ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

เคยได้ยินเพลงนี้ไหมครับ

“ต่อไปนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”

ชื่อยาวมาก

ตอนแรกที่เห็นชื่อเพลง ผมนึกถึงชื่อหนังสือของตัวเอง

“การสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง คือ การเริ่มต้นของสิ่งใหม่เสมอ”

เอามาเทียบกันแล้ว

ชื่อหนังสือของผมยาวกว่านิดหนึ่ง 555

“ต่อไปนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น” เป็นเพลงของวง No One Else ครับ

ว่ากันว่านี่คือ เพลงแต่งงานที่นิยมมากที่สุดเพลงหนึ่งในยุคนี้

เป็นพัฒนาจากเพลง “ลมหายใจของกันและกัน” ของ “พี่จิก” ประภาส ชลศรานนท์ และเพลง “หยุด” ของ “กรุ๊ปไรเดอร์”

ยุคนี้ต้อง “ต่อไปนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”

“แทน-ลิปตา” หรือ “ธารณ ลิปตพัลลภ” เลือกเพลงนี้มาเป็น 1 ใน 5 เพลงช่วง “เพลย์ลิสต์” ของ Wednesday Song Vol. 12

“แทน” มีหลายบทบาท เพราะเขาเป็นทั้งศิลปินวงลิปตา นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์เพลง และเจ้าของค่ายเพลง

เขาเลือกเพลง “ต่อไปนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”

เพราะเป็นเพลงที่เขาแต่ง

No One Else เป็นเพื่อนของเขา นอกจากมีผลงานของวงแล้ว “แน็ตตี้” กับ “กุ๊ก” ยังเล่นแบ็กอัพให้กับ “ลิปตา” ด้วย

No One Else ตอนนั้นมีแฟนเพลงเฉพาะกลุ่ม ยังไม่ดังมากเหมือนกับวันนี้

ผ่านไปหลายปี ทั้งคู่ก็คิดจะเลิกเล่นแล้ว

ยิ่งในช่วงโควิด ยิ่งว่าง ทั้งคู่เลยขอให้ “แทน” ช่วยแต่งเพลงให้ 1 เพลง

ให้ทำนองไปแล้ว

“แทน” บอกว่าเพราะทั้งคู่เป็น “เพื่อน” เขาจึงยังไม่รีบแต่ง

ผ่านไป 6 เดือนยังไม่เริ่มเลย

จน “แน็ตตี้-กุ๊ก” ต้องไปหาที่บ้านเพื่อทวงเพลง

“แทน” เริ่มต้นแต่งเพลงนี้ ด้วยการมองภาพว่าวง No One Else เป็นวงที่เล่นเพลงในงานแต่งงาน

เขาอยากแต่ง “เพลงรัก” ให้

“เพลงรัก” แบบที่เล่นในงานแต่งงาน

ไม่ใช่เพลงอกหัก หรือเพลงใสๆ ทั่วไป

“แทน” ไม่เคยแต่งเพลงให้แฟนเลย

ครั้งนั้น เขาคิดจะแต่งเพลงนี้ให้แฟนด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าเป็นเพื่อนกัน คงไม่แก้เนื้อเพลง

และถ้าเพลงไม่ดังก็เป็นเพลงของวงเพื่อน

หายไปเงียบๆ ได้

เขาเริ่มต้นจากแฟนชอบอะไร

“ดอกไม้”

“ดอกไม้” เทียบกับอะไรได้บ้าง

“รอยยิ้ม”

จาก “รอยยิ้ม” ก็เป็น “ดวงตา”

เทียบกับอะไรดี

“ดวงดาว”

และมาถึงประโยคสำคัญ “แทน” บอกว่าเขาเคยได้ยินประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า And from now on all the love songs gonna be yours.

ครับ นั่นคือที่มาของคำว่า “ต่อไปนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”

เพลงนี้พอปล่อยออกมาก็ฮิตระเบิด

No One Else ที่อยากจะเลิกวง กลายเป็นศิลปินที่มีเพลงดังมากมาย

และสามารถจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองได้

ผมบอก “แทน” ว่าเป็นนักแต่งเพลงที่ค้ากำไรเกินควรมาก

เพราะเพิ่งแต่งเพลงให้แฟนเพลงเดียว

แล้วก็บอกแฟนเลยว่าต่อไปนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอ

คือ ไม่แต่งเพลงให้แล้ว

เพลงเดียวพอ

อีกเพลงหนึ่งเป็นเพลงของวง felow fellow

“ดาวหางฮัลเล่ย์”

“ข้าว” เป็นคู่หูแต่งเพลงกับ “แทน”

มีหลายเพลงที่ฮิตมาก

เขาจับคู่กับ “ที” ตั้งวง felow fellow สังกัดค่ายเพลงหนึ่งมา 5 ปี

“แทน” เป็นแฟนเพลงของ felow fellow และเคยช่วยทำงานเบื้องหลังให้วงนี้มาตลอด

วันหนึ่ง “ข้าว” กับ “ที” มาคุยกัน

อยากเลิกวง

เพราะเล่นมา 5 ปีแล้วไม่ดัง

ทั้งปีมีงานเล่นแค่ 2 งาน

และทั้งคู่มีธุรกิจที่บ้านอยู่แล้ว กลับไปทำธุรกิจดีกว่า

ช่วงนั้น “แทน” เพิ่งตั้งค่ายเพลง Kicks Records กับ “คัตโตะ” คู่หูในวงลิปตาได้ไม่นาน

เขาเสียดายวง felow fellow ในฐานะแฟนเพลงจึงชวนมาอยู่ค่ายเพลงของเขา

“แทน” บอก “ข้าว-ที” ว่ามาลองกันอีกอัลบั้มดีกว่า ถ้าไม่ดังก็เลิก

“ค่ายกูไม่ดังแต่ตั้งใจ มึงก็ไม่ดัง ถ้าเรามาทำด้วยกัน แย่ที่สุดก็คือ ไม่ดัง เหมือนเดิม”

เขาขอเวลา 1 ปี

จากนั้น “ข้าว” ก็ส่งเพลงมาให้ 2 เพลง

“ฉันคือความทรงจำดีๆ ของเธอรึเปล่า”

และ “ดาวหางฮัลเลย์”

“แทน” เอ๊ะ ก่อนเลย เขาไม่รู้จักดาวหางฮัลเล่ย์ และคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะรู้จักเช่นกัน

วันนั้น เขาถามคนดูในโรงละครว่ารู้จักไหมเพื่อยืนยันความคิดของเขา

ทุกคนในโรงตอบพร้อมกันว่า “รู้จัก”

“ตอนที่ยังไม่มีเพลงนี้ รู้จักดาวหางฮัลเล่ย์ไหม” เขายังไม่ยอม

เสียงตอบกลับมาก็เหมือนเดิม

คือ รู้จัก

เพลงนี้ “ข้าว” ต้องอธิบายให้ “แทน” ฟังว่าดาวหางฮัลเล่ย์จะโคจรมาใกล้โลกทุก 75 ปี

เขาหยิบเรื่องนี้มาใช้เพื่อบอกคนรักว่าให้อยู่ด้วยกันนานๆ เพื่อได้ดูดาวหางฮัลเล่ย์อีกครั้ง

ในเพลงไม่มีคำว่า “ดาวหางฮัลเล่ย์” เลย

หลังจากปล่อยเพลงนี้ออกไป ยอดวิวก็ค่อยๆ ขยับขึ้นแล้วก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว

กลายเป็นเพลงเปลี่ยนชีวิตของ fellow fellow และค่าย Kicks Records

จากปีละ 2 งาน กลายเป็นเดือนละ 30 งาน

และจากบัญชี “สีแดง” ก็กลายเป็น “สีเขียว”

มีกำไรแล้ว

“แทน” บอกว่า 2 เพลงนี้ คือ เพลงเปลี่ยนชีวิตของ No One Else และ fellow fellow

ถ้าทั้ง 2 วงหยุดทำ เขาก็จะไม่เจอ “เพลงนี้”

“ความสำเร็จ” บางทีก็รอเวลาที่เหมาะสม

รอเวลาที่แสงสปอตไลต์ส่องมาที่เรา

แต่ถ้าหยุดเมื่อไร ก็คือ 0

ผมนึกถึง “ป๊อบ ปองกูล” วันที่เขามาเล่น Wednesday Song

ตอนที่เขาร้องเพลง “อยากรู้ แต่ไม่อยากถาม” ที่คนทั้งโรงละครร้องตามได้

“ป๊อบ” บอกว่าเขาเชื่อว่าทุกคนได้ยินเพลง “อยากรู้ แต่ไม่อยากถาม” ครั้งแรก คือ เพลงที่ปล่อยมาเป็นครั้งที่ 2

เพราะตอนที่ออกมาครั้งแรก

มัน…แป้ก

จนวันหนึ่ง “อยากรู้ แต่ไม่อยากถาม” ก็ไปอยู่ในหนัง “เพื่อน…กูรักมึงว่ะ”

เพลงนี้จึงถูกได้ยินอีกครั้ง

และมีการปล่อยเพลงนี้มาเป็นครั้งที่สอง

“อยากรู้ แต่ไม่อยากถาม” ก็กลายเป็นเพลงฮิตที่ใครๆ ก็ร้องตามได้

“ป๊อบ” ตบท้ายว่านี่คือ เรื่องราวที่เขาอยากบอกทุกคน

“วันนี้ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่

ไม่ใช่มันไม่สำเร็จ

แต่มันอาจรอวันที่สำเร็จอยู่ก็ได้”

ผมชอบประโยคนี้ของ “ป๊อบ” มาก

ครับ “ความสำเร็จ” ของแต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน

บางทีก็ยาวนาน และต้องรอคอยเวลาที่เหมาะสม

ตัวอย่างของ fellow fellow และ No One Else ชัดเจนที่สุด

ถ้าเขาหยุดในวันนั้น

จะไม่มีชื่อ 2 วงนี้ในวันนี้

เพลงอาจเปลี่ยนชีวิตคนบางคนได้จริง

แต่การไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

…เปลี่ยนชีวิตทุกคน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร