bg-single

ตะกวดกลับชาติ เป็นบรรพชนเขมร

07.09.2025

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

ตะกวดกลับชาติไปเกิดเป็นบรรพชนเขมร ซึ่งมีความเป็นมา ดังนี้

(1.) ครั้งหนึ่งตะกวดได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า

(2.) ครั้นสิ้นชีพ ตะกวดนั้นได้ไปบังเกิดบนสวรรค์

(3.) ต่อมาตะกวดกลับชาติเกิดใหม่เป็นบรรพชนเขมร

เหล่านี้พระพุทธองค์ทรงทำนาย (พุทธทำนาย, พุทธพยากรณ์) คราวเสด็จเลียบโลกถึงเกาะใหญ่แห่งหนึ่ง แล้วประทับใต้ต้นทะโลกเพื่อเทศนาโปรดสัตว์

ตะกวดสมัยดั้งเดิมเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้มนุษย์ในชุมชนดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว (แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป) พบหลักฐานเก่าสุดเป็นลายเส้นบนกลองสำริด (มโหระทึก) พบที่เวียดนาม

ในพุทธศาสนิทานระบุว่าพระพุทธเจ้าเคยเสวยพระชาติเป็นตะกวด เรียก โคธานิยชาดก พบลายเส้นฝีมือช่างสุโขทัยเป็นรูปตะกวด (ตามชาดก) บนแผ่นหินผนังอุโมงค์วัดศรีชุม จ.สุโขทัย

ทุกวันนี้ยังมีชุมชนยกย่องตะกวดเป็นบรรพชนอยู่บริเวณชายขอบทุ่งกุลาร้องไห้ในอีสานของประเทศไทย และนอกจากนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถบ จ.สุรินทร์ ทุกวันนี้เมื่อถึงสงกรานต์ยังมีพิธีบูชาตะกวดเป็นสัตว์บรรพชน ถือเป็นสัตว์ทรงศีล ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่กินใบไม้เป็นอาหาร คนอีสานเรียกแลน

ตะกวดและเหี้ย พบข้อมูลทางชีววิทยาว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานวงศ์เดียวกัน แต่มีลักษณะต่างกันในรายละเอียด

เรื่องเล่าเก่าแก่ในกัมพูชา

เรื่องเล่าเก่าแก่เป็นพุทธทำนายมีในราชพงศาวดารกรุงกัมพูชา ตอนที่ 1 ปฐมสมัย จะคัดข้อความอย่างสรุปมาให้อ่าน ดังนี้

สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาบรรลุถึงเกาะใหญ่เกาะหนึ่ง ในกลางเกาะนั้นมีต้นหมัน (ต้นทะโลก) ขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง ต้นหมันนี้ใหญ่โตประกอบด้วยกิ่งก้านสาขา มีโพรงในลำต้น คือเป็นโพรงของพระยานาคเคยนำบริวารขึ้นมาประพาสเล่นเป็นปรกติกาล ณ สถานที่นั้นพื้นแผ่นดินเรียบราบเกลี้ยงเกลาดังหน้ากลอง

ส่วนบนต้นหมันนั้นมีสัตว์ตะกวดตัวหนึ่งสำนักอยู่เป็นที่อาศัยแห่งตน

อันว่าสมเด็จพระสัมมาจาริยวงษ์ ก็ทรงพระดำเนินโดยทางลาดพระบาทสีหนาท ทรงนำพระมหาอานนทเถรเข้าไปประทับยังใต้ร่มไม้หมันนั้น——-

ครั้นลุล่วงปฐมยาม พระยานาคราชได้นำบริวารขึ้นมาเล่นเช่นเคยตามปรกติกาล จึงได้ประสบพบกับสมเด็จพระศาสดาจารย์ ก็เข้าไปน้อมเศียรนมัสการถวายบังคม ขอพระธรรมวิเศษเทศนา โดยความปีติทั้ง 5 ประการ

จึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงพระกรุณาสำแดงพระธรรมวิเศษเทศนาประทานให้พระยานาคราชพร้อมด้วยบริวารได้สดับตรับฟัง——-

ลุเพลาปัจจุสมัยจะใกล้รุ่ง พระองค์จึงตื่นพระบรรทม ทรงทัศนาการรำพึงถึงนิสัยในสัตว์โลกทั้งปวงตามพุทธกิจเสร็จแล้ว จึงตรัสสั่งพระมหาอานนทเถรให้คงคอยอยู่ ณ ภายใต้ต้นหมันนั้น แล้วพระองค์จึงทรงไตรจีวรคลุมพระองค์ดูสมสะอาดเสร็จแล้ว เสด็จยุรยาตรปาฏิหาริย์เหาะขึ้นไปยังดาวดึงส์พิภพเพื่อทรงบิณฑบาต

ครั้นได้พระกระยาหารเสร็จก็เสด็จกลับคืนมาสู่สำนักที่เดิม แล้วทรงพระกรุณาแบ่งส่วนอาหารบิณฑบาตนั้นประทานให้พระมหาอานนทเถรได้รับประทานฉันด้วย

ในขณะเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้ากำลังทรงเสวยพระกระยาหารอยู่นั้น อันว่าสัตว์ตะกวดได้กลืนอาหารทิพย์ซึ่งมีรสโอชา ก็มีความปรารถนาอยากจะใคร่บริโภคเหลือที่จะอดกลั้นอยู่ได้ จึงคลานเข้าไปสู่สำนักแห่งพระผู้มีพระภาคย์เจ้า น้อมเกล้าฯ กราบถวายบังคม จึงสมเด็จพระพุทธองค์ทรงพระกรุณาปั้นพระกระยาหารปั้น 1 แล้วทรงโยนไปประทานให้สัตว์ตะกวดนั้น

ครั้นสัตว์ตะกวดได้บริโภคอาหารทิพย์เข้าไปแล้วก็รู้สึกมีรสโอชา จึงได้แลบชิวหาเลียปากของตนเอง——-

สมเด็จพระพุทธเจ้าทรงทัศนาการเห็นลิ้นตะกวดที่แลบออกมาเลียปากนั้น แตกออกเป็น 2 ซีก ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์จะทรงตรัสพยากรณ์——-

ว่า “ดูกรอานนท์เอ๋ย จำเดิมตั้งแต่นี้ต่อไปภายหน้า เกาะโคกหมันนี้แผ่นดินจะงอกขึ้นอีกใหญ่กว้าง แล้วจะเกิดเป็นนครหนึ่งซึ่งสัตว์ตะกวดมีจิตเลื่อมใสศรัทธามากราบถวายบังคมต่อองค์พระตถาคต โดยอำนาจกุศลที่โสตประสาทได้ยินศัพท์สำเนียงพระสัทธรรมเทศนาแห่งพระตถาคตในเมื่อเวลาสำแดงให้พระยานาคแลฝูงเทวาได้สดับตรับฟังนั้น เมื่อสัตว์ตะกวดนี้สิ้นชีพแล้วจะได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ แล้วจะได้จุติลงมาเป็นกษัตริย์องค์หนึ่งครองกรุงอินทปรัตนคร

และพระราชบุตรของกษัตริย์องค์นั้นจะได้เสด็จมายังที่ตรงนี้ จึงพระยานาคที่ได้มาฟังพระธรรมเทศนานี้เองจะได้มาสร้างพระนครเป็นพระราชธานีใหญ่ให้แก่พระราชบุตรของกษัตริย์องค์นั้นประทับอยู่ แล้วขนานนามพระนครเรียกว่ากรุงกัมพูชาธิบดี ส่วนนานาประเทศจะเรียกว่าเขมระภาษา ลุกาลต่อไปภายหน้าพระอินทราธิราชจะได้มาสร้างปราสาทถวาย แล้วเรียกนามเมืองว่าอินทปรัตนครเป็น 2 ชื่อ

แลบรรดามนุษยชาติในพระราชธานีนี้จะพูดจาสิ่งใดๆ ไม่ค่อยยั่งยืนอยู่ในสัตยานุสัตย์ โดยบุรพกษัตริย์ผู้ตั้งต้นแผ่นดินมีชาติกำเนิดเกิดจากสัตว์ตะกวด อันมีลิ้นแฝดแตกแยกออกเป็น 2 ซีก”

ตะกวดรูปสลักอยู่เหนือหลังคาเรือน บนหน้ากลองสำริด (มโหระทึก) ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ.1 พบที่เวียดนาม
เรื่องเล่าเก่าแก่สืบทอดหลายพันปีมาแล้ว ว่าตะกวดมีพลังขลังและเฮี้ยนสามารถควบคุมให้มีดินดำน้ำชุ่มอุดมสมบูรณ์ จึงได้รับยกย่องอย่างสูงพบในหนังสือราชพงศาวดารกัมพูชา ส่วนในไทยพบหมู่บ้านบางแห่งของลุ่มน้ำมูลเซ่นวักตะกวดในชีวิตประจำวัน (ตะกวดเป็นคำยืมจากภาษาเขมร ส่วนคำลาวเรียกแลน และคำไทยเรียกเหี้ย)
[รูปและคำอธิบายจากหนังสือ ศาสนาผี ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก 2568 หน้า 185 (ราคา 300 บาท)]

การเมืองของชนชั้นนำ

บรรพชนชาวเขมรเป็นตะกวด มีเรื่องเล่าอยู่ในบทปฐมสมัยของ “ราชพงศาวดารกรุงกัมพูชา” โดย นักองค์นพรัตน์ (พระองค์เจ้านพรัตน์หริรักษ์ราชาภูบดี) รวบรวมเรียบเรียงเมื่อ พ.ศ.2420 (ตรงกับไทยในแผ่นดิน ร.5)

[นายพันตรี หลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนะรัชต์) แปลจากภาษาเขมรเป็นภาษาไทย แล้วพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2460]

คำทำนายว่า “คนในเขมรพูดจาไม่ค่อยยั่งยืนอยู่ในสัตย์ เพราะกำเนิดจากตะกวด มีลิ้น 2 แฉก” ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเนื้อหามีมาดั้งเดิมในเอกสารเก่า

แต่ควรเป็นข้อความเติมเพิ่มเข้าไปโดยผู้เรียบเรียงที่มีประสบการณ์ตรงจากความขัดแย้งทางการเมืองของชนชั้นนำกัมพูชาครั้งนั้น (เทียบประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัยธนบุรี, สมัยรัตนโกสินทร์, จนถึงสมัยอาณานิคม) ตามคำอธิบายของ อ.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (มหาวิทยาลัยรามคำแหง) ดังนี้

“นักองค์นพรัตน์เป็นพระบุตรในสมเด็จพระหริรักษ์ หรือนักองค์ด้วง ไม่พบหลักฐานว่าประสูติปีใด แต่ในช่วงชีวิตของพระองค์ต้องประสบเหตุความวุ่นวายทางการเมืองของกัมพูชา และถ้าพิจารณาจากเรื่องราวในพงศาวดารฉบับนักองค์นพรัตน์จะพบตั้งแต่ช่วงนักองค์เองเสวยราชย์จนถึงกัมพูชาเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส เกิดการจลาจลแย่งชิงอำนาจบ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้จึงชวนให้คิดว่าการที่พงศาวดารฉบับนักองค์นพรัตน์จะบอกว่าคนในบ้านเมืองไม่มีสัตย์ เพราะบูรพราชามาจากตะกวดลิ้นสองแฉก คือการอธิบายสาเหตุที่มาของความวุ่นวายของบ้านเมืองนี้”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’
การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?