โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
รัฐบาลอนุทินทำอะไรก่อนดี
ตอนนี้เรานึกถึงคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยในเรื่องอะไรบ้าง แล้วเราลองช่วยกันคิดให้ดีๆ ว่า ถ้าเป็นรัฐบาลอนุทิน รัฐบาลนี้จะทำอะไรก่อนดี
สำหรับตัวคุณอนุทิน เราอาจมองเห็นความแตกต่างจากนายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ
เช่น คุณอนุทินมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดี เพราะเขาเติบโตมาจากครอบครัวนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่มีผลงานในโครงการภาครัฐ บริษัทนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
คุณอนุทินยังเป็นคนที่มีความรู้ดี เขาเรียนจบด้านวิศวกรรม เข้าใจว่าจบด้านวิศวกรรมเครื่องบินจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐ
แล้วคุณอนุทินยังไม่ใช่คนหน้าใหม่ทางการเมือง คุณอนุทินร่วมกับคุณพ่อและนักการเมืองคนอื่นๆ ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคที่มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของรัฐบาลไทยรักไทย (ทักษิณ ชินวัตร) ประยุทธ์ จันทร์โอชา (8 ปี) เศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย
อนุทินเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขช่วงโรคระบาดโควิด-19 อนุทินเป็นคนผลักดันนโยบายกัญชาถูกกฎหมายและได้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยทั้งในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร
ตอนนี้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีและยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ค่าจ้างไม่เท่าเทียมและค่าครองชีพสูงอันเป็นปัญหารายวันของคนไทย กระตุ้นความไม่พอใจของผู้คนกว้างขวาง
ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดต่อเนื่องระหว่างไทย-กัมพูชาในความขัดแย้งพรมแดน แม้หยุดยิงเมื่อกรกฎาคมแต่ยังสร้างปัญหาอยู่ อนุทินประกาศยืนยันไม่ยอมเปิดด่านไทย-กัมพูชา
ความเชื่อมโยงลึกซึ้งของอนุทินต่อกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ไทย อิทธิพลจากชนชั้นนำอนุรักษนิยมไทย และความผูกพันเหนียวแน่นกับขบวนการรากหญ้าของคนในพรรคภูมิใจไทยในภาคอีสาน การกระตุ้นให้เกิดแนวทาง สร้างเอกภาพท่ามกลางวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง อันเป็นสิ่งที่อนุทินเสนอออกมา นับเป็นประเด็นน่าสนใจ สะท้อนความคิดของอนุทิน
อนุทินแต่งตั้งพวกมืออาชีพให้นำพากระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ในความพยายามลดความสับสนอลหม่านทางการเงิน และปรับปรุงความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา
อนุทินจะใช้ชื่อเสียงของการเป็น นักการเมืองปฏิบัตินิยม (Pragmatism) คือมองปัจจุบันและทำให้ได้ตามที่บอก เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มจำนวน ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าให้ได้คะแนนมากที่สุด อันเป็นการรับประกันแรงคัดง้างมากขึ้นในการต่อสู้ครั้งต่อไปเพื่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ภูมิใจไทย
ในช่วงครอบครัวชินวัตรอ่อนแรง
นับตั้งแต่อนุทินดำเนินงานการเมืองโดยผ่านพรรคภูมิใจไทย ด้วยท่าทีและบุคลิกประนีประนอมดูเหมือนสอดคล้องที่จะนิยามตัวตนของอนุทินและของภูมิใจไทยว่า ปฏิบัตินิยม ในความหมายผันแปรตามสถานการณ์ ไม่หักโค่นโจ่งแจ้ง
และเนื่องจากอนุทินต้องนำพาภูมิใจไทยเป็นเพียงพรรคอันดับ 3 ในรัฐสภามาตลอด อนุทินและภูมิใจไทยจึงมีบุคลิกทางการเมืองไม่ทะเลาะกับผู้นำพรรคและพรรคการเมืองไหน
แต่ในความเป็นจริง อนุทินและภูมิใจไทยย่อมมีสถานะแข่งขันทางการเมืองกับพรรคขนาดใหญ่คือ พรรคเพื่อไทยในทุกช่วงเวลาและสถานการณ์การเมือง
แล้วจุดแตกหักก็มาถึงเมื่อทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าสู่วงโคจรการเมืองไทยอีกครั้งเมื่อสิงหาคม 2024 ทักษิณยึดกุมอำนาจรัฐไทยอีกครั้งด้วยผลักดันนอมินี คือ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีและผลักดันแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีอีกคน
พร้อมด้วยทักษิณเดินเกมการเมืองทั้งฟื้นฟูชื่อเสียงของตัวเขาเองและพรรคเพื่อไทย เบื้องต้นเพื่อรักษาและค้ำประกันตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้กับนอมินีของทักษิณ
การก้าวสู่วงโคจรการเมืองไทยอีกครั้งของทักษิณ กล่าวหยาบๆ ทักษิณคือ ก้างขวางคอของอนุทินและภูมิใจไทยนั่นเอง แล้วจุดแตกหักก็แตกดังลั่น เมื่อทักษิณกดดันให้อนุทินพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วผลักดันมือการเมืองคนสำคัญ ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยควบรองนายกรัฐมนตรีแทน
แน่นอนกระทรวงมหาดไทยหมายถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้น แล้วแน่นอนกระทรวงมหาดไทยเป็นกุญแจดอกหนึ่งของความสำเร็จทางการเมือง
ดังนั้น ทักษิณจึงยึดกุญแจดอกนี้เพื่อพรรคเพื่อไทย อันส่งผลให้ภูมิใจไทยอาจย่ำอยู่กับตำแหน่ง พรรคอันดับ 3 ต่อไป
สถานการณ์การเมืองผลิกผันตลอดเวลา เศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ด้วยเหตุต่างกัน แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกคน การกลับสู่วงจรการเมืองไทยอีกครั้งของทักษิณ ชินวัตร น่าตื่นตาอยู่ไม่นาน ทักษิณก็ถูกจำคุก ถูกคุมขังพันธนาการการเมืองของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา
เท่ากับว่า ครอบครัวชินวัตรและพรรคเพื่อไทยถูกจองจำทางการเมืองและต้องฟันฝ่าอีกมาก แล้วยังไม่มีสัญญาณบวกใดๆ ออกมามากนัก หน้าตาของเขยตระกูลชินวัตรเป็นไปได้แค่ไหนในความเป็นจริงทางการเมือง ไม่มีใครรู้ได้
การเมืองไทยใน 4 เดือน
มีผู้ติดตามการเมืองไทยจำนวนมากมองการเมืองไทยใน 4 เดือนอย่างหลากหลายมุมมอง
มีความสงสัยในความเป็นไปได้ของเหล่ามืออาชีพที่อนุทินเชื้อเชิญเข้ามาร่วมงานในคณะรัฐมนตรี เวลาสั้นๆ อาจเป็นเพียงสีสันทางการเมืองเพื่อประดับหน้าตาของอนุทินและภูมิใจไทยเท่านั้น
หากดูนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 4 นโยบาย เพิ่มรายได้ เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์อันดีไทย-กัมพูชา สิ่งแวดล้อม และแก้รัฐธรรมนูญ 3 นโยบายแรก รัฐบาลอนุทินคงดำเนินการ เพราะระบบราชการก็ดำเนินการอยู่แล้ว แต่เพียง 4 เดือนประชาชนถ้วนหน้าจะยินดี แล้วนำความสมหวังนั้นๆ แปรเป็นคะแนนเสียงมากพอให้ภูมิใจไทยพ้นจากสภาพพรรคการเมืองอันดับ 3 หรือ
ระหว่างที่ใครๆ ชื่นชมเหล่ามืออาชีพ เราปฏิเสธโครงสร้างระบบอุปถัมภ์ พลังของบ้านใหญ่ ตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลอันฝังแน่นและเป็นจักรกลการเมืองหลักอันหนึ่งที่สนับสนุนภูมิใจไทยและรัฐบาลอนุทินได้หรือ
ดังนั้น การทำอีเวนต์ร่วมกินข้าว กินก๋วยเต๋ยว กินเค้ก กินขนม กาแฟ ร่วมพูดคุยกับชนชั้นนำทางการเมืองและชนชั้นนำทางเศรษฐกิจของแกนนำรัฐบาลภูมิใจไทย สำหรับอนุทินจึงเป็นการทำงานการเมืองรายวัน รูทีนและก็งั้นๆ หาได้ส่งผลปรับเปลี่ยนสาระการเมืองไทยไม่
ข้อสังเกต
ถึงมีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเต็มตัวแล้ว ตามข่าวอนุทินปฏิเสธคำเชิญร่วมประชุมแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชาของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน
ถ้าจับความตามข่าวไม่ผิด อนุทินให้สัมภาษณ์ทำนองว่า เป็นเพื่อนที่พูดคุยกันอยู่แล้ว จะไม่ยอมให้ใครแทรกแซงนโยบายไทย ไม่ให้ใครแทรกแซงอธิปไตยไทย น่าประหลาดใจ
เรื่องนี้อนุทินไม่ใช่ไม่มีข้อมูล ไม่ใช่ไม่ได้ติดตามข่าวสารระหว่างประเทศ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีไม่รู้บทบาทของอาเซียนเรื่องแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
แต่การตอบปฏิเสธผ่านสื่อมวลชน แสดงตัวตนและความคิดของอนุทินต่อประเด็นการเมืองและแสดงการลำดับความสำคัญของนโยบายแน่นอน
นี่จึงเป็นบททดสอบแรก ต่อท่าทีและแนวคิดทางการเมืองของคนหน้าเดิมทางการเมืองอย่างอนุทิน
เมื่ออนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย คำถามพื้นฐาน นานแค่ไหน แล้วภูมิใจไทยจะเฟื่องฟูหรือ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
