bg-single

ผู้นำจำเป็นต้องรู้เรื่องการทหารหรือไม่ ในทัศนะของมาเคียเวลลี

02.09.2025

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

www.facebook.com/bintokrit

ผู้นำจำเป็นต้องรู้เรื่องการทหารหรือไม่

ในทัศนะของมาเคียเวลลี

นิคโคโล มาเคียเวลลี (Niccol? Machiavelli) นักปรัชญาการเมืองแห่งนครฟลอเรนซ์ในอิตาลีได้เสนอทัศนะเกี่ยวกับความรู้ทางการทหารของผู้นำหรือผู้ปกครองเอาไว้ในงานเรื่อง The Prince (เจ้าผู้ปกครอง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทที่ 12, 13 และ 14 ว่าผู้ปกครองจำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญด้านการทหารด้วย มิใช่อาศัยเพียงทักษะในการบริหารอำนาจแต่เพียงอย่างเดียว

ผู้นำที่เก่งกล้าสามารถในความคิดของมาเคียเวลลีจึงควรหมั่นฝึกฝนเรียนรู้การสงครามอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม แนวคิดของมาเคียเวลลีเป็นคู่มือการปกครองที่ใช้ในสมัยอดีตเมื่อราวๆ ห้าร้อยปีก่อน ดังนั้น หลายเรื่องจึงอาจไม่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน

ขณะที่หลายเรื่องก็ยังคงเป็นหลักการทั่วไปที่นำมาใช้ได้จริงจนถึงทุกวันนี้

ซึ่งสามารถแยกพิจารณาเป็น 3 ประเด็นได้ดังนี้

1.ผู้ปกครองหวังพึ่งกองกำลังจากต่างแดนได้หรือไม่

ใน The Prince บทที่ 13 เรื่อง Auxiliaries, combined forces and citizen armies (กองกำลังที่เข้ามาช่วยเหลือ กองกำลังผสม และกองทัพประชาชนพลเมือง) มาเคียเวลลีคิดว่าในยามที่ผู้ปกครองมีภัยแล้วขอความช่วยเหลือจากรัฐอื่นซึ่งมีศักยภาพ ผู้ปกครองก็อาจได้รับการสนับสนุนกองกำลังซึ่งเข้ามาช่วยเหลือจากการร้องขอ

มองเผินๆ ดูเหมือนว่าเป็นข่าวดี แต่อันที่จริงกลับมีข้อเสียและไร้ประโยชน์ เพราะกองกำลังเหล่านี้ไม่ได้รบเพื่อเป้าประสงค์ของตัวเอง จึงหาได้มีแรงจูงใจในการรบมากนัก

ซึ่งต่อให้รบเก่งแค่ไหนแต่ถ้าไม่ใช่สงครามของตนเสียแล้ว ผู้ปกครองก็ไม่สามารถเอาชะตาชีวิตของตนไปแขวนไว้กับพวกเขาได้

มาเคียเวลลีมองว่าเมื่อใดก็ตามที่ผู้ปกครองขอความช่วยเหลือจากรัฐอื่น หากทัพที่เข้ามาช่วยรบประสบความพ่ายแพ้ ผู้ปกครองย่อมแพ้ไปกับเขาด้วย แต่เมื่อพวกเขารบชนะ ผู้ปกครองกลับตกเป็นหนี้บุญคุณเขา

ดังนั้น การพึ่งพากองทัพต่างแดนจึงมีแต่แพ้กับแพ้

มาเคียเวลลีแยกกองกำลังภายนอกออกเป็น 2 ประเภท คือ ทหารรับจ้างกับกองกำลังที่เข้ามาช่วยรบ

ทั้งสองประเภทนี้ต่างหวังพึ่งไม่ได้ทั้งคู่ เพราะทหารรับจ้างนั้นรบตามคำสั่ง จึงรบเท่าที่รับจ้าง ไม่ใช่รบด้วยตนเอง เมื่อรบตามใบสั่งจึงสู้ไปตามเงื่อนไขกำหนด ฉะนั้น ภาระความรับผิดชอบและการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวจึงไม่เกิด

ขณะที่กองกำลังที่เข้ามาช่วยรบนั้นก็ไม่ได้ขึ้นตรงต่อผู้ปกครองที่ขอความช่วยเหลือ ทว่า อำนาจสั่งการจริงๆ อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาของเขา จึงหวังพึ่งอะไรไม่ได้เช่นกัน

ผู้ปกครองที่แท้จริงจึงจำเป็นต้องรบด้วยกองทัพของตัวเอง ไม่ใช่อาศัยกองทัพของคนอื่นนำชัยมาให้

มาเคียเวลลีคิดว่าการรบแพ้ด้วยกองทัพของตัวเองยังดีกว่ารบชนะด้วยกองทัพของคนอื่น และชัยชนะที่ได้มาจากทัพของคนอื่นเท่ากับไม่ได้รับชัยชนะอะไรเลย

2.ผู้ปกครองจำเป็นต้องมีกองกำลังส่วนตัวหรือไม่

จากที่กล่าวไปในข้อที่ 1 จะเห็นได้ว่าเมื่อผู้ปกครองไม่อาจผูกชะตาทั้งหมดของตนเอาไว้กับกองกำลังของผู้อื่นได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกองกำลังของตัวเอง หรือมีกองทัพส่วนตัวที่ไว้วางใจ

มาเคียเวลลีมองว่าบางครั้งผู้ปกครองที่มีกำลังไม่เพียงพอก็จำเป็นต้องหากำลังเสริมมาเติม ซึ่งกองกำลังผสมที่เกิดขึ้นย่อมดีกว่าการอาศัยกองทัพภายนอกล้วนๆ เพราะถึงอย่างไรก็ยังมีส่วนที่เป็นของตัวเองอยู่

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับทัพส่วนตัวของผู้ปกครองแล้ว กองกำลังผสมก็แย่กว่ากองทัพส่วนตัว ดังนั้น การสร้างกองทัพของตัวเองที่ไว้วางใจได้และทุ่มเทภักดีแม้มีวิกฤตจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด

มาเคียเวลลีเขียนเอาไว้ชัดเจนว่า “ไม่มีรัฐใดปลอดภัยหากไร้กองกำลังของตนเอง” (No state is secure without its own army) รัฐที่ไร้มือไม้ของตัวเองจึงเป็นรัฐที่แขวนชะตาชีวิตเอาไว้กับโชค ทำให้มีสถานะอำนาจอันอ่อนแอและหาความมั่นคงไม่ได้

มาเคียเวลลีนิยามความหมายของกองทัพส่วนตัวเอาไว้กว้างกว่าที่คนทั่วไปคิด เพราะขอบเขตของกองกำลังส่วนตัวนี้กว้างไกลไปมากกว่ากลุ่มทหาร แต่ยังหมายรวมไปถึงประชาชนพลเมืองที่ภักดีต่อตัวผู้นำด้วย

หากผู้ปกครองไม่มีแรงหนุนหลังอย่างเข้มแข็งจากคนทั่วไป กองทัพส่วนตัวนี้จะมีจำนวนไม่มาก และพลังอำนาจอาจไม่เพียงพอต่อกรกับข้าศึก

มาเคียเวลลีแนะว่ามีผู้ปกครองในอดีตอยู่หลายคนที่น่ายกย่อง สามารถเป็นต้นแบบของการจัดการเรื่องนี้ได้ดี เช่น พระเจ้าฟิลิปแห่งมาเซโดเนีย ผู้เป็นบิดาของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นต้น

3.ผู้นำจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถทางการทหารหรือไม่

ด้วยความที่สงครามเป็นเครื่องชี้เป็นชี้ตายชีวิตของผู้ปกครอง ดังนั้น ผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถทางการทหารด้วย และพึงหมั่นฝึกปรือฝีมือให้พร้อมรบอยู่ตลอดเวลา

มาเคียเวลลีให้รายละเอียดเรื่องนี้ไว้ในบทที่ 14 A ruler and his army (ผู้ปกครองและกองกำลังของเขา) ว่าผู้นำต้องจัดการกองทัพให้อยู่ในวินัยเป็นกิจวัตร รวมทั้งยกระดับพลเมืองของตนให้ขึ้นไปสู่ตำแหน่งแห่งหนของอำนาจ

ศิลปะแห่งสงครามจึงเป็นภูมิปัญญาสำคัญของผู้นำที่จำต้องพัฒนาให้เชี่ยวชาญ

เนื่องจากไม่มีเหตุผลใดที่ผู้ชำนาญการศึกจะภักดีต่อผู้ที่ไม่รู้การศึก และผู้นำที่ไม่มีอำนาจสั่งการกองทัพก็ไม่มีทางมีอำนาจอย่างมั่นคงได้

ผู้นำที่ดีในสายตาของมาเคียเวลลีจึงมีงานที่ต้องทำเป็นประจำคือ บริหารบ้านเมืองให้พร้อมรบอยู่เสมอแม้ในยามสันติ ซึ่งทำได้ใน 2 ทิศทางคือทั้งกายและใจ (physically and mentally)

ทางกายคือดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เลือกทำกิจกรรมที่ช่วยบริหารร่างกายให้เข้มแข็ง ซึ่งในยุคสมัยนั้นคือเข้าป่าล่าสัตว์

มาเคียเวลลีมองว่าการล่าสัตว์มีคุณประโยชน์หลายอย่าง คือนอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการสำรวจสภาพภูมิประเทศอย่างละเอียดอีกด้วย ทำให้ผู้นำชำนาญพื้นที่ รู้ล่วงหน้าว่าจะรุกรบหรือตั้งรับอย่างไร

เมื่อเข้าใจสภาพภูมิประเทศของตนดีก็ย่อมช่วยให้เข้าใจภูมิประเทศอื่นได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อบุกลึกเข้าไปในถิ่นอื่น เขาก็สามารถเรียนรู้พื้นที่ใหม่อันแตกต่างได้ฉับไว โดยอาศัยการเทียบรูปแบบของป่า เขา แม่น้ำ ฯลฯ เข้ากับดินแดนที่คุ้นเคย

ส่วนการเตรียมพร้อมทางใจนั้น มาเคียเวลลีแนะนำว่าผู้ปกครองต้องศึกษาประวัติศาสตร์ให้ถ้วนถี่ โดยสรุปความสำเร็จและล้มเหลวของผู้นำในอดีตว่าเกิดจากอะไร มีปัจจัยใดบ้างที่เกี่ยวข้อง

ผู้นำในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต แล้วค้นหาต้นแบบในดวงใจไว้ศึกษา เพื่อเดินตามทางวีรบุรุษที่ประสบความสำเร็จ และระมัดระวังไม่เดินตามทางที่มีตัวอย่างให้เห็นว่านำไปสู่หายนะ

เพราะฉะนั้นผู้นำที่ดีในทัศนะของมาเคียเวลลีจึงไม่ใช่คนเฉื่อยแฉะสุขสบาย

แต่เป็นผู้ที่ทำงานหนักเตรียมพร้อมอยู่เสมอทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้สามารถเผชิญหน้ารับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากได้

และเมื่อใดก็ตามที่สายลมแห่งโชคพัดพามาถึง

เมื่อนั้นโอกาสยิ่งใหญ่ก็จะตกอยู่ในมือเขา

หมายเหตุ ผมเขียนบทความชุด “นิคโคโล มาเคียเวลลี บิดาแห่งปรัชญาการเมืองสมัยใหม่” เอาไว้หลายตอน ผู้สนใจสามารถอ่านย้อนหลังได้ตามลิงก์เหล่านี้

1. 555 ปีมาเคียเวลลี ผู้สร้างคัมภีร์ปีศาจสำหรับครองอำนาจทางการเมือง https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_759720

2. คำแนะนำของมาเคียเวลลีว่าด้วยการเลือกข้างทางการเมือง (1) https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_854873

3. คำแนะนำของมาเคียเวลลีว่าด้วยการเลือกข้างทางการเมือง (จบ) https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_855418



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง