Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
แว่นที่มีจอ
Meta Ray-Ban Display
ดูเหมือนกับว่าแว่นตาอัจฉริยะที่ลงตัวแทบทุกแง่มุมซึ่งทุกคนรอคอยได้มาถึงแล้ว และอย่างที่คาด ค่ายที่ทำได้สำเร็จคือ Meta ที่ร่วมมือกับแบรนด์แว่นกันแดดชื่อดัง Ray-Ban
หลังการเปิดตัว iPhone 17 แค่สัปดาห์เดียว สิ่งที่รับไม้ต่อแห่งความสนใจจากคนรักเทคโนโลยีทั่วโลกก็คือ แว่น Meta Ray-Ban Display แว่นอัจฉริยะในเวอร์ชั่นที่มาพร้อมจอขนาดจิ๋วในเลนส์แว่นให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้มากกว่าที่เคยทำมา
Meta ประกาศเปิดตัวแว่นรุ่นใหม่นี้พร้อมๆ กับการเปลี่ยนโลโก้ Facebook ให้สวมแว่นไว้ที่ขีดแนวขวางตรงกลางของตัว f และนอกจากจะเปิดตัวรุ่นใหม่แล้วก็ยังเปิดให้อัพเดตแว่นรุ่นก่อนๆ หน้าด้วย
เรามาดูกันว่าทำไมแว่น Meta Ray-Ban Display รอบนี้ถึงได้รับเสียงตอบรับที่ดีขนาดนั้น
ตัวฉันเองยังไม่ได้ทดลองใช้งานแต่เห็นจากทั้งวิดีโอและบทความรีวิวแล้วก็บอกได้ว่าถ้าตอนนี้ฉันเป็นมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็คงจะนอนหลับสนิทไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าทุกคืน
ก่อนหน้านี้ แว่นอัจฉริยะของ Meta Ray-Ban เป็นแว่นที่เน้นความสามารถในด้านการถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ เป็นหลัก การจะใช้งานแว่นต้องสั่งการด้วยเสียง และตัวแว่นเองก็จะตอบรับกลับมาเป็นเสียงเท่านั้น
แต่ Meta Ray-Ban Display เป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมหน้าจอขนาดเล็กอยู่ทางมุมขวาของเลนส์ข้างขวา ทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นภาพอยู่ตรงหน้า
แทนที่จะต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำนู่นทำนี่บนหน้าจอ เมื่อสวมแว่นนี้เข้าไป เราก็จะสามารถส่งข้อความ ดูภาพ วิดีโอ ไถฟีด Instagram หรือให้แสดงผลการนำทางบนแผนที่ได้แบบลอยอยู่ตรงหน้าเราเลย
หากต้องการการแปลภาษาแบบสดๆ หรืออยากให้ขึ้นคำบรรยายของสิ่งที่คนตรงหน้าเรากำลังพูดอยู่แว่นนี้ก็สามารถทำให้ได้ คล้ายๆ กับการใส่ซับไตเติลให้กับคนรอบตัวเราในชีวิตจริงยังไงยังงั้น
เมื่อดูเสร็จแล้วอยากจะกลับไปโฟกัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็ปิดจอแล้วสวมแว่นต่อไปตามปกติ
คุณผู้อ่านหลายคนคงจะคุ้นๆ ว่าคอนเซ็ปต์แบบนี้ก็เคยอยู่ในแว่น Google Glass เมื่อหลายปีก่อนมาแล้วนี่นา จะมาตื่นเต้นอะไรกันตอนนี้
สิ่งที่แว่น Meta Ray-Ban ทำได้ดีกว่าคือการใช้งานที่ไหลลื่นกว่า และการออกแบบดีไซน์แว่นที่สวยงาม ทันสมัย และกลมกลืนมากกว่า
นอกจากนี้ Meta Ray-Ban Display ยังมีสิ่งที่น่าประทับใจที่ Google Glass ในตอนนั้นไม่มีอีกบางอย่าง เช่น สายรัดข้อมือที่ใช้เพื่อควบคุมแว่น และความสามารถในการซ่อนจอไม่ให้คนรอบตัวเห็น
Meta Neural Band สายรัดข้อมือสีเรียบๆ เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานคู่กับแว่น เมื่อสวมใส่เอาไว้ที่ข้อมือ มันจะอ่านสัญญาณไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อข้อมือ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ gesture controls หรือการควบคุมผ่านการเคลื่อนไหวของนิ้วมือได้ อย่างการใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งจีบเข้าหากันเพื่อกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ การปาดเลื่อนซ้ายขวาเลือกเมนู ซึ่งนักรีวิวก็เห็นตรงกันว่าทำหน้าที่ได้อย่างดีและแม่นยำมากทีเดียว
สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือ เนื่องจากจอที่เราเห็นเป็นการฉายภาพแบบทางอ้อมทำให้เกิดผลลัพธ์คือต่อให้ผู้สวมใส่เปิดหน้าจอด้วยความสว่างขั้นสุด แต่คนที่อยู่รอบๆ ตัวก็จะไม่สามารถมองเห็นจอนั้นได้เลย
ต่างจาก Google Glass ที่ไม่สามารถใช้การเคลื่อนไหวมือสั่งการได้และมีจอที่คนรอบข้างเห็นได้ชัดเจน (แต่คงไม่สามารถเทียบได้ตรงๆ เพราะ Google Glass เปิดตัวมาตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว ซึ่งด้วยเทคโนโลยีในตอนนั้นก็ต้องถือว่าทำได้ดีและมาก่อนกาลมาก)
Meta Ray-Ban Display ยังเป็นแว่นที่ฝังพลัง AI เอาไว้ ให้ผู้สวมใส่พูดคุย สั่งการ หาคำตอบ หรือเข้าใจสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวได้ดีขึ้นด้วยการถาม Meta AI
ตัวอย่างที่บนเว็บไซต์ Meta ลองทำให้ดูคือเราสามารถสวมแว่นนี้มองไปที่ต้นมะเขือเทศ แล้ว AI ก็จะให้ไอเดียได้ว่ามะเขือเทศพันธุ์ที่กำลังมองอยู่นี้เหมาะกับการทำอาหารเมนูอะไร
เมื่อไหร่ที่ไม่ได้ใช้งานฟีเจอร์อัจฉริยะทั้งหลายของแว่นและอยากใช้เป็นแค่แว่นกันแดดเฉยๆ มันก็สามารถทำหน้าที่ได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแว่นกันแดด Ray-Ban ทั่วไป อาจจะดูหนาและหนักขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่ได้เทอะทะจนชวนให้อยากถอดออก
ในมุมมองของผู้ใช้งานแล้วคงจะคาดการณ์ได้ว่าแว่น Meta Ray-Ban Display น่าจะได้รับความนิยมในระดับหนึ่งเลยทีเดียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรักเทคโนโลยีและชอบลองของใหม่ๆ
แต่ในมุมมองของคนอื่นๆ รอบตัว จะอยากอยู่ใกล้ๆ คนที่สวมแว่นอัจฉริยะที่แนบเนียนกลมกลืนกับฝูงชนแบบนี้หรือเปล่าอาจจะเป็นอีกเรื่อง
ก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีข่าวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปรับบริการแว็กซ์ขนแบบบราซิลเลียน ทำไปได้สักพักหนึ่งก็เพิ่งสังเกตว่าพนักงานที่มาแว็กซ์ให้สวมแว่น Meta
เมื่อเธอถามพนักงานว่านั่นใช่แว่น Meta หรือเปล่า พนักงานก็ตอบว่าใช่ แต่ไม่ได้ชาร์จนะ สวมเอาไว้เฉยๆ ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเธอหรือลูกค้าคนอื่นๆ ถูกอัดวิดีโอไว้ในระหว่างกระบวนการกำจัดขนในที่ลับหรือไม่
เรื่องความเป็นส่วนตัวของคนรอบข้างผู้สวมใส่แว่นเป็นประเด็นที่อยู่คู่กับเทคโนโลยีแว่นอัจฉริยะที่ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอได้ มาโดยตลอด
แว่น Meta เองก็ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวด้วยการใส่ไฟ LED เอาไว้ให้สว่างวาบขึ้นมาเวลาถ่ายภาพ วิดีโอ หรือใช้ไลฟ์ และหากใครเอาอะไรไปปิดไฟ LED เอาไว้ ตัวแว่นก็จะเตือนมาว่าให้จัดการเอาสิ่งนั้นออกเสียก่อน
แต่ในชีวิตประจำวันคนทั่วไปคงไม่ใช่ทุกคนที่จะมาสังเกตเห็นไฟ LED ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เทคโนโลยีนี้ยังใหม่ คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ว่านี่คือแว่นที่สามารถใช้บันทึกภาพได้
โดยสรุปแล้ว แว่น Meta Ray-Ban Display ถือว่าทำได้ดีถูกใจนักข่าวและนักรีวิวพอสมควรเลยทีเดียว
แต่จะถูกใจผู้ใช้งานทั่วไปแค่ไหน หรือเมื่อแว่นนี้ใช้กันจนแมสแล้ว ปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวจะตามมาในรูปแบบไหนอีกบ้างก็ต้องรอดูหลังวันที่ 30 กันยายนที่จะเป็นวันขายจริงวันแรก
โดยจะขายในสหรัฐก่อนประเทศเดียวเท่านั้น ด้วยราคาเริ่มต้น 799 ดอลลาร์ หรือประมาณ 25,000 บาท
และจะทยอยวางขายในประเทศอื่นๆ ตามมาในปีหน้า
เมื่อวางขายทั่วไปแล้วเราอาจจะได้ฝึกจ้องกรอบแว่นว่าแว่นใครมีไฟ LED ติดบ้างจนกลายเป็นนิสัยกันไปเลย
