bg-single

ต่างสมรภูมิ หมอกับแม่ทัพ 1 รื่นรมย์กับ 1 ขมขื่น

24.08.2025

เหยี่ยวถลาลม

ต่างสมรภูมิ

หมอกับแม่ทัพ

1 รื่นรมย์กับ 1 ขมขื่น

ทันทีที่เห็นข้อความ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า “ผมกำลังจะถูกให้ออกจากราชการ” ความสงสัยผุดขึ้นมากมาย

ใครๆ ก็รู้ว่าสมัยที่ นพ.สุภัทรเป็น ผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา ในช่วงที่ “โควิด-19” กำลังคุกคามเอาชีวิตคนไทยและผู้คนทั่วโลกนั้น ที่ กทม.ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นแออัดเกิดอลหม่านล้มตายรายวัน รับมือวิกฤตไม่ทัน จังหวะนั้น นพ.สุภัทรนำทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในนามแพทย์ชนบทบุกกรุง นำเอา “ATK” ที่หายากและขาดแคลนมาช่วยตรวจคน กทม.หลายต่อหลายครั้ง รวมแล้วช่วยตรวจไป 192,905 คน กับจ่ายยารักษาผู้ติดเชื้อไป 22,451 คน

กิจกรรมที่ถือเอาประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้งแบบนี้ไม่ค่อยจะมีให้เห็นในระบบราชการไทยที่ล่าช้า และบางทีก็มีนัยยะซ่อนเร้นอำพราง

ความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจ และการลงมือรวดเร็วฉับไวเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์คับขันของหมอสุภัทรน่าจะได้รับเสียงสรรเสริญ และรางวัลจากทางราชการ “แพทย์ชนบท” มาช่วยแล้วก็จากไป ไม่คุยโม้ ไม่ปั่นราคา

เหตุใดวันนี้ “หมอสุภัทร” จึงออกมาโพสต์ว่า “ผมจะถูกให้ออกจากราชการ” !

แค่ “ชั่ว” ไม่มี แม้ “ความดี” จะไม่ปรากฏ ราชการก็เลี้ยงดูจนวันตาย

นพ.สุภัทรไปเหยียบตาปลาใครเข้า!?

ทำไมการทุ่มเทเสียสละอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอของหมอสุภัทรจึงกลายเป็น “ผลร้าย” ถึงขั้นที่กระทรวงสาธารณสุข ต้องตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย 10 กว่าเรื่อง ซึ่งยุบยิบ หยุมหยิมด้วยระเบียบ แต่ในที่สุด เล่นงานได้แค่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ กับย้าย นพ.สุภัทร จาก “ผอ.รพ.จะนะ” ไปเป็น “ผอ.รพ.สะบ้าย้อย” ในจังหวัดเดียวกัน

“หมอสุภัทร” อธิบายว่า ขณะที่โควิด-19 โหมกระหน่ำมาราวพายุนั้น ความยากที่สุดคือต้องจัดซื้อจัดหา ATK มาใช้เอง เพราะกระทรวงสาธารณสุขไม่มี

ไม่รีรอ หมอจัดหาจัดซื้อในนาม “รพ.จะนะ” เพราะคาดการณ์อะไรไม่ได้ ต้องว่ากันไปตามหน้างาน จุดยืนมีเพียง “ทุกคนที่มารอ ต้องได้ตรวจ”

นพ.สุภัทรถูกตั้งข้อกล่าวหา จัดซื้อผิดระเบียบ แบ่งซื้อแบ่งจ้าง ซึ่งโรงพยาบาลอื่นๆ ก็ทำเหมือนกันไม่ถูกสอบสวน

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ “มีอยู่จริง” แต่หลายครั้งสถานการณ์ก็เปิดช่องให้ “ฆ่า” หรือทำลายคน!

ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ถ้าไม่มี “แนวคิดและพฤติกรรม” พิลึกพิลั่นของ “ฮุน เซน” ความขัดแย้งถึงขั้นยิงถล่มกันก็ไม่เกิดขึ้น

ชื่อ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ก็คงเหมือนกับข้าราชการคนอื่นๆ ที่ก้าวลงบันไดไปใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างรื่นรมย์มีความสุข

แต่พอมียุทธการกำราบแมลงหวี่ ศักยภาพของกองทัพไทยกับกัมพูชานั้นห่างชั้นกันราว “ฟ้ากับเหว” ด้วยปฏิบัติการรบทางอากาศของไทย ในพริบตาเดียวก็ทำลายกำลังรบที่กำลังเคลื่อนพล หน่วยส่งกำลังบำรุงและอาวุธยุทโธปกรณ์ของกัมพูชาย่อยยับราพณาสูร

ทางฝั่งกัมพูชาเก็บซากศพทหารยังไม่ทันหมด แกนนำฝูงชนหย่อมหนึ่งกระหยิ่มยิ้มเยาะปลุกกระแสคลั่งชาติ นิยมลัทธิทหาร ถึงขั้นคิดหาช่อง “แหกกฎ” หวังจะให้ “ต่ออายุราชการ” แก่ พล.ท.บุญสิน แม่ทัพภาคที่ 2

ถ้าอย่างนั้น คงต้องต่ออายุราชการให้กับ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ นักบินรบ “เอฟ-16 ไฟติ้งฟอลคอน” และ “เอฟ-5 ฟรีดอมไฟเตอร์” ซึ่งจะเกษียณ 30 กันยายนนี้ด้วยหรือไม่

การต่ออายุราชการให้แม่ทัพสะท้อนถึงอาเพศ!

แสดงถึงความหมดท่า แค่หาตัว “แม่ทัพ” มาสืบต่อภารกิจยังทำไม่ได้

ที่ฟุ้งกันว่า “อย่าเปลี่ยนม้ากลางศึก” นั้นเป็นวาทกรรมอำพราง

ไม่มีแม่ทัพและม้าศึกที่ใช้งานได้นิรันดร์กาล!

เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ราชนาวีอังกฤษเจ้าแห่งน่านน้ำโลก สร้างเรือรบประจัญบานชื่อ “ปรินซ์ออฟเวลส์” และ “รีพัลส์” ในทันทีก็ฟุ้งว่า เป็นเรือที่ไม่มีใครจมได้

ให้ฉายาสะท้านโลกว่า “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสงคราม”

สร้างเสร็จก็ส่งไปปฏิบัติการ จมเรือรบเยอรมันได้ทันที

ในปี 1941 (พ.ศ.2484) เรือรบประจัญบาน “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสงคราม” ทั้ง 2 ลำ ถูกส่งเข้าประจำการในน่านน้ำสิงคโปร์

มอบหมายให้ “เซอร์ทอม ฟิลลิปส์” แม่ทัพเรือภาคตะวันออก เป็นผู้บัญชาการ

วันที่ 9 ธันวาคม 1941 “ปรินซ์ออฟเวลส์” และ “รีพัลส์” ถูกฝูงบินญี่ปุ่นโจมตี

เกียรติภูมิแห่งราชนาวีอังกฤษ จมดิ่งสู่ก้นมหาสมุทรในน่านน้ำสิงคโปร์

น่าเศร้า ผู้บัญชาการรบแห่งภาคตะวันออก “พล.ร.อ.ทอม ฟิลลิปส์” กับลูกเรือ 800 ชีวิตหายสาบสูญ!

การสอบสวนพบว่า เหตุแห่งความปราชัยเกิดจากการตัดสินใจละเมิดกฎบัญญัติขั้นพื้นฐานแห่งยุทธนาวีที่ว่า “อย่าเสี่ยงอันตราย ด้วยการนำเรือรบเข้าไปในรัศมีของน่านน้ำที่ข้าศึกครองอำนาจอยู่ โดยปราศจากฉากกำบังทางอากาศอย่างเพียงพอ”

“เซอร์ทอม ฟิลลิปส์” ผู้เกรียงไกรแห่งภาคตะวันออก กรำศึกมานาน เหมือนเครื่องยนต์ชำรุดทรุดโทรมฝืนสังขารบัญชาการรบ จึงนำพา “ปรินซ์ออฟเวลลส์ และ รีพัลส์” พบจุดจบ

เรือที่ไม่มีใครจมได้ จมหายไปในพริบตา!

แม่ทัพ ถึงเวลาพัก ต้องพัก สังขารเสื่อมไปตามธรรมชาติ

หลังจาก พล.ท.บุญสินเกษียณ ยังคงมีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ และ พล.ต.นรธิป โพยนอก หรือรุ่นน้องอย่าง พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ซึ่งทุกคนมีศักยภาพเต็มพิกัดสามารถขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ได้

แม่ทัพ “บุญสิน” สังกัดกระทรวงกลาโหม ทำความดี มีความชอบ มีโอกาสได้ก้าวลงบันไดอย่างสง่างามสมเกียรติ

ต่างกับอีกคน ที่สู้อยู่ใน “สมรภูมิโรค” มายาวนานชั่วชีวิตราชการ

“นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” แห่งกระทรวงสาธารณสุข ทำความดี ทำความตรง มีความชอบ แต่กลับประสบกับ “อาเพศ” ในระบบราชการ จึงออกมาโพสต์ทิ่มถึงขั้วหัวใจใครบางคนว่า

“มีธง ลงมือจัดการผมทุกทาง ในฐานะกรวดในรองเท้า”

“สาธารณสุข” เป็นกระทรวงที่พึงตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ