bg-single

แผนที่ภาษีทรัมป์นี้ สำหรับรัฐบาลอนุทิน

17.09.2025

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

แผนที่ภาษีทรัมป์นี้

สำหรับรัฐบาลอนุทิน

ผมเห็น “แผนที่โลกว่าด้วยภาษีทรัมป์” นี้แล้วก็ต้องนั่งลงพินิจพิเคราะห์อย่างจริงจัง

เพื่อตอบคำถามว่าไทยเราจะเอายังไงดี?

และเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลที่มีนายกฯ ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล

ทีมเศรษฐกิจในคณะรัฐมนตรีใหม่จะวางยุทธศาสตร์สู้ทรัมป์อย่างไรเป็นเรื่องใหญ่

สัจธรรมแต่ไหนแต่ไรบอกว่าในโลกนี้มีสองสิ่งที่แน่นอน : ความตายกับภาษี

แต่พอเป็น “ภาษีทรัมป์” มันไม่ใช่แค่เรื่องเก็บเงินเข้าคลัง

แต่มันกลายเป็นอาวุธประจำกายที่เจ้าของผมทองใช้สะบัดไปทั่วโลก

เสมือนขวานฟ้าฟาดดินที่ฟันลงมาเมื่อไหร่ มีแต่คนต้องก้มหน้าแบกรับกันจ้าละหวั่น

“แผนที่ภาษีศุลกากร” ที่สหรัฐ ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งปล่อยออกมา ก็ทำให้หลายประเทศอ้าปากค้างเหมือนเห็นบิลค่าไฟพุ่งขึ้น 5 เท่าในคืนเดียว

เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่มันคือ “แผนผังใหม่ของระเบียบเศรษฐกิจโลก”

พอค่อยๆ ไล่ไปทีละประเทศก็สรุปได้อย่างน่าตกใจว่า ศัตรูโดนหนักแต่เพื่อนก็ไม่เว้น!

บราซิลกับอินเดีย โดนไปเต็มๆ 50%

นี่ไม่ใช่ภาษีแล้ว แต่มันคือ “ค่าปรับ” มากกว่า

เรียกว่าเจ็บจุกจนต้องคิดใหม่ว่าจะยังส่งออกเข้าสหรัฐอยู่ไหม

แคนาดา เพื่อนใกล้ชิดสนิทสนมจนเคยเรียกเป็นคนบ้านเดียวกันก็โดนเข้าไป 35%

อารมณ์ประมาณว่า “อยู่บ้านเดียวกันแต่ขอเก็บค่าเช่าแพงหน่อยนะ”

ส่วนจีน คู่แข่งหมายเลขหนึ่ง โดนจัดไป 30% เต็มๆ แบบล็อกเป้า

ยุโรปโดยเฉลี่ย 15% แต่สวิตเซอร์แลนด์โดนพิเศษ 39% แบบไม่รู้ว่าผิดใจเรื่องอะไร

สงสัยเพราะนาฬิกาสวิสในสหรัฐแพงเกิน?

เม็กซิโกนี่ก็น่าขัน โดน 25% แต่ได้ “ยกเว้นชั่วคราว”

เหมือนร้านค้าเปิดใหม่ที่เจ้าของตลาดให้เช่าฟรีเดือนแรก เดือนหน้าค่อยว่ากัน

เท่ากับว่าโลกกลายเป็นตลาดนัดที่ทรัมป์เป็นเจ้าของ

ลองจินตนาการว่าโลกทั้งใบเหมือนตลาดนัดยักษ์ ทรัมป์คือเจ้าของตลาด เขียนป้ายค่าเช่าตามอารมณ์แต่ละวัน

ใครอยากตั้งร้านก็ต้องทำใจ บางร้านโดนเก็บหนัก บางร้านได้โปรโมชั่น แต่ไม่มีใครรู้ว่าอาทิตย์หน้าป้ายราคาจะเปลี่ยนเป็นเท่าไร

บราซิลกับอินเดียคือร้านใหญ่หน้าโซน โดนค่าเช่าแพงสุด

แคนาดาคือร้านข้างๆ ที่เคยคิดว่าซี้กับเจ้าของตลาด สุดท้ายก็ไม่รอด

ยุโรปเหมือนร้านขายของแบรนด์หรู โดนบวกเพิ่มเพราะ “เอ็งรวยไปหน่อย”

เม็กซิโกได้สิทธิเปิดบูธฟรี แต่เดี๋ยวอีกไม่นานอาจถูกเก็บย้อนหลัง

คำถามใหญ่ของคนทั้งโลกคือ : โลกจะเดินไปทางไหน?

สัญญาณแรกคือโลกอาจกลับสู่ยุคสงครามเย็นการค้า

ทุกคนต้องเลือกข้าง จะเอาฝั่งสหรัฐ หรือฝั่งจีน-รัสเซีย-อินเดีย

ที่ชัดเจนก็คือห่วงโซ่อุปทานถูกรื้อครั้งใหญ่

โลกกลายเป็นโต๊ะเจรจาถาวร – ทุกประเทศต้องกลายเป็นเซียนต่อรอง ไม่งั้นของจะขายไม่ออก

คำถามใหญ่สำหรับเราคือแล้วไทยอยู่ตรงไหน?

ไทยไม่ใช่เป้าหมายตรง ๆ ของทรัมป์ แต่อย่าได้ตายใจเพราะแรงสะเทือนจากห่วงโซ่อุปทานกระแทกเต็มๆ

ข้อดี คือเราอยู่ในภูมิภาคที่กำลังเป็นที่โปรดปราน นักลงทุนอยากย้ายโรงงานหนีจีนมาอาเซียน

ข้อเสีย คือเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกมากเกินไป (กว่า 60% ของ GDP)

ถ้าโดนลูกหลงก็มีสิทธิ์วูบ

ถ้างั้น ไทยควรวางตัวอย่างไรในตลาดนัดทรัมป์?

ทางเลือกแรกคือเหยียบเรือสองแคม – จับมือทั้งสหรัฐและจีน อย่าเทไปฝั่งเดียว

รีบขายจุดแข็งเป็น “โรงงานสำรอง” – ถ้าใครไม่อยากเจอภาษีจีน ก็ชวนมาเปิดโรงงานในไทย

และต้องไม่เร่งทำ FTA เป็นเกราะกำบัง – ต้องเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีมากขึ้น เพื่อเป็นกันชนแรงกระแทก

แต่ที่ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดคือต้องปั้นนักการทูตเศรษฐกิจรุ่นใหม่

เพราะนักเจรจาต้องเก่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่อ่านโพย แต่ต้องเข้าใจเกมโลก

ยุทธศาสตร์ที่พลาดไม่ได้คือต้องเชื่อมภูมิภาค – สร้างตลาดกันชนกับ CLMV และอาเซียนให้แน่น

เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไร กำแพงภาษีของทรัมป์คือระเบิดที่โยนลงกลางโต๊ะอาหารโลก

ใครนั่งโต๊ะเดียวกันก็โดนเศษชิ้นส่วนไปตามๆ กัน ไม่ว่าคุณจะเป็นเพื่อนแท้หรือศัตรูตัวฉกาจ

ไทยไม่ควรนั่งรอให้เศษชิ้นส่วนปลิวมาหา ต้องรีบลุกขึ้นหาที่ใหม่ หาทางต่อรอง และจัดทัพเศรษฐกิจให้พร้อม

เพราะตลาดนัดทรัมป์ไม่ได้มีวันปิด ทุกเช้าจะมีป้ายราคาใหม่แขวนอยู่เสมอ

ใครปรับตัวไวก็ขายของได้ ใครมัวแต่บ่นว่า “เมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้” ก็คงต้องเก็บร้านกลับบ้าน

อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าตัวเลข 19% นั้นเป็นแค่หน้ากาก แต่เบื้องหลังคือ “ไม้บรรทัดทรัมป์” ที่ยืดหดได้

เรื่องของเรื่องจึงไม่ได้จบที่ตัวเลข 19% แต่มันอาจจะเป็นเกมโชว์ที่พิธีกรชื่อทรัมป์มีสิทธิ์เปลี่ยนกติกากลางอากาศได้ทุกวินาที

ตัวเลขคือของหวาน แต่ของจริงคือ “เงื่อนไข”

เอาเข้าจริงๆ 19% ที่เห็นนั่นคือ “อาหารเรียกน้ำย่อย” เท่านั้น

ของจริงคือเมนูหลักหรือ main course ที่เรียก “สินค้าสวมสิทธิ์” หรือ transshipments และ “ถิ่นกำเนิดสินค้า” หรือ Rules of Origin

ถ้าส่งออกจากไทยเผลอมีน็อตสักตัวมาจากจีน สหรัฐก็พร้อมจะชูป้ายแดงขึ้นมาแล้วบอกว่า “เฮ้ย นี่มันของจีนในคราบไทยนะครับคุณผู้ชม เพิ่มภาษีอีกทีเป็น 40%”

ถ้ามีหลักฐานไม่ชัดเจนว่า Made in Thailand จริงๆ ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทรัมป์ก็สามารถกดปุ่ม “X” แล้วบังคับให้เราไปต่อคิวใหม่

แล้วยังมีประเด็นเปิดทางให้สินค้าสหรัฐเข้าไทยด้วยภาษี 0% แต่ต้องระวัง “ของฟรี” อาจแพงที่สุด

การที่ไทยยอมเปิดประตูให้สินค้าหลายชนิดจากสหรัฐเข้ามาแบบภาษี 0% ฟังดูดีใช่ไหม?

แต่ลองวาดภาพ : ข้าวโพดสหรัฐ รถแทรกเตอร์ยักษ์ หรืออาหารสุนัขนำเข้าบุกตลาดแบบไร้ภาษี แล้วลองถามว่าเกษตรกรไทย คนเลี้ยงวัว หรือผู้ผลิตอาหารสัตว์บ้านเรา จะยิ้มออกหรือเปล่า

มันเหมือนเรายกเวทีหมอลำให้วงอเมริกันคันทรีขึ้นมาเล่นฟรี แล้วให้หมอลำบ้านเรายืนตบมืออยู่ข้างเวทีเฉยๆ

คําถามใหญ่ที่ไม่มีใครตอบได้คือ รัฐบาลไทยจะทำยังไงต่อ ถ้าอุตสาหกรรมบางกลุ่มโดนถล่มเละ? จะมีเงินอุดหนุน? จะปรับโครงสร้างการผลิต?

หรือจะปล่อยให้ชาวบ้านเอาตัวรอดแบบ “อดทนไว้ เดี๋ยวก็ชิน”

เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ปี สินค้าไทยบางอย่างอาจเหลืออยู่แค่ใน “งานวัด” แต่ในห้างสรรพสินค้าจะเต็มไปด้วยป้าย “Made in USA – Tax Free”

อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ ภาษีทรัมป์ไม่ได้แค่บังคับให้เราจ่ายแพงขึ้น แต่ยังแฝงคำถามว่า “คุณอยู่ข้างใคร?”

ถ้าไทยยังเดินเชือกคาบลูกคาบดอกระหว่างจีนกับสหรัฐ สุดท้ายทรัมป์ก็จะใช้ภาษีเป็นปืนกดขมับว่า “เลือกเลย จะเอาภาษีถูก หรือจะคบเพื่อนจีนต่อ?”

นี่คือการเมืองโลกแบบ reality show

ถ้าไทยยังอยากนั่งร่วมในรายการ ก็ต้องยอมเล่นตามบท แม้บทนั้นอาจจะไม่ถูกใจผู้ชมบ้านเราเลยก็ตาม

ทางออกเฉพาะหน้าคือเราจึงต้องสร้างความสามารถในการต่อรองให้หนัก โดยไม่ยอมให้ทรัมป์ “เขียนโจทย์ใหม่” โดยที่เราไม่ได้อ่านข้อสอบ

ระยะกลางๆ เราต้องหาของที่ไทยทำได้เองจริงๆ แล้วบอกทั้งโลกว่า “ของไทยแท้ ไม่แอบเอาจากจีน”

แต่ระยะยาวเราต้องกระจายตลาด ไม่ทุ่มหมดหน้าตักกับสหรัฐหรือจีนอย่างเดียว

ภาษีทรัมป์ไม่ใช่ “สมการง่ายๆ” ว่าประเทศนี้โดนกี่เปอร์เซ็นต์ แต่มันคือ ละครเวที ที่ผู้กำกับฯ ชื่อทรัมป์สามารถเปลี่ยนบท เปลี่ยนฉาก หรือไล่นักแสดงออกกลางคันได้ตลอดเวลา

ไทยจึงต้องหยุดคิดแค่ว่า “เราจะเสียกี่เปอร์เซ็นต์” แล้วหันมาถามว่า “เราจะอยู่บนเวทีนี้ต่อไปยังไง โดยไม่โดนนักเลงหัวไม้ระดับโลกไล่ลง?”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’
การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?
ร่างทรง | เรื่องสั้น : อรรถสิทธิ์ สมจารี
ฝุ่น
มึงรู้จักกูน้อยไป | กวีกระวาด : ในเมือง รักเสรี
APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’