bg-single

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (80)

27.08.2025

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

กลับไทยใกล้จริง

กรกฎาคม 2500 นายปรีดี พนมยงค์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ในฮ่องกงว่า สหรัฐอเมริกาพยายามขัดขวางความสัมพันธ์ไทย-จีน และยอมรับว่ากำลังจะกลับมาสู้คดีสวรรคตในไทย

สิงหาคม 2500 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ส่งทนายความ 2 คน คือ นายชิต เวชประสิทธิ์ อดีตเสรีไทยและอดีต ส.ส.พรรคสหชีพ กับ นายลิ่วละล่อง บุนนาค อดีตผู้นำนักศึกษาธรรมศาสตร์ซึ่งเคยถูกจับคราวกบฏสันติภาพเมื่อ พ.ศ.2495 ไปพบนายปรีดี พนมยงค์ ที่จีน หลังจากนั้นไม่นาน นายปรีดี พนมยงค์ ได้มีจดหมายแจ้งให้นายสังข์ พัทธโนทัย คนสนิทของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ทราบว่าได้คุยกับทนายทั้งสองในเรื่องของกฎหมายและวิธีพิจารณาคดีของศาลแล้ว ขอให้นายสังข์ช่วยแนะนำทนายทั้งสองว่าจังหวะไหนควรทำอะไร ท้ายจดหมายได้ฝากข้อความถึงจอมพล ป.พิบูลสงคราม ด้วยว่า “ผมขอให้คุณช่วยเรียนท่านจอมพลพิบูลสงครามว่า ผมขอส่งความรักความคิดถึงและขอให้ท่านอโหสิในการกระทำใดๆ ของผมที่เป็นการล่วงเกินต่อท่าน”

การกลับไทยของนายปรีดี พนมยงค์ ใกล้ความเป็นจริงขึ้นทุกขณะ ซึ่งยิ่งสร้างความวิตกกังวลให้แก่ฝ่ายรอยัลลิสต์มากยิ่งขึ้น

ไทม์ไลน์

หลังความสำเร็จในการปราบปรามกบฏแมนฮัตตัน ตามด้วยการรัฐประหารทางวิทยุเมื่อ พ.ศ.2494 ซึ่งสามารถขจัดอิทธิพลทางการเมืองของฝ่ายรอยัลลิสต์ได้ตามเป้าหมายแล้ว ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นภายในรัฐบาลจากผู้นำคณะรัฐประหาร สืบเนื่องจาก จอมพล ป.พิบูลสงคราม มีอายุใกล้ครบ 60 ปีใน พ.ศ.2500 ซึ่งควรต้องลงจากตำแหน่ง การต่อสู้แย่งชิงอำนาจจึงเกิดขึ้นระหว่าง 3 ผู้นำ ได้แก่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ยังไม่ต้องการลงจากอำนาจ – พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งต้องการสืบทอดอำนาจ

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ นั้นแม้จะยังคงจงรักภักดีต่อจอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่ก็ได้แสดงความทะเยอทะยานทางการเมืองอย่างไม่ปิดบัง ทำให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่ไว้วางใจแล้วหันไปร่วมมือกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเก็บงำเป้าหมายทางการเมืองไว้อย่างมิดชิด แต่ต่อมาเมื่อกลุ่มรอยัลลิสต์แสดงท่าทีท้าทายอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม มากขึ้น จอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงหันกลับมาร่วมมือกับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ พยายามฟื้นความสัมพันธ์กับกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์ โดยใช้การรื้อฟื้นคดีสวรรคต ร.8 เป็นเครื่องมือเพื่อต่อสู้กับฝ่ายรอยัลลิสต์

ความขัดแย้งทางการเมืองไทยในช่วงปลายทศวรรษ 2490 ระยะแรกจึงกลายเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 ฝ่าย คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์ กับอีกฝ่ายคือ ฝ่ายรอยัลลิสต์ซึ่งมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับสถาบันกษัตริย์

พญาอินทรี

นับแต่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เชื้อเชิญสหรัฐอเมริกาให้เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้นำฝ่ายโลกเสรีเมื่อ พ.ศ.2492 อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาต่อไทยก็ขยายตัวมากขึ้นตามลำดับ จนกลายเป็นพลังที่ไม่อาจตัดทิ้งได้จากสมการอำนาจการเมืองไทย

ปลายปี พ.ศ.2494 ฝ่ายรอยัลลิสต์แม้จะพ่ายแพ้ทางการเมืองต่อคณะรัฐประหารแต่ก็มีลักษณะชั่วคราวและยังคงมุ่งมั่นที่จะฟื้นตัวอย่างไม่ท้อถอย ขณะที่อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาได้ยกระดับขึ้นจนกลายเป็นพลังใหม่ที่มีลักษณะชี้ขาดทั้งต่อการเมืองภายในและนอกประเทศ สหรัฐอเมริกาจึงกลายเป็นเป้าหมายในการแสวงหาการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรอยัลลิสต์ จอมพล ป.พิบูลสงคราม พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยอาศัยเงื่อนไขสำคัญเพื่อต่อสู้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่มีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นศัตรูเผชิญหน้า

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้รับการสนับสนุนในการสร้างความเข้มแข็งแก่กรมตำรวจ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้รับการสนับสนุนให้สร้างความเข้มแข็งแก่กองทัพบก จนทั้งสองมีความเข้มแข็งมากขึ้นพร้อมๆ กับการแข่งขันเพื่อสืบทอดอำนาจก็เข้มข้นขึ้นด้วย ขณะที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้รับการสนับสนุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจึงไม่มีพลังอำนาจที่มีตัวตนในการต่อสู้

เมื่อการต่อสู้ของผู้นำไทยพัฒนาต่อไป ครั้นถึงปลายทศวรรษ 2490 สหรัฐอเมริกาก็มิได้มีเพียง 3 ตัวเลือกเท่านั้นเพื่อเป็นผู้นำในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ เมื่อมีตัวเลือกที่ 4 ปรากฏขึ้นคือ ฝ่ายรอยัลลิสต์

พ.ศ.2497 หลังจากศึกษาบริบทแวดล้อมของไทยอย่างรอบด้านและลึกซึ้งแล้ว สหรัฐอเมริกาก็กำหนดยุทธศาสตร์หลักให้สถาบันกษัตริย์ไทยเป็นเครื่องมือหลักในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ซึ่งย่อมส่งผลโดยตรงในการเพิ่มพลังการต่อสู้ของฝ่ายรอยัลลิสต์-ตัวเลือกที่ 4 ของพญาอินทรี

ความขัดแย้งตกผลึก

ปลายทศวรรษ 2490 เมื่อภาพการต่อสู้ตกผลึกชัดเจน หนังสือพิมพ์ลอนดอนไทมส์วิเคราะห์ว่าวิกฤตการณ์การเมืองของไทยเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่าง “สถาบันกษัตริย์” กับ “รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม” เนื่องจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม สนับสนุนให้นายปรีดี พนมยงค์ กลับมาไทยเพื่อรื้อฟื้นคดีสวรรคตขึ้นใหม่

ต้นเดือนกันยายน 2500 คริสเตียน เอ. เฮอร์เทอร์ ปลัดกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา และเจมส์ พี. ริชาร์ด เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงต่างประเทศ ได้เดินทางมาสนทนากับพระมหากษัตริย์ไทย มีรายงานบันทึกการสนทนาในวันนั้นว่า นับเป็นครั้งแรกที่พระองค์ได้ถกเถียงปัญหาการเมืองไทยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาจากสหรัฐอเมริกา จากนั้นเฮอร์เทอร์ได้เข้าพบจอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยจอมพล ป พิบูลสงคราม พยายามอธิบายถึงปัญหาของรัฐบาลที่ได้รับแรงกดดันจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายซ้าย ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงระหว่างประเทศหลายประการ เฮอเทอร์เพียงแต่รับฟังสิ่งที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม อธิบาย และยืนยันว่านโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาคือการต่อต้านจีน

เห็นได้ชัดเจนว่าสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะให้ความสำคัญกับสถาบันกษัตริย์มากกว่าความพยายามเข้าใจปัญหาของรัฐบาล

กลางเดือนกันยายนเดียวกัน ไม่กี่วันก่อนการรัฐประหาร สถานทูตสหรัฐอเมริการายงานว่า จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และกลุ่มทหารมีความมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสถาบันกษัตริย์และกลุ่มรอยัลลิสต์ รวมถึงจัสแม็กไทยด้วย

สถานทูตสหรัฐอเมริกาเห็นว่าความมั่นใจดังกล่าวของกลุ่มทหารถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พวกเขายกระดับการต่อต้านรัฐบาลอย่างฉับพลันด้วยการถอนตัวออกจากพรรคเสรีมนังคศิลาซึ่งถือเป็นการแยกตัวออกจากรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ สถานทูตสหรัฐอเมริกายังรายงานต่อไปอีกว่า ภายใต้รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม นั้นกลุ่มรอยัลลิสต์มีความรู้สึก “ขมขื่น” และเป็น “ปรปักษ์” กับจอมพล ป.พิบูลสงคราม จนทำให้หันไปตัดสินใจให้การสนับสนุนจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม้จะไม่ไว้วางใจนัก เนื่องจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นพันธมิตรกับพวกฝ่ายซ้ายและนิยมคอมมิวนิสต์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นยุทธวิธีสองหน้าของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

แล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ

8 กันยายน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เปิด 3 แนวรบโจมตีรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม

แนวรบแรก เรียกสมาชิกคณะรัฐประหารฝ่ายทหารประมาณ 65 คนมาประชุมที่กองพลที่ 1 ขอให้ร่วมเข้าชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกเนื่องจากบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพและการเลือกตั้งส่อไปในทางทุจริต

แนวรบที่ 2 เดินเกมกดดันทางสภาให้ผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลที่สนับสนุนจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถอนการสนับสนุนรัฐบาล

แนวรบที่ 3 ให้ทหารซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภท 2 ที่มาจากการแต่งตั้งซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารลาออก

13 กันยายน ที่ท้องสนามหลวงโดยการสนับสนุนของพรรคการเมืองฝ่ายรอยัลลิสต์มีการ “ไฮด์ปาร์ก” โจมตีจอมพล ป.พิบูลสงคราม และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อย่างหนัก

จอมพล ป.พิบูลสงคราม หาทางออกด้วยการขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหวังเป็นที่พึ่งสุดท้าย

(ขอบคุณข้อมูลจาก “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” ของ ณัฐพล ใจจริง และ “อำนาจ 2” ของ รุ่งมณี เมฆโสภณ)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)