Mononoke the Movie : The Ashes of Rage กับความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง (ฉบับประจำวันที่ 12-18 ก.ย. 2568 ฉบับที่ 2352)
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
อย่าลืมว่านี่เป็นอะนิเมะที่โดดเด่นด้านภาพและเสียง
งานด้านภาพดูคล้ายงานแกะไม้และภาพพิมพ์ที่เรียกว่า ยูคิโยเอะ (ukiyo-e) ซึ่งศิลปินที่มีชื่อเสียงด้านนี้คือ คัตสึชิกะ โฮกุไซ
ภาพที่ทั่วโลกรู้จักกันดีคือภาพคลื่นยักษ์นอกฝั่งคานางาวะ
ที่น่าตื่นตะลึงคือภาพพิมพ์ไม้ลักษณะนี้กลายเป็นแอนิเมชั่นขนาดยาว
ลำพังนั่งชมภาพก็คุ้มค่าแล้ว

ภาคแรก Mononoke the Movie : Phantom in the Rain ปีศาจในสายฝน
สาวน้อยสองคนอาสะและคาเมะมายืนรอคัดตัวเข้าทำงานในโอกุ สถานที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของนางใน พระสนม กับนางกำนัลที่ทำหน้าที่ดูแลสถานที่และผู้คนทั้งหมดจำนวนหนึ่ง ก่อนเข้าทำงานทุกคนต้องสละของสำคัญในชีวิตทิ้งไปในบ่อน้ำขนาดใหญ่ คาเมะทิ้งหวี อาสะว่า “ไม่มีของสำคัญ”
เมื่อเข้าไปทำงาน ที่สตรีทุกคนสละทิ้งคือ “ตัวตน” เราจะเห็นพวกนางใน 2,000 คนนั่งเป็นแถวยาว อย่างมีระเบียบ ไม่มีใบหน้า ทุกคนแต่งกายและนั่งท่าเดียวกัน
หัวหน้าโอกุเป็นสตรีทรงอำนาจจากตระกูลสำคัญอุตะยามะ แปลว่า เสียงเพลงแห่งขุนเขา เธอปกครองและเฉียบขาด
อาสะผู้ไม่มีของสำคัญจะทิ้งแน่วแน่และจริงจังกับการฝึกงาน เธอมุ่งมั่นจะเป็นอาลักษณ์
คาเมะที่ทิ้งหวีไปและกระตือรือร้นจะเป็นนางในหรือพระสนมให้ได้กลับทำงานไม่ทันหรือผิดพลาดอยู่เสมอ
เพียงไม่นานคาเมะก็ถูกหมายหัวบีบคั้นให้ออกไป เป็นอาสะที่รักเพื่อนคอยแก้ตัว ป้องกัน และทำงานแทน
อาสะผู้ไม่มีอะไรจะทิ้ง ที่หล่อนทิ้งได้ทุกเวลาคือ “ตัวตน” เพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่ต้องการ
คาเมะผู้ทิ้งหวีก็เหมือนคนส่วนใหญ่ที่ชอบพูดว่าปลงแล้วปล่อยวางแล้ว แต่ที่แท้ยังติดอยู่กับสรรพสิ่งมากมาย
อาสะไม่ยึดติดอะไรเลยนอกจากเป้าหมาย เธอก้าวหน้าในงานอย่างรวดเร็ว

หมอยามาถึงพร้อมเรดาร์จับผีและดาบปราบภูต ในเวลาเดียวกันข้าราชการจากรัฐบาลสองคนก็มาถึงเพื่อสอบสวนเรื่องพิธีฉลองการประสูติที่เรียกว่า “พิธีแบกโมจิ” เหตุใดจึงล่าช้ากว่ากำหนด จนบัดนี้พระมเหสีให้กำเนิดพระธิดาแล้วก็ยังไม่จัดงาน อุตะยามะต้องรับผิดชอบ
เนื่องจากโอกุเป็นสถานที่ที่ผู้ชายห้ามเข้า บุรุษทั้งปวงจึงถูกสกัดด้วยยามชายฉกรรจ์ชื่อ ซากาชิตะ แล้วเรื่องก็เป็นไปตามคำที่กล่าวว่า ยามเฝ้าสถานที่ แล้วใครกันที่เฝ้ายาม เราจะได้คำตอบนี้ในภาคสองเมื่อยามมิได้เป็นแค่ยาม
ที่แท้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อนจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดพิธีแบกโมจิได้
เรื่องที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับที่อาสะและคาเมะกำลังประสบ
นางในคนหนึ่งชื่อ คิตะกาวะ ฆ่าตัวตาย เรื่องมีอยู่ว่าคิตะกาวะได้รับการคัดเลือกเข้ามาทำงานกับเพื่อนคนหนึ่งเหมือนกับที่อาสะและคาเมะเข้ามาพร้อมกัน
คิตะกาวะก้าวหน้ารวดเร็วแบบเดียวกับอาสะแต่หล่อนรำคาญคู่หูมากมายจนต้องขอให้คู่หูกลับบ้านไป
หล่อนค้นพบภายหลังว่าไม่มีหญิงคนใดได้ออกไป เพื่อนของเธอถูกโยนทิ้งบ่อน้ำเหมือนคนอื่นๆ
ที่แท้บ่อน้ำนั้นมีวัตถุสำคัญของทุกคนและร่างของเจ้าของวัตถุชิ้นนั้น
คิตะกาวะทนความจริงที่เห็นมิได้จึงกระโดดบ่อน้ำเพื่อลงไปอยู่กับของสำคัญของตัว
หนังยุ่งเหยิงพอๆ กับงานด้านภาพแม้สวยงามแต่ก็ยุ่งเหยิงตามไปด้วย คนขายยาต้องฝ่าด่านทั้งยามรักษาการณ์ พนักงานสอบสวนของรัฐบาล และความแข็งแกร่งดั่งขุนเขาของอุตะยามะ
ปีศาจที่เขาพบที่แท้เป็นใครกันแน่
มีตัวละครอีกหลายคนที่มีใบหน้าและชื่อ บางคนมีใบหน้าตลอดเวลาแม้ไม่มีบทบาทมากนักในภาคหนึ่งนี้ บางคนมีใบหน้าเฉพาะเวลาพูดพูดเสร็จก็หน้าดำเหมือนคนอื่นๆ ตัวละครอีกสองคนที่ควรจำชื่อไว้คือ โบตั๋นและฟุกิ ซึ่งจะเป็นตัวละครหลักในภาคสองต่อไป
อาสะกับคาเมะจะประสบชะตากรรมแบบเดียวกันกับผีรุ่นพี่รึเปล่า ใครจะอยู่ใครจะไป ถ้าได้ไปไปทางไหน กลับบ้านหรือลงบ่อน้ำ
หนังสนุกแม้ว่าจะไม่สนุกเท่าครั้งเป็นทีวีซีรีส์ แต่ที่แน่ๆ คือดูยากกว่ากันมากทั้งที่งานด้านภาพโดดเด่นอย่างยิ่ง

ภาคสอง Mononoke the Movie : The Ashes of Rage เถ้าธุลีแห่งความแค้น
หลังการตายของอุตะยามะ และหลังการประสูติพระธิดา พิธีแบกโมจิผ่านไป หนึ่งเดือนต่อมาคนขายยาก็กลับมาใหม่ ยังมีปีศาจหลงเหลืออยู่ในโอกุ
เบื้องหลังโอกุเป็นขุนนางผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ดูแลอยู่ เมื่อตระกูลอุตะยามะตกอันดับ ขุนนางผู้ใหญ่ที่นั่งหัวโต๊ะคือท่านโอโตโมะดันลูกสาวโบตั๋นขึ้นตำแหน่งหัวหน้าโอกุคนใหม่ และแต่งตั้งมัตสึ บุตรีตระกูลคัตสึนุมะ ขึ้นตำแหน่งผู้ดูแลพระธิดา นับเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารโอกุยกแผง
พระมเหสีแสดงความประสงค์จะดูแลพระธิดาด้วยตนเองแต่ท่านโอโตโมะไม่อนุญาต “หากจักรพรรดิไม่ประสูติพระโอรสแล้วพระธิดาอภิเษกสมรสเรื่องจะยุ่งยาก”
เวลานั้นนางในฟุกุเป็นคนโปรดของจักรพรรดิถูกเรียกหาทุกคืน โบตั๋นพลันรับตำแหน่งก็ประกาศใช้กฎการปรนนิบัติจักรพรรดิฉบับดั้งเดิมทันที นั่นคือห้ามนางในเข้าปรนนิบัติติดต่อกันสองคืน ห้ามพูดคุยและห้ามเขียนจดหมายใดๆ ระหว่างปรนนิบัติ
นางในฟุกุประท้วงทันทีแต่เธอมาจากครอบครัวชาวบ้านจะสู้ท่านโบตั๋นได้อย่างไร “หากจักรพรรดิหลงใหลนางในคนเดียวที่ไม่อาจตั้งครรภ์หรือประสูติพระโอรสได้จะเกิดอะไรขึ้น”
แต่ว่าฟุกุตั้งครรภ์พอดี เธอตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว ท่านโอโตโมะ “ส่งสัญญาณ” ให้มัตสึผู้ดูแลพระธิดา “จัดการ” หัวหน้าโบตั๋นผู้เคร่งครัดกฎถึงกับต้องขัดแย้งกับบิดาเพราะบิดาจะออกคำสั่งแบบนั้นกับนางในมิได้ นี่เป็นการข้ามหน้ากัน ข้างมัตสึผู้ซึ่งจะได้ประโยชน์ไม่รอช้าส่งคนไปวางยาฟุกุทันที
คนวางยาถูกความร้อนจากภายในเผาผลาญร่างจนดำเป็นตอตะโก นี่มิใช่ร่างแรกที่ดำถึงตาย ไฟนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
คนขายยาจำเป็นต้องตอบคำถามสามข้อ รูปร่าง ความจริง และเหตุผล ยี่สิบปีก่อนเคยเกิดอะไรขึ้นที่โอกุนี้ ใครบ้างที่มีส่วนพัวพัน
สนุกกว่าภาคแรกและดูเข้าใจง่ายกว่ามากโดยที่งานด้านภาพยังโดดเด่นเช่นเดิม
ที่แท้เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้เกิดแก่นางในผู้หนึ่งซึ่งตั้งครรภ์แต่ไม่เป็นที่ยอมรับของขุนนางผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ ฟุกุกำลังจะพบชะตากรรมเดียวกันหรือไม่ ปีศาจตนใดที่คลั่งแค้นจนวอดวาย
จะเห็นว่าทั้งสองภาคมีลักษณะเหมือนกันคือเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในอดีตแล้ว และเรื่องแบบเดิมกำลังจะเกิดขึ้นอีก ที่จะเกิดขึ้นอีกมิใช่เพราะผีที่ผิดบาปในภาค 1 หรือที่เจ็บแค้นในภาค 2 แต่เป็นโครงสร้างของโอกุและกฎระเบียบที่วางไว้นั่นเอง ท่านโบตั๋นถึงกับงัดข้อกับบิดาและช่วยเหลือคนขายยาเพราะหล่อนเป็นคนเคร่งครัดกฎระเบียบเป็นที่ตั้ง
คนขายยาจึงมิได้แค่ปราบผีเขาอาจจะต้องรื้อโครงสร้างด้วย โครงสร้างที่สร้างขึ้นด้วยจารีต หวังว่าเราจะได้เห็นเช่นนั้นในภาคสามที่จะออกฉายในปีหน้า
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
