bg-single

ปมปัญหาเปตอง โมเดลศึกษาคนกีฬาไทย

04.10.2025

เขย่าสนาม | เงาปีศาจ

ปัญหาที่กีฬาเปตอง “ถูกแบน” ไม่ให้จัดการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 คลี่คลายในทิศทางที่ดี

สรุปว่า สหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP) ประกาศปลดโทษแบนอนุญาตให้เปตองสามารถกลับมาจัดแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ได้เรียบร้อยแล้ว เป็นอันสิ้นสุดดราม่า

ไม่ว่า “ใคร?” จะก่อเรื่องยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้น และวางหมากเพื่อประโยชน์และเป้าหมายในอนาคตอย่างไรก็ตาม แต่ต้องชื่นชม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เห็นถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากไม่มีการจัดการแข่งขันกีฬาเปตองในซีเกมส์ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จับต้นชนปลายปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสั่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน

นั่นคือ มอบหมายให้ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ควงคู่ “บิ๊กแนต” ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส เพื่อเจรจากับสหพันธ์เปตองนานาชาติ เพื่อขอให้กีฬาเปตองกลับมาบรรจุแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

จนเป็นผลสัมฤทธิ์ในที่สุด

สหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP) ลงโทษแบน ห้ามส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ที่สหพันธ์เปตองนานาชาติให้การรับรอง อันเนื่องจากประเด็นเรื่องผู้นำองค์กรขาดคุณสมบัติ โดยกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เป็นมหกรรมกีฬาที่สหพันธ์เปตองฯ ได้ให้การรับรอง พร้อมทำหนังสือแจ้งต่อชาติสมาชิกในอาเซียนที่เกี่ยวข้องให้ทราบด้วยว่า หากชาติใดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ จะถูกแบนห้ามเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นระยะเวลา 2 ปี จนถึงซีเกมส์ครั้งหน้า ที่มาเลเซีย ในปี 2027 ซึ่งรวมถึงการแข่งขันเวิลด์เกมส์, เอเชี่ยนเกมส์

ผลการเจรจาที่ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กับ ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ บินไปพบ โคลด อาเซม่า ประธานสหพันธ์กีฬาเปตองนานาชาติ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล เล่าว่า ได้เล่าปัญหาและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เขาฟังหลายเรื่อง รวมถึงชี้แจงถึงการเดินทางมาในครั้งนี้ด้วยตัวเอง ก็เพื่อที่จะแสดงความมุ่งมั่น และทุ่มเท ในการทำให้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มีการแข่งขันเปตองเกิดขึ้นตามแผน

“ที่สำคัญมากคือ มีหนังสือมาจากรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้เขียนชี้แจงและแสดงความจริงใจว่า ในนามรัฐบาล ไทยพร้อมเดินตามแนวทางการทำงานของสหพันธ์เปตองนานาชาติ และมีความมุ่งมั่นที่จะให้มีการแข่งขันเปตองในซีเกมส์ 2025 และยังมีหนังสือชี้แจงจากทาง กกท. ถึงประเด็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันด้วยอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งประธานสหพันธ์เปตองนานาชาติได้อ่านแล้วค่อนข้างดีใจ และเกิดมั่นใจในแนวทางการแก้ปัญหาของไทยก่อนจะอนุญาตให้ไทยเดินหน้าจัดการแข่งขันเปตองในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ได้ต่อไปตามเดิม”

“ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจนเปตองได้กลับมาแข่งขันในกีฬาซีเกมส์” บิ๊กเอ เล่า

โอเคว่า เปตองได้กลับมาจัดแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนไทยทุกคน แต่ปัญหาภายในในเรื่องของการแย่งชิงอำนาจการบริหารงานที่มีการเปลี่ยนแปลงขั้วยังคงเดินหน้าต่อไป และเป็นปัญหาที่ทำให้คนวงการเปตองของเมืองไทยแตกเป็นก๊ก เป็นเหล่า

ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่อยู่ระหว่างคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ ทำงานอยู่ และแน่นอนว่าเมื่อได้ข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมทำให้อีกฝ่ายต้องหันหลังให้กับวงการไปอย่างแน่นอน

จริงๆ แล้วกีฬาเปตอง หรือการบริหารงานสมาคมกีฬาเปตองฯ ไม่เคยมีปัญหามาก่อน หรือแทบจะไม่ได้รับความสนใจจากภาครัฐ แต่หลังจาก “ป๋าต๋อย” เรืออากาศตรีปรารภ ทองประเทศ พ่อบ้านสมาคมกีฬาเปตองฯ เสียชีวิตไปเมื่อปี 2566 ทำให้ขั้วการบริหารงานเกิดการแย่งชิงอำนาจภายในกันขึ้นมาทันที

แถมมี “คนนอก” จากองค์กรกีฬาระดับ “ขาใหญ่” เป็นกุนซือวางหมากเข้าไปร่วมวงไพบูลย์เพื่อที่จะเข้าไปยึดสมาคมอีกด้วย

มองถึงสาเหตุที่แท้จริงกล่าวคือ ต้องเข้าใจก่อนว่า ซีเกมส์คราวนี้มีการเพิ่มเงินรางวัลอุดหนุนจากรัฐบาลผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเหรียญทองไปแตะ 500,000 บาท และต้องเข้าใจธรรมชาติกีฬาเปตองว่า เป็นกีฬาที่นักกีฬาไทยเก่งและไปอยู่ระดับท็อป 5 ของโลก ไทยเราแทบจะการันตีตำแหน่ง “แชมป์โลก” หรือ “รองแชมป์โลก” แทบทุกปี ยังรวมถึง “แชมป์เอเชีย” และ “รองแชมป์เอเชีย” ซึ่งนั่นก็มีเงินรางวัลให้นักกีฬาหลักล้านบาทต่อคน

ตามระเบียบกองทุนฯ สมาคมกีฬาฯ ต้นสังกัดของนักกีฬาจะได้รับ 30% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาจะได้รับ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มีกลุ่มคนแย่งชิงอำนาจกันเข้ามาบริหารงาน และต้องการจะส่งคนของพรรคพวกตัวเองไปนั่งบริหารงาน

ไม่ใช่เพียงแค่กีฬาเปตอง สมาคมกีฬาต่างๆ ที่ฟาดฟันกัน แย่งอำนาจกันในทุกวันนี้ ปลายทางก็ทำเพื่อเรื่อง “ผลประโยชน์” รออยู่ข้างหน้านั่นแหละ

นี่แหละคือ ต้นตอปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้วงการกีฬายุ่งเหยิง และแตกแยกสามัคคีเพราะแย่งชิงอำนาจอันนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่รออยู่ข้างหน้าไม่ต่างอะไรกับนักการเมืองไทยที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้

ที่เอ่ยมาย้ำว่า ไม่ได้ต้องการจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่าง “ใคร” หรือ “องค์กรใด”

แต่มันคือความจริงที่หากคนที่อยู่ในวงการกีฬา “ตัวจริง” ก็จะทราบข้อมูลกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่จะกล้าพูด และกล้ายอมรับความจริงกันได้หรือไม่แค่นั้นเอง…

อย่าปล่อยให้ปมปัญหากีฬาเปตองกลายเป็นเพียง “คลื่นกระทบฝั่ง” แล้วจางหายไป…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?