bg-single

เมษา พฤษภา 2553 ร่าง ‘เสื้อแดง’ สังเวย กระสุนจริง ก่อน ‘ชายชุดดำ’ เริ่ม ปรากฏขึ้น

27.08.2025

ยุทธการแดงเดือด

เมษา พฤษภา 2553

ร่าง ‘เสื้อแดง’ สังเวย กระสุนจริง

ก่อน ‘ชายชุดดำ’ เริ่ม ปรากฏขึ้น

บทสรุปจาก เกษม เพ็ญภินันท์ ก็คือ สถานการณ์ในพื้นที่ชุมนุมมีความตึงเครียดมาตั้งแต่ช่วงบ่าย เนื่องจากเกิดการเผชิญหน้าและมีการปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมเกิดขึ้นหลายจุด

โดยเฉพาะเป้าหมายหลักอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและบริเวณโดยรอบอันมีถนนราชดำเนินเป็นจุดศูนย์กลาง

หลังจากเวลา 18.00 น. ได้มีการเผชิญหน้าและปะทะกันเป็นระยะบริเวณสี่แยกคอกวัว และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ในระหว่างการเผชิญหน้าและการปะทะในช่วงแรกผู้ชุมนุมใช้ไม้ ก้อนหิน ก้อนอิฐ ขวดน้ำ และปลาร้าขว้างใส่ทหาร

พร้อมกับมีการใช้เครื่องดับเพลิงฉีดเข้าใส่ทหารด้วย

ขณะที่แกนนำ นปช.ยังคงปราศรัยบนเวที ด้านทหาร มีการยิงปืนข่มขู่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ รถขยายเสียงของทหารได้เปิดเพลงพระราชนิพนธ์ตลอดเวลาสลับกับการประกาศให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่

มีเฮลิคอปเตอร์บินสังเกตการณ์อยู่เหนือพื้นที่ชุมนุมพร้อมทั้งทิ้งแก๊สน้ำตาลงมาใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ ด้านผู้ชุมนุมได้จุดประทัด ยิงพลุ ปล่อยลูกโป่ง และปล่อยโคมยี่เป็งเพื่อหวังว่าจะสามารถรบกวนการบินของเฮลิคอปเตอร์ทหาร

ส่วนในพื้นที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนตะนาว ถนนข้าวสาร หลังการเคารพธงชาติ 18.00 น. ขณะนั้นท้องฟ้ายังไม่มืด ฝ่ายทหารตั้งแถวเตรียมเข้าปะทะกับผู้ชุมนุมอีกครั้ง

เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น เมื่อการปะทะระหว่างฝ่ายทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มต้นขึ้น

ก่อนการปะทะแนวทหารกับแนวผู้ชุมนุมห่างกันประมาณ 10-15 เมตร

เมื่อท้องฟ้ามืดลง ฝ่ายทหารได้เดินแถวเพื่อผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักตั้งแนวรับอยู่บนถนนตะนาว สี่แยกคอกวัว ฝ่ายทหารได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมแต่ทิศทางลมกลับพัดแก๊สน้ำตากลับเข้าหาฝ่ายทหารจนทำให้ถอยร่น

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ขว้างปาสิ่งของ ก้อนหิน ก้อนอิฐ เข้าใส่ฝ่ายทหาร แต่ฝ่ายทหารก็โต้กลับด้วยการใช้ปืนกระสุนยางยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

รวมทั้งยังได้ทำลายรถของผู้ชุมนุมที่จอด มีกลุ่มควันขึ้นด้านหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมาก กลุ่มผู้ชุมนุมแนวหน้าที่ปะทะกับฝ่ายทหารบ้างก็ได้รับบาดเจ็บ บางรายถูกกระสุนยางตามลำตัว

ช่วงเวลานี้มีรถพยาบาลจากวชิรพยาบาลและหน่วยกู้ภัยได้ทยอยนำตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บออกจากพื้นที่

พยานลำดับที่ 005 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และได้รับบาดเจ็บตาบอดจากกระสุนยางที่ตาขวาเล่าว่า “พอร้องเพลงชาติจบมืดปุ๊บทหารก็รุกปั๊บแล้วดันเข้ามา

ผมอยู่ข้างหน้าก็เอาทั้งมือทั้งเท้าดันไว้ แต่คนข้างหลังดันถอยไม่ดันต่อที่กั้นก็พังลงมา คนก็วิ่งกัน ทหารกรูเข้ามาแล้วก็มีเสียงตู้มๆ ตลอด

เสื้อแดงหาอะไรได้ก็ขว้างกลับไป อิฐบ้าง ไม้ธงบ้าง แต่ทหารแถวหน้าเขามีโล่กระบองป้องกันตัวเขาก็ไม่เป็นไร แต่แถวข้างหลังนั้นมีปืนเพียบเลย แล้วทหารก็กระจายไปตรอกข้างๆ ถนน

ยื้อกันอยู่สักพัก ตอนนั้นเสื้อแดงถอยร่นตีวงมาบนถนนใหญ่แล้ว

มีแก๊สน้ำตาโยนมาผมก็วิ่งไปล้างหน้าที่ข้างๆ ถนน เงยหน้าขึ้นมาก็พอดีโดนกระสุนยางเข้าที่ตาขวาแล้วก็ร้องเรียกฝรั่งที่ยืนดูเหตุการณ์แถวนั้นให้ช่วย เขาเห็นก็ร้อง โอว มายก้อด

แล้วเรียกคนมาช่วย นั่งรถพยาบาลของวชิระมาที่นี่”

เวลาประมาณ 19.25 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ฉีดน้ำยาดับเพลิงเข้าใส่ทหารส่งผลให้ฝ่ายทหารที่เดินลุยเข้าหาผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกคอกวัวต้องถอยร่นเข้าไปในบริเวณปากทางถนนข้าวสาร

แต่นายทหารที่ยืนอยู่ปากซอยข้าวสารได้ยิงปืนข่มขู่กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ

ฝ่ายผู้ชุมนุมก็หลบอยู่หลังแนวรั้วเหล็กและเครื่องกำบังเท่าที่หาได้พร้อมทั้งขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ทหารเป็นระยะๆ เช่นกัน

ต่อมา เวลาประมาณ 19.30 น.ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง

ในช่วงแรกของการปะทะทหารรุกคืบเข้าใส่ผู้ชุมนุมโดยยิงกระสุนยางและกระสุนจริงสลับกัน ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นแนวปะทะแนวหน้าก็ถอยร่นกระเจิง ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านหลังก็โต้ตอบด้วยการขว้างปาสิ่งของเข้าใส่

อย่างไรก็ตาม การปะทะในพื้นที่สี่แยกคอกวัวได้มีระเบิดเพลิงตกลงไปยังฝั่งทหาร 2 ครั้ง

ในช่วงท้ายของการปะทะกันในบริเวณนี้ได้มีกลุ่ม “ชายชุดดำ” พร้อมอาวุธปืนยิงเข้าใส่ฝ่ายทหาร กลุ่มผู้ชุมนุมต่างก็รุกฮือเข้าไปหาทหารแต่ยังไม่ได้ประชิดแนวกัน ส่วนฝ่ายทหารที่ถูกกลุ่ม “ชายชุดดำ” เข้าโจมตีก็ต้องถอยร่นไปทางย่านบางลำพู

ในเหตุการณ์ช่วงนี้บทความของ เกษม เพ็ญภินันท์ ยืนยันว่า พบว่ามีประจักษ์พยานเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตที่บริเวณสี่แยกคอกวัวและกรณีชายชุดดำ

นั่นคือ พยายานลำดับที่ 082 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2555

พยานเป็นผู้เข้าไปบันทึกภาพเหตุการณ์ในพื้นที่สี่แยกคอกวัวตั้งแต่หลัง 18.00 น. ซึ่งพยานระบุว่า ในช่วงที่ชายชุดดำเข้ามาที่บริเวณสี่แยกคอกวัวเวลานั้นไม่ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมเสียชีวิตแล้ว

จากคำให้การของพยานสอดคล้องกับคลิปและภาพที่ใช้อ้างเกี่ยวกับกรณีชายชุดดำ

นั่นคือ คลิป “20100410_หลั่งเลือดทาแผ่นดิน Bloodshed_begins_Thailandmirror” ในภาคผนวกที่มา “หลั่งเลือดทาแผ่นดิน Bloofshed begins”

นั่นคือ สืบค้นจากเว็บไซต์ Youtube

ระหว่างที่พยานหลบอยู่ตรงป้อมตำรวจหน้าทางเข้าถนนตะนาวแยกคอกวัวนั้นได้เห็นมีคนอยู่บนตึกกองสลาก เนื่องจากเห็นว่ามีคนถูกยิงแล้วมีคนตะโกนว่ามีทหารอยู่บนตึกจึงได้หันหน้าไปดู

แล้วเห็นว่ามีเงาหลบเข้าไป

ส่วนคนที่ถูกยิงนั้นเป็นคนที่กำลังเดินเข้าไปข้างใน เขาคิดว่าเป็นการยิงสกัดไม่ให้เข้าไป จากที่เห็นคนที่ถูกยิงมีราวๆ 2-3 คน เมื่อเห็นว่ามีคนล้มเขาได้หันขึ้นไปมองบนตึก

จึงได้เห็นว่ามีเงาไหวของคนอยู่บนนั้น

ขณะกำลังถ่ายวิดีโออยู่ได้รู้สึกเหมือนมีอะไรกระเด็นมาติดอยู่ที่หน้าซึ่งคือเลือด ของคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าถูกยิงทะลุศีรษะ ตำแหน่งที่ถูกยิงอยู่บริเวณทางม้าลายข้างป้อมตำรวจ

เขาเล่าว่า เสียงปืนในขณะนั้นเป็นเสียงแบบยิงทีละนัด ดังจากทางฝั่งทหารขณะนั้นทหารไม่ได้ตั้งแนวแล้วแต่อยู่ตามฟุตปาท

ส่วนผู้ชุมนุมหลบอยู่ตามข้างทาง ไม่ได้ตั้งแนวบนถนน

แล้วสักพักก็รู้สึกเหมือนมีอะไรลอยข้ามหัวไปตกทางฝั่งทหารแล้วเกิดการระเบิดขึ้นบริเวณทางเข้าถนนข้าวสาร แต่ตัวเขาไม่ได้เห็นทหารที่บาดเจ็บจากการระเบิด

ต่อมามีคนดันหลังแล้วบอกให้หลบเป็นชายถืออาวุธสงครามเดินแทรกขึ้นไป ชายชุดดำ 2 คนได้มาหลบอยู่หลังรถที่จอดอยู่ทางเข้าถนนตะนาวเยื้องกับป้อมตำรวจที่เขาอยู่ ชายชุดดำทั้ง 2 ผลัดกันยิงซ้ายขวา โดยใช้อาวุธสงคราม

ทหารได้ยิงตอบโต้กลับมาที่ชายชุดดำ

จากนั้น ชายชุดดำ 2 คนที่หลบหลังรถก็เดินแยกกันเข้าไปสองข้างทางมุ่งไปหาแนวทหาร ระหว่างที่ชายชุดดำยิงไล่ทหารเข้าไปเสียงปืนก็ค่อยๆ เบาลง

จนเสียงปืนเงียบไป

จากที่พยานเห็นช่วงจังหวะที่ชายชุดดำเข้ามาบริเวณคอกวัวเป็นช่วงหลังจากที่ไม่มีผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิตอีกแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร