จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

‘ใบตอง’ มีส่วนสัมพันธ์กับการพิจารณาตัดสินคดีในศาลไทยสมัยโบราณ

“กฎหมายตราสามดวงฉบับราชบัณฑิตยสถาน” เล่ม 1 บันทึกไว้ใน ‘พระไอยการลักษณรับฟ้อง’ ว่าใบตองเป็นหนึ่งในเครื่องมือใช้ทำคุณไสยให้เกิดผลร้ายแก่ผู้อื่น ผู้กระทำจะได้รับโทษตามที่กำหนดไว้

“มาตราหนึ่ง ทวยราษฎรผู้มีคะดีในสุภากระลาการ ถ้าฝ่ายโจทจับเลขยันอาคมถมถนำมนดนคาถาใส่แผ่น ทอง เงิน ตกั่ว ทองแดง สมุดกะดาษ ใบลานใบตาล ใบตอง ใบไม้ สิ่งอันใดใด กะตุด พิศมอน แลน้ำมนมะกรูดซ่มป่อย แกะรูปปั้นรูปทำด้วยวิทยคุณประการใดๆ ที่ฝ่ายจำเลยก็ดี จำเลยจับได้ที่โจทก็ดี ท่านว่าให้พิจารณาสืบสวนจงเปนสัจถ่องแท้ก่อน ถ้าเปนสัจว่ามันข้างผู้ใดทำเองก็ดีให้หมอทำก็ดี แลหมอผู้กระทำนั้นให้เอาขึ้นขาหย่าง ๓ วัน ๗ วัน แล้วให้ปลงลงทวนด้วยลวดหนัง ๓๐ ที ๕๐ ทีตามโทษหนักเบาโดยพระราชกฤษฎีกา” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

นอกจากนี้ ใบตองยังเป็นหนึ่งใน ‘โพยตุกติก’ หรือเอกสารที่โจทก์จำเลยใช้ขีดเขียนขึ้นเพื่อการใดการหนึ่ง ในที่นี้เป็นสิ่งที่ต้องการสื่อสารส่งสัญญาณให้รู้กันระหว่างศาลตัดสินพิจารณาคดี

หากมีผู้ใดกระทำดังกล่าว ให้ระงับการไต่สวนคดีความไว้ก่อน แล้วนำ ‘โพย’ ที่ว่าให้ผู้พิพากษาซักไซ้หาพิรุธ หรือความผิดปกติน่าสงสัยนั้น ถ้าพบพิรุธให้ผู้นั้นรับโทษตามความผิด ถ้าไม่มีพิรุธให้พิจารณาคดีต่อไป

ดังที่หนังสือเล่มเดียวกันบันทึกไว้ใน ‘ลักษณตระลาการ’ ว่า

“อนึ่งกระลาการถามความนั้นให้ดูลูกความ ให้แก้แต่ตามสัจตามจริงฝ่ายโจทจำเลยก็ดี อย่าให้ร้องแรกแถกเสียงสำหรากปากแขงเพ่งตาดูกันอย่าให้สีญี่ใบพลูใบตอง อย่าให้บิดญี่กระดาด อย่าให้เอาดินสอแลมีดขีดพื้นโรงสาร แลอย่าให้บ่นกระซิบปากเปล่า อย่าให้ผู้ใดเข้านั่งใกล้จะกระซิบเสี้ยมสอน แลอย่าให้ภักพวกโจทพวกจำเลย ยักคิ้วกระยิบตาให้กิจดิกาสันญาไว้แก่กัน อย่าให้ทำกลผิดจริตผิดประหลาดวิวาทกันสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้ามันกระทำดั่งกล่าวมานี้ไซ้ให้งดความนั้นไว้ เอาขึ้นเรียนแก่ผู้พิภากษาให้ซักไซ้ไต่ถามเอาพิรุทจงได้ ถ้าพิรุทให้มีโทษตามโทษานุโทษ ถ้าหาพิรุทมิได้ให้พิจารณาตามเนื้อความนั้นสืบไป” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

คำว่า ‘สี’ ภาษาโบราณหมายถึง รู่ ครูด ถู (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน) ข้อความว่า ‘สีญี่ใบพลูใบตอง’ มีความหมายว่า ขีด ครูดใบพลูใบตองนั่นเอง

ในที่นี้คือทำให้เกิดเครื่องหมาย สัญญาณ หรือข้อความตามต้องการ

น่าสังเกตว่า ‘ใบตองในวรรณคดี’ มีบทบาทหลายด้าน ทั้งที่เกี่ยวกับการสื่อสาร การเลี้ยงชีพ และการเจ็บไข้ได้ป่วย

ดังจะเห็นได้จากนิทานคำกลอนเรื่อง “พระอภัยมณี” พราหมณ์ศรีสุวรรณ ใช้ ‘ใบตองอ่อน’ เขียนเพลงยาว หรือจดหมายรักสื่ออารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อนางเกษรา พระธิดาเจ้าเมืองรมจักรและฝากพี่เลี้ยงช่วยเป็นธุระส่งให้ถึงมือนาง

“พระว่าพลางทางตัดใบตองอ่อน มาเขียนกลอนกล่าวประโลมนางโฉมฉาย

จนลงเอยอ่านต้นไปจนปลาย ไม่คลาดคลายถูกถ้วนแล้วม้วนตอง”

ยิ่งไปกว่านั้น ศรีสุวรรณยังใช้ใบไม้ต่างชนิดสื่อความในใจอันล้ำลึกโดยม้วนเอาใบโศกใบรักกลัดหนามหุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง ดังนี้

“เอาโศกแซมแกมรักสลักหนาม เหมือนบอกความรักนางว่าหมางหมอง

พี่เลี้ยงรับพับใส่ไว้ในซอง แล้วว่าน้องหวังพี่เป็นที่อิง”

เมื่อพี่เลี้ยงเกลี้ยกล่อมจนนางเกษรายอมรับ ‘เพลงยาวใบตองอ่อน’ และ ‘ธำมรงค์ทรงครุฑบุษรา’ ที่พราหมณ์หนุ่มน้อยรูปงาม ‘ฝากถวายพระธิดาวิลาวัณย์’ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

“๏ นางโฉมยงทรงหยิบใบตองอ่อน เห็นโศกซ้อนแกมรักสลักหนาม

ก็แจ้งจิตปริศนาปัญญาพราหมณ์ แกล้งนิ่งความคลี่สารออกอ่านพลัน”

นางเกษราเข้าใจความหมายอันแฝงเร้นมากับใบตองอ่อนที่ม้วนเอาใบโศกใบรักกลัดหนามหุ้มอีกชั้นหนึ่งนั้นเป็นอย่างดีว่า พราหมณ์ศรีสุวรรณต้องการสื่อถึงความรักที่มีต่อนาง ความรักนี้ทำให้เขาทุกข์ใจยิ่งนัก

สมัยก่อนมิใช่จะใช้ใบตองแทนกระดาษเขียนเพลงยาวสื่อสารความในใจได้เท่านั้น ยังใช้มวนบุหรี่เป็นสินค้าคุณภาพที่แพร่หลายขายดีอย่างยิ่ง เสภาเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” เล่าถึงนางแก้วกิริยาเสาะหาของดีราคาจับต้องได้มาค้าขายเลี้ยงชีวิตระหว่างขุนแผนติดคุก หนึ่งในจำนวนนั้น คือ ใบตองนวลใช้มวนบุหรี่ ภายในมีใบยาของเพชรบูรณ์ซึ่งมีรสดีกว่ายาสูบจากที่อื่นๆ

“ซื้อขายวายล่องแต่ของถูก ลูกไม้ขนมส้มลิ้นจี่

ร้านชำทำฉลากหมากฝาดดี ยาบุหรี่เพชรบูรณ์ใบตองนวล”

ใบตองดูจะมีบทบาทในชีวิตประจำวันเกือบทุกแง่มุม แม้แต่การเจ็บไข้ได้ป่วย ใบตองก็เป็นส่วนหนึ่งของหม้อยาสมัยโบราณ ดังที่ ‘กาญจนาคพันธุ์’ เล่าไว้ในหนังสือ “เด็กคลองบางหลวง” เล่ม 1 ว่า

“แพทย์แผนโบราณสมัยก่อนนั้น เวลาต้มยาหม้อให้คนไข้ เขาเอาใบตองปิดปากหม้อ เอาเชือกผูกติดให้แน่น แล้วเอาเส้นตอกมาขัดเป็นรูปตาเหลวเล็กๆ เสียบติดไว้ที่ใบตองปิดปากหม้อ ลางทีเรียกกันว่า ‘เฉลว’ ก็มี เมื่อเด็กๆ ข้าพเจ้าเคยกินยาหม้อปักเฉลวนี้เหมือนกัน”

‘เฉลว’ คืออะไร? ขอให้นึกถึงภาพตอกที่สานขัดกันเป็นแฉกๆ อาจมีห้าแฉก หกแฉก หรือมากกว่านั้น เฉลวมักใช้ปักบนหม้อยา เพราะเชื่อว่าช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่จะทำให้ยาเสื่อม หรือเพื่อป้องกันมิให้คนเปิดหม้อยา (พจนานุกรมหัตถกรรม เครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน ของ ศาสตราจารย์วิบูลย์ ลี้สุวรรณ)

ภาพของหม้อยามีเฉลวปักไว้ที่ใบตองปิดปากหม้อพบได้ในบทละครรำเรื่อง “อิเหนา” ตอนที่สังคามาระตาควบคุมไพร่พลสร้างที่พำนักในถ้ำทองตามคำสั่งอิเหนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะรีบกลับเมืองเพื่อทูลรายงานให้ทราบ อิเหนาจะได้คลายกังวล

สังคามาระตาสั่งให้พระพี่เลี้ยงเก็บใบไม้ที่กินได้ทั้งรากทั้งเปลือกทั้งใบ นำมาประสมใส่ลงในหม้อให้เหมือนยา แล้วปิดตราประทับที่คอหม้อ จากนั้นลงยันต์ประจำสี่ทิศ เอาใบตองปิด ขัดเฉลวใส่ เอาแหวนผูกคอสามวง ตีราคาค่ายาหม้อนี้เป็นราคาทองคำห้าชั่งเพื่อนำไปถวายอิเหนาต่อไป

“๏ เมื่อนั้น สังคามาระตาเรืองศรี

จึงสั่งพี่เลี้ยงผู้ภักดี พี่จงไปเก็บใบไม้มา

สุดแต่กินได้แล้วไม่เลือก ทั้งรากทั้งเปลือกพฤกษา

ประสมใส่ในหม้อให้เหมือนยา คอหม้อปิดตราประทับไว้

ลงยันต์ประจำทั้งสี่ทิศ ตองปิดแล้วไขว่เฉลวใส่

ธำมรงค์ผูกคอสามใบ ตีค่ายาไว้ห้าชั่งทอง”

อะไรๆ ก็ไม่พ้น ‘ใบตอง’



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)