เมาส์ ฉบับสมบูรณ์ : และแล้วความจัญไรก็บังเกิด
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
“แต่พวกเขาจะไม่ช่วยพ่อเลยเหรอครับ ถึงพ่อไม่มีอะไรให้? ก็ครอบครัวเดียวกันแท้ๆ” อาร์ตถามถึงเหตุการณ์ช่วงนั้น
“ตอนนั้นน่ะ คำว่าครอบครัวไม่มีอีกแล้ว ทุกคนก็ต้องดูแลตัวเองก่อนทั้งนั้น” พ่อว่า
วลาเด็คเติบโตจากครอบครัวชนชั้นกลาง เขาเป็นเซลส์แมนขายเสื้อผ้าก่อนจะพบผู้หญิงคนแรกที่เขามิได้จริงใจด้วยเนื่องจากดูออกว่าผู้หญิงไม่มีฐานะอะไร เขามิได้หลอกลวงอะไรใน ทางตรงข้าม เขาแสดงออกชัดเจนว่าเป็นการคบกันชั่วคราว
เขาพบแม่ของอาร์ตคืออานญะที่มีสมบัติเพียบพร้อมทั้งความดี รูปทรัพย์ อีกทั้งมาจากครอบครัวที่รวยมาก มิใช่รวยมากธรรมดาพ่อตารักเขาและสนับสนุนเขาเต็มที่อย่างน่าดีใจ จัดงานแต่งงานให้แล้วสร้างโรงงานให้อีกด้วย
เช่นกัน วลาเด็คมิได้พยายามหลอกลวงใคร เขาแค่เป็นชนชั้นกลางที่ขยันและขวนขวาย ความขยันและขวนขวายนี้เองที่เป็นปัจจัยให้เขารอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขามิได้รอดชีวิตคนเดียวแต่ทำทุกวิถีทางพาภรรยาผู้แทบจะไม่เหลือกำลังใจอะไรอีกแล้วรอดชีวิตด้วย
อย่างไรก็ตาม เขาเสียลูกชายริชัวญ์ไป สูญเสียครอบครัวทั้งฝ่ายตัวเองและฝ่ายอานญะไปเกือบทั้งหมด
อาร์ตเป็นลูกชายที่เกิดหลังสงคราม อาร์ตไม่เคยเห็นพี่ชายริชัวญ์ เคยเห็นแต่กรอบรูปพี่ชายวัยเด็กตั้งอยู่ในบ้านตั้งแต่เขาเกิด แค่นั้นก็หลอนเขาน่าดู
เขาอิจฉาผีพี่ชาย บางทีก็รู้สึกว่าพ่อวลาเด็คมีลูกชายคนเดียวคือริชัวญ์

ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าวลาเด็คและภรรยารอดชีวิต แต่ราคาที่จ่ายไปตลอดช่วงสงครามถือว่าสูงมาก
สูงมากขึ้นไปอีกเมื่ออานญะฆ่าตัวตายในภายหลัง
วลาเด็คหวาดระแวงและมีปากเสียงกับภรรยาใหม่เกือบตลอดเวลาจนได้แยกทางกันในที่สุด
เขาขัดแย้งและกวนประสาทลูกชายคนปัจจุบันคืออาร์ตและฟรองซัวส์ผู้ภรรยาไม่หยุดหย่อนจนอาร์ตเองก็ต้องไปพบจิตแพทย์
ในตอนท้ายของภาคหนึ่งวลาเด็คเปิดเผยว่าเขาได้เผาบันทึกของแม่ที่เขียนระหว่างสงครามไปหมดแล้ว หมดทั้งเล่มเลย
นั่นทำให้อาร์ตโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงกับผรุสวาทว่า “ไอ้ฆาตกร”
ชวนให้นักอ่านตั้งคำถามว่าเขาด่าใคร ดูบริบทก็น่าจะด่าพ่อเพราะพ่ออยู่ตรงนั้น
พ่อก็ไม่โกรธที่ถูกด่า วลาเด็คให้เหตุผลว่าการเห็นหนังสือที่แม่เขียนตอกย้ำความเจ็บปวดมากเกินไป มิใช่เพียงความเจ็บปวดของความยากลำบากช่วงสงครามแต่เป็นความเจ็บปวดที่สูญเสียอานญะผู้ภรรยาไปเนื่องจากการทำอัตวินิบาตกรรมหลังสงคราม
มากกว่านี้คือเป็นไปได้ว่าวลาเด็คตั้งคำถามกับตนเองตลอดมาว่าพลาดตรงไหน
เขาพยายามสุดกำลังมากพอหรือยังที่จะช่วยชีวิตภรรยาและเกือบจะทำสำเร็จได้อยู่แล้ว
สำหรับอาร์ตการสูญเสียบันทึกของแม่อาจจะมีค่าเท่ากับการสูญเสียเยื่อใยสุดท้ายที่จะโยงถึงแม่ได้อย่างถาวร
จิตแพทย์พูดกับอาร์ตตอนหนึ่งว่า “แล้วทีนี้พอคุณเริ่มประสบความสำเร็จในชีวิต คุณกลับรู้สึกไม่ดีที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพ่อผิด”

แม้ว่าวลาเด็คเคยถูกนาซีกระทำอย่างหนักหนามากที่สุด แต่ครั้งหนึ่งหลังสงครามไม่นานนักเขาออกอาการเหยียดคนผิวดำออกนอกหน้ามากเสียจนฟรังซัวส์ทนไม่ไหวต้องต่อว่า “คุณพ่อพูดถึงคนผิวดำเหมือนพวกนาซีพูดถึงคนยิวเลย”
“ทำไมยิวยอมให้นาซีทำแบบนั้น” อาร์ตถามในตอนหนึ่ง
วลาเด็คตอบง่ายๆ ว่าไม่ยอมก็ตาย ไม่ใช่เราตายทันทีนาซีก็จะเอาคนอื่นตายให้ดูเดี๋ยวนั้น
คำถาม “ทำไมเหยื่อถึงยอมให้ผู้กระทำทำแบบนั้น” เป็นคำถามที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เหมือนกับที่บอกว่าวรรณกรรมที่สดุดีผู้รอดชีวิตไม่ค่อยมีประโยชน์
คำถามที่ควรหัดถามมากกว่าคือ “เพราะอะไรระบบถึงยินยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น”
คำถามนี้ใช้ได้กับหลายประเทศ กับบ้านเรา และกับสถานการณ์อิสราเอล-ปาเลสไตน์ วันนี้

ผู้รอดชีวิตมิใช่เรื่องบังเอิญ วลาเด็คเป็นตัวอย่างหนึ่ง เขามีดีที่เป็นคนขวนขวายและขยัน หาผู้คุ้มครอง กับเทรดสินค้าเพื่อซื้อ “เวลา” อยู่ตลอดเวลา
เขารีบตะครุบตำแหน่งช่างซ่อมรองเท้าและช่างดีบุกทั้งที่ทำไม่เป็นในตอนแรกแต่ก็หาความรู้และฝึกตัวเองอย่างเร็วจนกลายเป็นยิวที่มีประโยชน์ต่อค่ายกักกัน
เขาสอนภาษาอังกฤษให้นาซีจนกลายเป็นคนสำคัญที่นาซีต้องคุ้มครอง
เขาแลกเปลี่ยนบุหรี่ ขนมปัง วอดก้า หรือนาฬิกาตลอดช่วงสงคราม มิใช่เพื่อแลกชีวิตแต่เพื่อแลก “เวลา”
เวลาเป็นของมีค่าที่เขาต้องยื้อจนกว่าสงครามจบให้ได้
แน่นอนว่าทั้งหมดที่เขียนมิใช่ง่าย เขาอดอาหาร นอนป่วย ถูกตี ทำงานแบกหาม ขุดดินขุดหิน นอนกับศพและสิ่งปฏิกูล เขาทำทั้งนั้นเพื่อซื้อเวลาและเพื่อตามหาภรรยาที่พรากจากกันในช่วงสุดท้ายที่เอาชวิทซ์
พวกเขารอดมาได้เพราะวลาเด็คซื้อเวลาได้นานมากจนมาถึงเอาชวิทซ์ค่อนข้างช้า
อาจจะมีบางฉากดูเหมือนโชคช่วยแต่เป็นดังคำที่กล่าวว่าโชคช่วยเฉพาะคนมีปัญญาให้ช่วย
ในบทสัมภาษณ์ตอนต้นภาคสองนักข่าวถามอาร์ตว่าจะให้ยิวสัญชาติอิสราเอลเป็นตัวอะไร เขาตอบว่าเม่น นับจากวันที่หนังสือออกวางตลาดจนกระทั่งถึงวันนี้ ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบยังใช้ได้

ในตอนท้ายภาคสองเราจะเห็นสัตว์อีกหลายชนิดนอกเหนือจากหนู แมว และหมู มีกบแทนคนฝรั่งเศส หมาแทนอเมริกัน หมาดำแทนคนผิวดำ กวางแทนคนสวีเดน แม้แต่ที่ไม่มีประเทศเป็นเพียงชนชาติคือยิปซี อาร์ตก็ยังหาสัตว์มาแทนที่จนได้อย่างน่าชมเชย
การใช้สัตว์สวมบทมนุษย์ดังที่เรียกว่า anthropomorphic ทำให้หนังสือ “มิใช่นิยาย เขียนจากเรื่องจริง” นี้กลายเป็นการ์ตูนเฉย ใช้ลายมือเขียนแทนตัวพิมพ์ตลอดเล่มเน้นย้ำความเป็นการ์ตูนมากขึ้นอีก ควรชมเชยผู้เขียนอักษรไทยในฉบับแปลนี้ด้วยช่างมีความเพียรแรงกล้า
ความย้อนแย้งของการ์ตูนทำให้บางท่านกังขาว่าจริงแค่ไหน อาร์ตสอดรูปถ่ายจริงๆ เข้ามากลางเนื้อเรื่องสองรูป
รูปแรกคือรูปริชัวญ์เมื่อต้นภาคสอง
รูปสองคือรูปวลาเด็ควันก่อนพบอานญะหลังสงครามสงบ
ที่ชวนฉงนมากคือเป็นรูปถ่ายตัวจริงของวลาเด็คในชุดนักโทษยิวที่ใหม่เอี่ยม!
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
