bg-single

iPhone Air และสิ่งที่แลกมาด้วยความบางเบา | Cool Tech

26.09.2025

Cool Tech| จิตต์สุภา ฉิน

iPhone Air

และสิ่งที่แลกมาด้วยความบางเบา

Apple เปิดตัวไลน์อัพของ iPhone 17 ปีนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เป็นเซอร์ไพรส์และก็บังเอิญตรงกับสิ่งที่ฉันกำลังมองหาอยู่พอดิบพอดี

นั่นคือการเปิดตัวรุ่นใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่าง iPhone Air เน้นจุดเด่นคือการเป็น iPhone ที่บางและเบาสุดสุด

ที่ผ่านมาเราอาจจะคุ้นเคยกับการที่ iPhone ทุกเครื่องทุกรุ่นหน้าตาเหมือนเดิมมาเป็นเวลานานหลายปีติดต่อกัน แต่การเปิดตัว iPhone 17 รอบนี้ ถือว่าดีไซน์เปลี่ยนแปลงไปพอที่จะทำให้รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iPhone Air ที่มาแทนรุ่น Plus ซึ่งเป็นรุ่นที่ไม่ค่อยจะได้รับความนิยมสักเท่าไรเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น

ก่อนงานเปิดตัวคนที่ติดตามข่าวลือก็พอจะคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าปีนี้จะมีรุ่นบางเบาที่ชื่อว่า Air ออกมาแน่ๆ แต่ทุกคนก็คิดว่าการที่มันจะบางและเบาได้ก็ต้องแลกมาด้วยสเป๊กที่ด้อยกว่ารุ่นอื่นลงไปเยอะ ซึ่งก็แน่นอนว่าพื้นที่ที่น้อยกว่าก็ทำให้บรรจุอะไรได้ไม่มากเท่าไร

แต่ Apple ก็ทำให้เซอร์ไพรส์ได้หลายตลบเพราะเมื่อ iPhone Air ออกมาก็ปรากฏว่ามันไม่แย่เลย

หน้าจอของ iPhone Air มีขนาดอยู่ที่ 6.5 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า iPhone 17 ที่อยู่ที่ 6.3 นิ้ว ดังนั้น เรื่องขนาดหน้าจอแล้วยังสามารถดูคอนเทนต์ได้เต็มตาเหมือนเดิม ด้วยสเป๊กจอแบบเดียวกับ iPhone 17 Pro ด้วยซ้ำ คือเป็นจอ ProMotion ที่รีเฟรชเรตสูงสุดที่ 120Hz ทั้งหมดนี้มาในความบางเพียง 5.64 ม.ม. และหนักเพียง 165 กรัม

บางที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone เลยทีเดียว

สำหรับคนที่มีความกังวลว่าบางขนาดนี้จะแตก หัก งอ ได้ง่ายหรือเปล่า ผู้บริหาร Apple เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของมันเป็นอย่างมาก ท้าให้นักข่าวลองหัก ลองงอดู

ซึ่งก็ปรากฏว่ามันก็ทนมือทนไม้ได้อย่างน่าประทับใจ

สาเหตุที่ฉันบอกว่า Apple เปิดตัว iPhone รุ่นบางมาได้ถูกที่ถูกเวลาเพราะโทรศัพท์ที่บางเบานี่แหละที่ฉันกำลังต้องการเป็นอย่างมาก

บทบาทคุณแม่ลูกอ่อนนอกจากจะนำมาซึ่งความสุขให้หัวใจของฉันพองฟูแล้ว

ยังมาพร้อมๆ กับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่ลุกลามไปทั่วร่าง

อาการออฟฟิศซินโดรมกำเริบ และข้อมือสองข้างที่ใช้งานได้ติดขัดไม่ไหลลื่นอีกต่อไป

เมื่อ iPhone Air มาพร้อมกับน้ำหนักเครื่องที่ลดหายไปเยอะ จับถือแล้วสบายข้อมือกว่าเดิม จึงเป็นรุ่นที่ฉันคิดว่ามาได้ถูกเวลามาก

แน่นอนว่าตัวเครื่องเบาและบางกว่าเดิมก็แปลว่าต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่างที่หายไป

สิ่งที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดว่าหายไปก็คือกล้อง เพราะ iPhone Air ได้มาแค่กล้องหลังตัวเดียวที่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล สิ่งที่ไม่ได้คือกล้องอัลตราไวด์และกล้องมาโคร

เมื่อตัวเครื่องบางแบตเตอรี่ก็ต้องบางตามไปด้วย Apple เคลมว่า iPhone Air สามารถเล่นวิดีโอได้นานถึง 27 ชั่วโมง เทียบกับ iPhone 17 รุ่นอื่นแล้วก็ยังถือว่าสู้ชาวบ้านเขาไม่ได้ ดังนั้น ถ้าจะให้แบตเตอรี่อยู่ได้นานกว่านี้ก็จะต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างเช่นเคสที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้

ลำโพงของ iPhone Air ก็เป็นลำโพงโมโน เสียงไม่ดีเท่ากับรุ่นอื่นๆ ดังนั้น คนที่ให้ความสำคัญกับการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม แบบเสียงต้องดัง ต้องอิ่ม ก็อาจจะรู้สึกขัดใจ

แต่กับคุณแม่มือใหม่อย่างฉันที่ปิดเสียงมือถือเงียบกริบตลอดเวลาเพราะกลัวลูกตื่น ข้อจำกัดเรื่องนี้จึงถูกปัดตกไปทันที (ฮา)

ข้อจำกัดอีกอย่างของ iPhone Air คือไม่มีถาดใส่ซิมการ์ดตามปกติแบบที่เราคุ้นเคย แต่จะต้องใช้ซิมประเภท eSIM เท่านั้น

ด้านดีไซน์ สิ่งที่ยังขัดอกขัดใจอยู่บ้างคือฐานกล้องที่นูนขึ้นมาเป็นแถบยาวทำให้แม้ตัวเครื่องจะบางแต่ก็เหมือนโทรศัพท์ที่หนักหัวจนเสียสมดุลไปเล็กน้อย ที่จำเป็นต้องมีส่วนนูนตรงนี้ก็เพราะนี่คือที่อยู่ของกล้อง ลำโพง และชิพ Apple silicon นั่นเอง

เวลาจับถือใช้งานจึงต้องระวังส่วนนี้มากเป็นพิเศษ เพราะเมื่อนูนออกมาเกินส่วนอื่นก็อาจจะทำให้ไปกระทบกระแทกจนเกิดความเสียหายได้ และก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อจับเอาชิพมาใส่ตรงนี้จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการระบายความร้อนเมื่อใช้งานจริงหรือเปล่า บวกกับตัววัสดุของ Air ที่ยังเป็นไทเทเนียมซึ่งระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าอะลูมิเนียมแบบที่รุ่น Pro วนกลับมาใช้อีกครั้ง

โดยรวมแล้ว iPhone Air ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ที่น่าสนใจสำหรับปีนี้ นับเป็นสีสันเล็กๆ น้อยๆ ให้กับไลน์อัพของ iPhone ว่ามีรุ่นที่ออกใหม่และแตกต่างจากของเดิม อาจจะได้ใจกลุ่มผู้ใช้งานอย่างฉันที่มองหาโทรศัพท์ที่อ่อนโยนกับข้อมือของตัวเองมากขึ้น (นอกจากเปลี่ยนโทรศัพท์แล้วฉันก็ทำอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างเช่น ไปกายภาพ ออกกำลังกาย ทำท่ากายบริหาร และเปลี่ยนท่านั่ง ท่ายืน ต่างๆ ให้ถูกหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น)

ตอนนี้ฉันเพิ่งจะได้พรีวิวโทรศัพท์จริงไปก็ยังเล่าได้ประมาณนี้ เมื่อได้ใช้จริงจังและหากมีคอมเมนต์อะไรเพิ่มเติมก็อาจจะมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้ง

คุณผู้อ่านคนไหนกำลังสนใจจะซื้อรุ่นนี้แต่ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าข้อดี ข้อเสีย ชั่งน้ำหนักกันแล้วจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่ต้องรีบซื้อ รอดูรีวิวจากผู้ใช้งานคนอื่นๆ ก่อนก็ไม่สายเกินไป

สิ่งที่หวังก็คือขออย่าให้ Apple ถอดใจเลิกทำรุ่นนี้ไปก่อน เพราะที่ผ่านมาก็เคยมี iPhone บางรุ่นที่ทำมาได้ไม่นานก็หายเข้ากลีบเมฆไปเฉยๆ อย่างเช่น iPhone mini ที่ออกมาเพียง 2 รุ่น หรือ iPhone Plus ที่รอบนี้ก็บอกลาไปแล้ว

หวังว่าเราจะยังได้เห็น iPhone Air ในรุ่นต่อๆ ไปที่จะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย