พระยาละแวก ไม่ถูกประถมกรรม | สุจิตต์ วงษ์เทศ
พระนเรศวรยกทัพอยุธยาตีเมืองละแวก (ในกัมพูชา) เมื่อ 432 ปีที่แล้ว หรือ พ.ศ.2136 (ศักราชในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ) สรุปตามประวัติศาสตร์ไทยกระแสหลัก มีดังนี้
(1.) ตีได้เมืองละแวก และ
(2.) ฆ่าพระยาละแวกด้วยพิธีประถมกรรม
แต่หลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ร่วมสมัยใกล้เคียงเหตุการณ์จริง มีข้อมูลต่างไป สรุปดังนี้
(1.) เมืองละแวกถูกตีแตก แล้วถูกยึดครองโดยอยุธยา แต่
(2.) พระยาละแวกหนีไปก่อนจากเมืองละแวก จึงไม่ถูกจับได้และไม่ถูกฆ่าด้วยพิธีประถมกรรม
นักวิชาการทางประวัติศาสตร์มีคำอธิบายพร้อมหลักฐานสรุปง่ายๆ ดังนี้
(1.) พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ที่ได้รับยกย่องจากนักปราชญ์ทั้งไทยและนานาชาติว่าน่าเชื่อถือถูกต้องแม่นยำที่สุด บันทึกข้อความสั้นๆ กะทัดรัดว่า พระนเรศวรยกทัพอยุธยาตีได้เมืองละแวก และจับตัวได้ “พระยาศรีสุพรรณ” (เอกสารบางฉบับว่าเป็นอุปราช)
แต่ไม่ระบุถึงพระยาละแวก และไม่กล่าวถึงพิธีประถมกรรมพระยาละแวก จะคัดข้อความสำคัญมาดังนี้
พ.ศ.2136 “เสด็จพยุหยาตราไปเอาเมืองละแวก และตั้งทัพชัยตำบลบางขวด เสด็จไปครั้งนั้นได้ตัวพระยาศรีสุพรรณ”
(2.) บันทึกหลายฉบับของชาวยุโรป ได้แก่ ชาวฝรั่งเศส, บาทหลวงชาวโปรตุเกส, ชาวสเปน ฯลฯ ระบุตรงกันว่านักพระสัตถาคือพระยาละแวกหนีไปเมืองเชียงแตง (เขตลาว) ก่อนกองทัพอยุธยาไปตีเมืองละแวก ดังนั้น พระยาละแวกไม่ถูกประถมกรรม
[ข้อมูลอีกมากในหนังสือ พระนเรศวรตีเมืองละแวก แต่ไม่ได้ “ฆ่า” พระยาละแวก สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2544]

อยุธยาถูกปล้น “สมบัติเมืองละแวก”
(1.) อยุธยาตีได้เมืองละแวก แต่พระยาละแวกพาครอบครัวหนีไปก่อนแล้วจากเมืองละแวก แล้วซ่อนอยู่ในลาว
(2.) ทรัพย์สินและเชลยเมืองละแวกที่ริบได้ ฝ่ายอยุธยาให้ขนลงเรือเพื่อส่งกลับอยุธยา พร้อมเชลยชาวโปรตุเกส, สเปน และอื่นๆ
(3.) ขณะอยู่ในทะเลจะไปอยุธยา ชาวสเปนและพรรคพวกได้ยึดเรือแล้วเปลี่ยนเส้นทางไปกรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) เพื่อฮุบทรัพย์สมบัติทั้งหมด ทำให้อยุธยาไม่มีสมบัติที่ได้จากเมืองละแวก
[เอกสารสเปน จันทร์ฉาย ภัคอธิคม แปล/บรรณาธิการ จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในเอกสารหลักฐานสเปน สมาคมประวัติศาสตร์ฯ จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2532 หน้า 67]

ประวัติศาสตร์ไทย
พระยาละแวก เจ้าเมืองละแวก (กัมพูชา) ถูกฆ่าด้วยพิธีที่เรียกประถมกรรม มีบอกในประวัติศาสตร์ไทย แล้วถูกใช้งานการเมืองชาตินิยมตลอดมายาวนาน
แต่หลักฐานประวัติศาสตร์พบใหม่ไม่เป็นไปตามนั้น
ดังนั้น เพื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ต้องรู้จักต้นเรื่องซึ่งมีหลักฐานสำคัญ ที่พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา พรรณนาราว “นิยาย” ดังนี้
“จับได้พระยาละแวกกับพระศรีสุพรรณมาธิราช และญาติประยูรวงศ์สนมกรมในท้าวพระยาพระเขมรครอบครัวพลเมืองเป็นอันมาก
พลทหารก็คุมเอาพระยาละแวกพันธนาการเข้ามาถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวแย้มพระโอษฐ์ แล้วมีพระราชโองการ ตรัสถามพระยาละแวกว่าท่านเป็นกษัตริย์ขัตติยราชดำรงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดี มีกุรุราฐเป็นแว่นแคว้นขอบขัณฑเสมา ฝ่ายกรุงพระมหานครศรีอยุธยาก็มีสยามราฐชนบทเป็นแว่นแคว้น และสองพระนครนี้ก็เป็นราชธานีใหญ่ ถ้าจะใคร่ได้สมบัติในพระนครศรีอยุธยาแผ่เสมามณฑลให้กว้างขวาง เหตุไฉนจึงมิยกเป็นพยุหโยธาไปกระทำสงครามให้ต้องทำนองขัตติยราชรณยุทธเป็นที่บำเทิงหฤทัยกษัตราธิราชแต่ก่อน จึงคอยแต่ข่าวศึกกรุงหงสาวดีมาติดพระนครศรีอยุธยาครั้งใดก็มีแต่ยกพลไปพลอยซ้ำเติมตีเอาเมืองชนบทประเทศกวาดเอาอพยพมาเมืองทุกครั้ง ทำศึกดุจกาอันลอบลักฟองสกุณาปักษาฉะนั้น ด้วยราชประเพณีแลหรือประการใด ก็ครั้งนี้ซึ่งปราชัยแก่เราแล้ว จะคิดฉันใดให้ว่าไปตามสัตย์ตามจริง จะได้เป็นเยี่ยงอย่างกษัตริย์สืบไปภายหน้า
พระยาละแวกกราบถวายบังคม แล้วทูลว่าซึ่งข้าพระองค์เป็นคนโลภเจตนามิได้กระทำสงครามตามราชประเพณีกษัตริย์ได้ลักลอบกระทำเป็นเสี้ยนหนามแก่พระนครศรีอยุธยานั้น โทษผิดถึงตาย ถ้าพระองค์พระราชทานชีวิตไว้ กรุงกัมพูชาธิบดีจะได้เป็นข้าขัณฑเสมากรุงเทพมหานคร ถ้ามิเลี้ยงก็จะก้มหน้าตาย
สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวได้ทรงฟังพระยาละแวกนั้น จึงตรัสว่าเราได้ออกวาจาไว้แล้วว่าถ้ามีชัยชนะแก่ท่านเราจะทำพิธีประถมกรรม เอาโลหิตท่านล้างบาทาเสียให้จงได้ ท่านอย่าอาลัยแก่ชีวิตเลย จงตั้งหน้าหาความชอบในปรโลกนั้นเถิด บุตรภรรยาญาติประยูรวงศ์นั้นเราจะเลี้ยงไว้ให้มีความสุขดุจแต่ก่อน
ตรัสดังนั้นแล้วก็มีพระราชบริหารแก่มุขมนตรีให้ตั้งการพิธีประถมกรรมโดยสาตร
พระโหราธิบดีชีพ่อพราหมณ์จัดแจงการนั้นเสร็จ จึงเชิญเสด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นบนเกย
เจ้าพนักงานองครักษ์เอาตัวพระยาละแวกเข้าใต้เกย ตัดศีรษะเอาถาดรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระโหราธิบดีก็ลั่นฆ้องชัย ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์ประโคมดุริยดนตรีถวายมุรธาภิเษก ทรงอาเศียรภาทโดยสาตรพิธีเสร็จเสด็จเข้าพลับพลา”

[ปกหนังสือที่พิมพ์ครั้งแรก เมื่อ 24 ปีที่แล้ว พ.ศ.2544]
“ประถมกรรม” เป็นพิธีไม่มีฆ่าคน
ประถมกรรมเป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับช้าง เรียก “คชกรรม” ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ ตอนต้น, ตอนกลาง, ตอนปลาย ซึ่งตั้งชื่อขั้นตอนด้วยคำศักดิ์สิทธิ์ว่าประถมกรรม, มัธยมกรรม, อุดมกรรม
พบในกฎมณเฑียรบาล สมัยอยุธยาตอนต้น เกี่ยวกับพระราชพิธีสำคัญ 17 อย่าง ที่ไม่มีฆ่าคน
ดังนั้น ประถมกรรมไม่ใช่พิธีตัดหัวศัตรูเอาโลหิตล้างพระบาท
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
