bg-single

‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!

09.06.2026

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

‘ทิชชู่เปียก’

อันตราย! ทำร้ายโลก!

ทิชชู่เปียกเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความสะดวกสบายของโลกยุคใหม่ แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความอันตราย! และทำร้ายโลก!

ทิชชู่เปียกถือกำเนิดขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 โดยบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกาเริ่มพัฒนาเพื่อใช้ในงานดูแลเด็กและการทำความสะอาดใบหน้า

ผลิตภัณฑ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและการพกพา แต่การคิดค้นที่ดูเหมือนจะตอบโจทย์ชีวิตสมัยใหม่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่หลวงในปัจจุบัน

การผลิตทิชชู่เปียกใช้วัตถุดิบหลักคือเส้นใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ โพลีโพรพิลีน และเรยอน ซึ่งส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีการเติมสารเคมี น้ำหอม และสารกันเสียเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการทำความสะอาดและการเก็บรักษา

วัตถุดิบเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วทำให้ทิชชู่เปียกมีความทนทานต่อการสลายตัวและกลายเป็นขยะที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมยาวนานนับร้อยปี

ความนิยมของทิชชู่เปียกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก เช่น ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก นักเดินทาง และผู้ที่ใช้เครื่องสำอาง

ตลาดทิชชู่เปียกมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และมีการผลิตหลากหลายประเภทตั้งแต่ Baby Wipes, Facial Wipes ไปจนถึง Flushable Wipes ที่ถูกโฆษณาว่าสามารถทิ้งลงชักโครกได้

แต่ในความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถย่อยสลายได้เหมือนกระดาษชำระ ส่งผลให้เกิดการอุดตันในระบบน้ำเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สร้างให้เกิด Fatberg ขนาดใหญ่ในท่อระบายน้ำของเมืองใหญ่ทั่วโลก

ตัวเลขทางสถิติต่อไปนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าตลาดทิชชู่เปียกทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 3.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5.21 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6.2% ต่อปี

การผลิตทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านชิ้นต่อปี โดยจีนผลิตมากที่สุดราว 2 หมื่นล้านชิ้น

ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองสัดส่วนกว่า 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

ส่วนยุโรปและอเมริกาเหนือเป็นตลาดบริโภคหลักที่มีการใช้ต่อหัวสูงที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา

อันตรายของทิชชู่เปียกมีหลายมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพ เมื่อถูกทิ้งลงชักโครก ทิชชู่เปียกจะไม่แตกตัว แต่จะรวมกับไขมันและสิ่งปฏิกูลอื่นๆ จนเกิดเป็นก้อน Fatberg ที่ทำให้ระบบน้ำเสียอุดตัน

งานวิจัยในสหราชอาณาจักรพบว่า กว่า 93% ของการอุดตันในท่อเกิดจากทิชชู่เปียก และรัฐบาลต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการแก้ไขปัญหานี้

ตัวอย่างชัดเจนของ Fatberg เกิดขึ้นในปี 2017 ที่ Whitechapel, London พบ Fatberg ยาว 250 เมตร หนัก 130 ตัน ต้องใช้งบประมาณกว่า 220,000 ปอนด์ในการกำจัด

Thames Water รายงานว่า ใช้เงินกว่า 1 ล้านปอนด์ต่อเดือนในการเคลียร์การอุดตันจากทิชชู่เปียกและไขมันในลอนดอน และ Thames Valley ในนิวยอร์ก เมืองที่มีระบบท่อระบายน้ำเก่าแก่ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน

โดย New York City Department of Environmental Protection ระบุว่า ทิชชู่เปียกเป็นสาเหตุหลักของการอุดตันที่ต้องใช้งบประมาณหลายสิบล้านดอลลาร์ต่อปีในการแก้ไข

ส่วนซิดนีย์ ออสเตรเลีย Sydney Water รายงานว่า มีการอุดตันจากทิชชู่เปียกกว่า 75% ของเหตุการณ์ทั้งหมด และต้องใช้งบประมาณหลายล้านดอลลาร์ในการซ่อมบำรุง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจในเชิงมหภาคและจุลภาคเห็นได้ชัดเจนมาก ในระดับมหภาค รัฐบาลต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการซ่อมบำรุงระบบน้ำเสียและการกำจัด Fatberg ซึ่งสะท้อนกลับไปยังผู้บริโภคผ่านค่าใช้น้ำที่สูงขึ้น

ในระดับจุลภาค ครัวเรือนและธุรกิจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมท่อที่อุดตันและการจัดการขยะที่เพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมทิชชู่เปียกแม้จะสร้างรายได้มหาศาล แต่ก็สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเชิงลบจากการสูญเสียทรัพยากรและค่าใช้จ่ายในการจัดการสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ทิชชู่เปียกที่ถูกทิ้งลงทะเลยังสร้างผลกระทบต่อสัตว์น้ำ เช่น เต่าที่เข้าใจผิดว่าทิชชู่เปียกเป็นแมงกะพรุนและกินเข้าไปจนเสียชีวิต ขยะพลาสติกจากทิชชู่เปียกยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหามลพิษพลาสติกในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้นทุกปี

เมื่อเชื่อมโยงกับ “เป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ของ “องค์การสหประชาชาติ” หรือ UN (United Nations) จะเห็นว่า ทิชชู่เปียกเป็นอุปสรรคต่อหลายเป้าหมาย

เช่น SDG 6 ที่เกี่ยวข้องกับน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล เพราะทิชชู่เปียกสร้างปัญหาการอุดตันและเพิ่มต้นทุนการจัดการน้ำเสีย

SDG 12 ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืนก็ถูกท้าทายจากการผลิตทิชชู่เปียกที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมากและสร้างขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยาก

SDG 14 ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตใต้น้ำก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากทิชชู่เปียกที่ถูกทิ้งลงทะเลและสร้างอันตรายต่อสัตว์น้ำ

การแก้ปัญหาทิชชู่เปียกจึงไม่ใช่เพียงการจัดการขยะ แต่เป็นการเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาโลกที่กว้างขึ้น

ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีอยู่หลายแนวทาง เช่น การใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดที่สามารถซักและนำกลับมาใช้ใหม่ การใช้กระดาษชำระรีไซเคิลที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้ายออร์แกนิกที่ไม่ผสมพลาสติก

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาทิชชู่เปียกแบบ Biodegradable ที่สามารถย่อยสลายได้เร็วขึ้น

แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด หากผู้บริโภคยังคงทิ้งลงชักโครก

ดังนั้น การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นลดการใช้ทิชชู่เปียกหรือการทิ้งอย่างถูกวิธีในถังขยะ เพื่อป้องกันการอุดตันและการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

วัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังถูกพัฒนาเพื่อทดแทนทิชชู่เปียกแบบดั้งเดิม Reusable Cloth Wipes หรือผ้าเช็ดทำความสะอาดที่สามารถซักและใช้ซ้ำได้ช่วยลดการสร้างขยะ

การหันมาใช้ Biodegradable Wipes ที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้ายออร์แกนิก ไผ่ Viscose และ Lyocell สามารถย่อยสลายได้ภายในไม่กี่เดือนภายใต้สภาวะที่เหมาะสม

หรือใช้ Toilet Paper Spray ที่ใช้สเปรย์น้ำมันธรรมชาติบนกระดาษชำระรีไซเคิลแทนการใช้ทิชชู่เปียกก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

ผลิตภัณฑ์จาก Bamboo และ Organic Cotton เช่น Natracare และ Eco by Naty นั้น เป็นตัวอย่างของทางเลือกที่ปลอดสารเคมีและย่อยสลายได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม วัสดุทางเลือกเหล่านี้ยังมีข้อเสีย เช่น ราคาที่สูงกว่า ความสะดวกที่น้อยกว่า และการเข้าถึงที่จำกัดในบางภูมิภาค

ทิชชู่เปียกจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของ “ความสะดวกที่ทำร้ายโลก” ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ การผลิตที่พึ่งพาพลาสติกและเส้นใยสังเคราะห์ทำให้เกิดขยะย่อยสลายยากและ Fatberg ที่สร้างค่าใช้จ่ายมหาศาล

การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยทั้งการพัฒนาวัสดุทางเลือกที่ยั่งยืน และการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้หรือใช้ซ้ำได้ เพื่อให้โลกไม่ต้องแบกรับภาระจากความสะดวกที่ไม่จำเป็นนี้อีกต่อไป

การใช้ทิชชู่เปียกสะท้อนถึงความเชื่อที่ว่า ความสะดวกคือคุณภาพชีวิต แต่ในความจริงกลับเป็นการสร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจึงต้องอาศัยการสื่อสารที่ชัดเจน และการสร้างค่านิยมใหม่ที่เน้นความยั่งยืนมากกว่าความสะดวกเพียงชั่วคราว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน