แม้ว่ามันจะพอรับบทบาทของการเป็นเพื่อนคุยหรือรับหน้าที่เป็นนักจิตบำบัดจำเป็นให้ได้บ้างในบางกรณี แต่จะอย่างไรก็ไม่อาจสู้หมอที่ร่ำเรียนมาทางนี้โดยตรงได้ เพราะ ChatGPT ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิต ไม่สามารถมองเห็นสีหน้า อ่านอารมณ์และอาการของเราได้ และมันยังไม่มีความเห็นอกเห็นใจในแบบที่มนุษย์มี สิ่งที่มันทำได้ดีที่สุดก็คือการแสร้งทำเป็นห่วงใยเท่านั้น

สิ่งที่น่ากลัวก็คือคำแนะนำทางด้านสุขภาพจิตใดๆ ก็ตามที่ ChatGPT ให้กับผู้ใช้งาน มันไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเลยหากคำแนะนำเหล่านั้นนำพาผู้ใช้งานไปสู่อันตราย

ดังนั้น การดูแลสุขภาพจิตจึงยังเหมาะที่สุดที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมนุษย์ หากจะคุยกับ ChatGPT ก็ทำแค่แก้เหงาเท่านั้นก็พอ

เว็บไซต์ CNET แนะนำว่าการวางแผนทางการเงินหรือการทำภาษีก็ไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะไว้ใจให้ ChatGPT ทำให้ แม้ว่าเราจะโยนข้อมูลการเงินไปให้ AI ช่วยจัดการทำภาษีให้ได้แต่ผลลัพธ์อาจจะไม่ดีนัก อาจจะไม่ได้หักลดหย่อนได้ครบถ้วนตามที่ควรทำได้ หรือไม่ได้ช่วยเฝ้าระวังข้อผิดพลาดให้ ท้ายที่สุดก็อาจจะนำมาซึ่งค่าปรับที่สูงลิ่ว ดังนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่เราควรให้คนที่มีความเชี่ยวชาญทำจะดีที่สุด

เรื่องด่วนๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางชีวิตและทรัพย์สิน ความเป็นความตาย หรือการถามว่าในสถานการณ์แบบนี้ถือว่าเราตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะไว้วางใจ AI ได้เต็มที่ ในเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการการโต้ตอบอย่างเร่งด่วน ถ้าเรามัวแต่ไปพิมพ์ถาม ChatGPT แทนที่จะกดโทร.ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็อาจจะทำให้สูญเสียเวลาอันมีค่าไปได้

การบ้านก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมอบหมายให้ ChatGPT ทำแทน ถึงแม้ว่ามันจะช่วยเขียนเรียงความ แก้สมการคณิตศาสตร์ หรือช่วยนักเรียนทำรายงานแทนได้ แต่ทุกวันนี้ทางฝั่งครูเองก็เริ่มจะพัฒนาความสามารถในการตรวจจับร่องรอยของ ChatGPT ได้แล้ว อย่างทุกวันนี้ฉันก็พอจะบอกได้ว่าใครใช้ ChatGPT ช่วยแปลไทยเป็นอังกฤษให้

อันที่จริงการไม่ใช้ ChatGPT ทำการบ้านแทนเราไม่ใช่เรื่องของการกลัวถูกจับได้อย่างเดียว แต่อย่าลืมว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของการบ้านคือการช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้นักเรียน การใช้ AI มาทำแทนให้จึงเป็นการผิดจุดประสงค์และพลาดโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาไปอย่างน่าเสียดาย

AI อย่าง ChatGPT ยังไม่ควรได้รับความไว้วางใจให้ช่วยร่างเอกสารสำคัญอย่างการทำพินัยกรรมหรือการทำสัญญาที่ผูกพันทางกฎหมาย นี่เป็นเรื่องที่ยังควรมอบหมายให้ทนายความที่มีความเชี่ยวชาญทำอยู่ดี

ใครใช้ ChatGPT ช่วยในการเล่นพนัน อย่างการพนันผลการแข่งขันกีฬา ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะ 50-50 หลายคนที่ได้ใช้มาพบว่าบางครั้งข้อมูลสถิติที่ AI โยนกลับมาให้เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงด้วยซ้ำ

มองในภาพรวมแล้วก็จะพบว่าเรายังไม่ควรไว้ใจให้ AI ทำเรื่องซีเรียสที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตจริงของเราได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ไม่ได้เลย

อย่างการร่างสัญญา เราสามารถใช้ ChatGPT ช่วยทำลิสต์คำถามและความต้องการของเรา แล้วนำลิสต์นั้นไปให้ทนายความช่วยจัดการต่อให้ได้

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เรา “ยัง” ไม่ควรไว้วางใจให้ AI ทำแทนในตอนนี้ แต่ก็ไม่แน่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปและมันบ่มเพาะความสามารถไปเรื่อยๆ บางอย่างอาจจะถูกหยิบออกไปใส่ในหมวดหมู่ “AI ทำได้ดีกว่ามนุษย์แล้ว” ก็ได้ แต่ในตอนนี้ที่มันยังอยู่ในพื้นที่สีเทาๆ ที่อาจจะทำได้ดีหรืออาจจะทำได้แย่…

ก็อย่าเพิ่งวางใจเต็มร้อยไปก่อน เผื่อเหลือพื้นที่ให้ AI ผิดพลาดเอาไว้บ้าง เราเองก็จะได้ไม่เจ็บมาก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน