bg-single

คุยกับทูต | ฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา การเข้าร่วมอาเซียนของติมอร์-เลสเต ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิภาคและภูมิรัฐศาสตร์โลก (3)

28.09.2025

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

ไทยสนับสนุนติมอร์-เลสเตให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 แม้จะมีการคัดค้านจากเมียนมา

“ติมอร์-เลสเตและเมียนมามีความสัมพันธ์ร่วมกันในฐานะสมาชิกครอบครัวในภูมิภาค เรารักษาความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และเป็นมิตรกับสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ รวมถึงเมียนมา

ในฐานะสมาชิกลำดับที่ 11 ติมอร์-เลสเตมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างการเจรจา ความร่วมมือ และความสามัคคีในภูมิภาค โดยเชื่อว่าการบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนทำได้โดยผ่านการเจรจา การมีส่วนร่วม และการธำรงไว้ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น โดยเราเห็นคุณค่าของจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีและฉันทามติของอาเซียน”

ติมอร์-เลสเตยื่นคำร้องขอเป็นสมาชิกอาเซียนครั้งแรกเมื่อ 11 ปีที่แล้ว แต่หลังจากนั้นก็ค่อนข้างท้อแท้ ผิดหวัง เพราะการเข้าร่วมเป็นรัฐสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศเป็นเรื่องยากลำบาก

เรื่องนี้ทำให้ประธานาธิบดีโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา (Jos? Ramos-Horta) ของติมอร์-เลสเต กล่าวเมื่อต้นปีนี้ว่า “ดูเหมือนว่าการจะเข้าสู่อาเซียนได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนจึงจะก้าวสู่สวรรค์ได้ และขั้นต่อไปก็คือ อาเซียน”

หลังจากรอคอยมานานถึง 14 ปี ในที่สุด ติมอร์-เลสเตจะก้าวขึ้นเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียนอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนตุลาคมนี้

เส้นทางการเป็นสมาชิกของดิลีเริ่มต้นขึ้นเมื่อสมาชิกอาเซียนเดิมแสดงความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของติมอร์-เลสเตในการเข้าร่วม และแสดงความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของอาเซียนในการต้อนรับสมาชิกใหม่

แม้ว่าติมอร์-เลสเตจะมีประชากรประมาณ 1.4 ล้านคน แต่ประเทศเกาะที่กำลังพัฒนาแห่งนี้อาจช่วยฟื้นฟูอาเซียนด้วยการสนับสนุนกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแข็งขันและความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของอาเซียน

“เราขอขอบคุณประเทศไทยสำหรับการสนับสนุนอย่างแข็งขันในการเดินทางสู่การเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียน และเราตระหนักดีถึงความซับซ้อนในกระบวนการนี้”

นายฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา (Mr. Francisco Timan Cepeda) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทยกล่าว

นายฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา (Mr. Francisco Timan Cepeda) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย

มองอนาคต “ติมอร์-เลสเต” กับการก้าวเป็นสมาชิกอาเซียน

“การเป็นสมาชิกอาเซียนเป็นโอกาสที่จะกำหนดอนาคตของเรา ได้แก่ ในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ความมั่นคงทางพลังาน ทางการทูต

ในทางเศรษฐกิจ เราต้องการที่จะก้าวไปไกลกว่าอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ด้วยการเข้าร่วมอย่างเต็มตัวในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดภูมิภาคที่มีพลวัต และช่วยให้เราเติบโตในภาคส่วนต่างๆ เช่น เกษตรกรรม กาแฟ และการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงธุรกิจของเรากับการค้าระดับภูมิภาคและระดับโลก”

การก้าวข้ามอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อขยายธุรกิจและการลงทุนไปยังภาคส่วนอื่นนอกเหนือจากพลังงาน การเข้าร่วม AEC อย่างเต็มตัวจะช่วยให้เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งของตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกันทั่วทั้งภูมิภาค

“เรายังต้องการทำงานร่วมกับอาเซียนเพื่อปรับปรุงความมั่นคงทางพลังงาน ด้วยการมีส่วนร่วมในโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เราสามารถเร่งการเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวล และสนับสนุนความพยายามของภูมิภาคเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน เรามุ่งที่จะสร้างสถาบันให้แข็งแกร่งขึ้นและลงทุนในประชาชนของเราด้วยความร่วมมือทางสังคมและวัฒนธรรมของอาเซียน เราสามารถพัฒนาการศึกษา ฝึกอบรมเยาวชน และมอบโอกาสให้ประชาชนของเราได้เรียนรู้ ทำงาน และเชื่อมโยงกันทั่วทั้งภูมิภาคมากขึ้น

ในทางการทูต การเป็นสมาชิกอาเซียนจะทำให้ติมอร์-เลสเตมีบทบาทที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งจะทำให้เราสามารถมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับสันติภาพ ความมั่นคง และความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนบทบาทสำคัญของอาเซียนในกิจการระดับภูมิภาค”

สำหรับความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น เวทีอาเซียนก็จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่จะเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ มาพูดคุยหารือถึงทิศทางในการร่วมแก้ไขปัญหา และแสดงถึงความเป็นแก่นกลางอาเซียนในการให้ภาคีเครือข่ายภายนอกเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาสาขาต่างๆ ภายใต้อาเซียน

การเฉลิมฉลองการเข้าร่วมอาเซียนของติมอร์-เลสเตในประเทศไทย

“เราจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ด้วยการแบ่งปันองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและลึกซึ้ง ซึ่งมีคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของติมอร์-เลสเต ผ่านดนตรี ศิลปะ อาหาร และกาแฟของเรา และด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างชาวติมอร์-เลสเตและชาวไทยผ่านการแสดงทางวัฒนธรรม เวทีวิชาการ และกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม ตอกย้ำคุณค่าที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน และเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด การเฉลิมฉลองในประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองการเข้าร่วมอาเซียนอย่างเป็นทางการของติมอร์-เลสเตเท่านั้น

แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและยกย่องมิตรภาพที่แข็งแกร่งและลึกซึ้งระหว่างประเทศไทยและติมอร์-เลสเต ตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งเหล่านั้นส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันและกัน เป็นการเชิดชูมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศของเราอีกด้วย

นี่จะเป็นช่วงเวลาแห่งการขอบคุณประเทศไทยที่ให้การสนับสนุน และเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของเราต่อวิสัยทัศน์ของอาเซียนในเรื่องความสามัคคี การมีส่วนร่วม และความยืดหยุ่น”

สาวติมอร์ ในชุดประจำชาติทำด้วยผ้าไทส์

ความภาคภูมิใจในความเป็นชาวติมอร์-เลสเต

“มาจากการยึดมั่นในระบบเครือญาติอันแข็งแกร่ง การเคารพผู้สูงอายุ และการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม รวมถึงความรักในวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของตนเอง แม้จะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและการศึกษา การมีความรู้สึกร่วมในสายเลือดและสังคม (ระบบเครือญาติ) เป็นส่วนสำคัญของความภาคภูมิใจนี้

เราภูมิใจในความเข้มแข็ง คุณค่าประชาธิปไตย และความมุ่งมั่นของเราแม้จะเผชิญกับความท้าทายมากมาย แต่เราได้สร้างชาติที่เสรีและเป็นประชาธิปไตย และในวันนี้เราพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในอาเซียนด้วยศักดิ์ศรี ความมั่นใจ และการมองโลกในแง่ดี

การเดินทางของเราไม่ง่ายนัก แต่มันได้หล่อหลอมให้เราเป็นอย่างที่เราเป็น ตั้งแต่การต่อสู้เพื่อเอกราชไปจนถึงการทำงานอย่างหนักในการสร้างชาติ ติมอร์-เลสเตได้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ประเทศเล็กๆ ก็สามารถมีส่วนร่วมที่มีความหมายต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคได้

เมื่อเราเข้าร่วมอาเซียน เรานำบทเรียนจากอดีตและแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่มาแบ่งปัน เราปรารถนาที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อพัฒนาและยกระดับการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

เอกอัครราชทูตสรุปว่า

“การที่ติมอร์-เลสเตเข้าร่วมอาเซียนนั้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

เราเข้าร่วมอาเซียนด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนและความมุ่งมั่น พร้อมที่จะเรียนรู้ มีส่วนร่วม และเติบโตไปด้วยกันกับครอบครัวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา

เรามองว่าการเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่เป็นเพียงขั้นตอนสำคัญที่นำไปสู่การรวมกลุ่มระดับภูมิภาคที่ใกล้ชิดและลึกซึ้งกว่าเดิม

กล่าวคือ การเป็นสมาชิกอาเซียนเป็นการสร้างพื้นฐานและโอกาสให้ประเทศสมาชิกสามารถก้าวต่อไปสู่การบูรณาการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

นับเป็นโอกาสสำหรับติมอร์-เลสเตที่จะร่วมมือเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างประชาคมที่เข้มแข็ง ครอบคลุม และยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในด้านต่างๆ เช่น การเสริมสร้างศักยภาพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการฝึกอบรมทางเทคนิค เรามั่นใจว่าเราสามารถบรรลุพันธกรณีและเพิ่มคุณค่าให้กับอนาคตของอาเซียนได้

ที่สำคัญที่สุด การเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต แสดงถึงความเชื่อมั่นต่ออนาคตร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยึดมั่นในคุณค่าของความไว้วางใจ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และเป้าหมายในการสร้างสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความยั่งยืนให้กับประชาชนทุกคนในภูมิภาค”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์