bg-single

ปัญหาสาธารณสุขในกรุงเทพฯ ต้องล้างไพ่ และมีเจ้าภาพ เรื่องจริงที่ทำได้ ถ้าผู้ว่าฯ เอาด้วย

26.09.2025

รายงานพิเศษ

ปัญหาสาธารณสุขในกรุงเทพฯ

ต้องล้างไพ่ และมีเจ้าภาพ

เรื่องจริงที่ทำได้ ถ้าผู้ว่าฯ เอาด้วย

ปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไขไม่ได้ แม้จะมีงานวิจัย วิชาการ และข้อเสนอมากมาย ที่สะท้อนถึงรากของปัญหา และเสนอแนวทางของการแก้ไข แต่ทว่าเมื่อถึงขั้นตอนของการแก้ไขปัญหา กลับยังไม่สามารถเดินหน้าได้ น่าสนใจว่าเกิดจากอะไร

เมื่อเร็วๆ นี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคได้เปิดเวทีนำเสนอผลการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าว ข้อเสนอจากทีมวิจัยมี 5 ประเด็น คือ

1. “ล้างไพ่” เครือข่ายบริการใหม่ทั้งหมด โดยจัดระเบียบพื้นที่และให้ประชาชนได้อยู่กับหน่วยบริการที่ใกล้บ้านที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามหลัก “ใกล้บ้านใกล้ใจ” อย่างแท้จริง รวมถึงยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้เป็นแกนหลักของระบบปฐมภูมิเพื่อลดภาระโรงพยาบาลใหญ่

2. ย้อนกลับไปหาแนวทางการสร้างเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ โดยที่ สปสช.สนับสนุนงบประมาณเพื่อบริหารจัดการเครือข่าย

3. ปรับรูปแบบให้เข้ากับบริบทของ กทม. ซึ่งต้องกำหนดกติกาเฉพาะ ให้สอดรับกับบริบทเฉพาะของ กทม. และให้กำหนดอัตราจ่าย โดยร่วมจ่ายกับ กทม. เป็นแบบเฉพาะในพื้นที่ รวมไปถึงสนับสนุนการทำวิจัยต้นทุนค่าบริการในพื้นที่ กทม.

4. แก้ไขวิธีปฏิบัติ โดยกำหนดแนวทางการออกใบส่งตัวพร้อมกับปรับรูปแบบการเบิกจ่าย อัตราการเบิกจ่าย เพื่อให้คลินิกชุมชนอบอุ่นอยู่ได้ และประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะหากมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ เพื่อลดความไม่เข้าใจกันระหว่างหน่วยบริการและประชาชน

และ 5. ทุกส่วนร่วมกันแก้ตามบทบาทหน้าที่ โดย สปสช. ให้ข้อมูลเบิกจ่ายอย่างโปร่งใสและมีระบบติดตามเพื่อควบคุม ขณะที่ กทม. ก็ต้องเสริมศักยภาพของศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) เพื่อให้เป็นบทบาทคล้ายกับการดูแลจากโรงพยาบาลชุมชน ที่ประจำอำเภอในต่างจังหวัด และที่สำคัญคือกระตุ้นให้ประชาชนรู้สิทธิ และหน้าที่ในระบบสุขภาพมากขึ้น เพื่อความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของระบบสุขภาพ

ในส่วนของข้อเสนอปรับปรุงกลไกการจ่ายเงิน ได้เสนอ 3 ทางเลือก ที่น่าสนใจคือ

ทางเลือกที่ 1. ใช้กลไกจ่ายเงินรับประกันรายได้ขั้นต่ำ และจ่ายเงินล่วงหน้า เพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดกลไกเพื่อกระตุ้นให้บริการเป็นไปตามเป้าหมาย และปรับสูตรจัดสรรงบในกรุงเทพฯ ให้แตกต่างจากพื้นที่อื่น ซึ่งจำเป็นต้องมีต้นทุนการบริการที่ชัดเจน เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

ทางเลือกที่ 2. พิจารณาใช้โมเดลโรงพยาบาลเครือข่าย เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำสัญญากับโรงพยาบาลใหญ่ในลักษณะของประกันสังคม และให้โรงพยาบาลไปทำสัญญากับลูกข่าย ซึ่งก็คือคลินิก ศบส. เพื่อกับพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการบริการ

และทางเลือกที่ 3. ใช้รูปแบบงบประมาณปลายปิดกับโรงพยาบาลรับส่งต่อ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการส่งกลับ หรือ refer back

ทั้งนี้ งานวิจัยยังเสนอให้มีการปฏิรูประบบงบประมาณ โดยให้ กทม. จัดเก็บ “ภาษีสุขภาพเฉพาะพื้นที่” เพื่อสร้างแหล่งงบประมาณของตนเอง และปรับปรุงกลไกการจ่ายเงินให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

อีกประเด็นที่น่าสนใจจากการศึกษานี้คือ มีการพูดถึงการเป็นเจ้าภาพร่วมเพื่อการแก้ไขปัญหา

ซึ่งเรื่องนี้ กรุงเทพมหานคร ที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ทั้งยังมี พระราชบัญญัติเฉพาะเป็นของตัวเองในการบริหารกรุงเทพมหานคร แต่ทว่าบทบาทที่ผ่านมาของ กทม. ต่อเรื่องการแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขใน กทม. กลับน้อยมาก ทั้งที่มีกลไกที่มีศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลอยู่ในมือ

โดยทีมวิจัยเสนอแนวทางการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าใน กทม. โดยมีจุดคานงัด 2 จุด ได้แก่ การสร้างความรับผิดชอบร่วมและการสร้างความเป็นเจ้าภาพร่วม

ในด้านการสร้างความรับผิดชอบร่วม ทุกฝ่ายในระบบต้องเปลี่ยนมุมมองจาก “ปัญหาของฉัน” ไปสู่ “ระบบของเรา” เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการยกระดับระบบบริการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าใน กทม. นอกจากนี้ยังต้องมีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลของทุกหน่วยงานเข้าด้วยกันเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

ขณะที่ในด้านการสร้างความเป็นเจ้าภาพร่วม มีการเรียกร้องให้ กทม. มีบทบาทเป็นผู้นำหรือเป็นเจ้าภาพร่วมกับ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งประเด็นการเป็นเจ้าภาพร่วม สังคมเริ่มเห็นความหวัง เมื่อ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ว่าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ได้ลงมาเล่นเรื่องนี้ โดยหารือกับทาง กทม. ที่นำโดย ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และทีม สปสช. เบื้องต้นจะให้ รพ.สังกัดกรมการแพทย์ 3 แห่งที่อยู่ในพื้นที่ กทม. เข้ามาดูแลเป็น รพ.รับส่งต่ออย่างเต็มระบบ

อย่างไรก็ตาม บทบาทในส่วนของ กทม. ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และรองผู้ว่าฯ รศ.ทวิดา กมลเวชช ที่ดูแลเรื่องสาธารณสุข คงต้องกลับไปดูเรื่องนี้อย่างละเอียดและเปลี่ยน mindset ของการบริหารจัดการใหม่ ที่ผ่านมาความหวังว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติจะเข้ามาแก้ปัญหาสาธารณสุขใน กทม. ได้ ไม่เป็นตามที่หวัง เพราะไหลตามข้าราชการประจำมากไป ทั้งที่ควรจะกำกับข้าราชการ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทรัพยากรสาธารณสุขที่อยู่ในมือ กทม. ถูกใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และสร้างภาระให้กับประชาชนแทน

ก็ได้แต่หวังว่า วาระต่อไป ผู้ว่าคนเดิมในอีกวาระ หรืออาจจะเป็นผู้ว่าคนใหม่ เห็นปัญหา และกำกับข้าราชการประจำสายสำนักการแพทย์และสำนักอนามัยให้เดินหน้าแก้ปัญหาได้เสียที โดยไม่นิ่งเฉยเหมือนที่ผ่านมา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?