โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
ตีความ ความสัมพันธ์อินเดีย-สหรัฐ
ยุคทรัมป์ 2.0 โมดี 3.0
2 วันก่อนประกาศอัตราภาษีการค้าใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีผล
ทรัมป์แสดงความไม่พอใจจุดยืนแน่วแน่ในอัตราภาษีของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) แห่งอินเดียตั้งแต่ช่วงทรัมป์สมัยแรก
และโมดีก็ได้แสดงความยินดีที่ทรัมป์จะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยมากกว่ายินดีกับผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นๆ
กุมภาพันธ์ 2025
โมดีเป็นหนึ่งในบรรดาผู้นำประเทศที่ได้รับเชิญเยือนทำเนียบขาว อินเดียแซงหน้าญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปในการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐ ซึ่งคาดว่าการตกลงใกล้ยุติ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันผ่านไปแล้ว
การเข้าแทรกแซงปัญหาความขัดแย้งอินเดีย-ปากีสถานของสหรัฐที่ก้าวข้ามอินเดีย ก่อให้เกิดความสั่นคลอนในความสัมพันธ์ระหว่างสองผู้นำ รวมทั้งเป้าหมายยุทธศาสตร์เดิมที่มีต่อจีนกลับกลายเป็นความตึงเครียด
ทำให้เราต้องย้อนไปดูประเด็นอื่นๆ ในความสัมพันธ์อินเดีย-สหรัฐ ที่ไม่สำเร็จประกอบด้วย
บางทีอาจเป็นเรื่องที่ทรัมป์พูดและกระทำต่างๆ นานาตั้งแต่เมื่ออินเดียตกลงหยุดยิงกับปากีสถาน
ปฏิบัติการ (operation) SINDOOR ที่อินเดียตอบสนองต่อการก่อการร้ายของปากีสถานในรัฐแคชเมียร์ (Kashmir) ของอินเดียยุติลงเมื่อ 10 พฤษภาคม 2025 ท่ามกลางการต่อสู้กันของทั้งสองฝ่ายนาน 4 วัน อินเดีย-ปากีสถานตกลงหยุดยิงทันทีเมื่อทรัมป์โพสต์ ‘หยุดยิง’ ในสื่อโซเชียล หลังจากนั้น ทรัมป์อ้างว่า การหยุดยิงนี้เป็นความสำเร็จของตัวเขาเอง
ข้อยืนยันของทรัมป์ที่เขาอ้างคือเขาได้พูดคุยกับทั้งสองฝ่ายว่า ถ้าพวกเขาไม่หยุดยิงและป้องกันการเกิดสงครามนิวเคลียร์ จะก่อให้เกิดความเสียหาย ทรัมป์ออกแถลงการณ์ทรัมป์จะช่วยหาข้อยุติปัญหาแคชเมียร์
ทรัมป์คนที่พูดอย่างทะเยอทะยานเพื่อรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ บางทีทรัมป์ต้องการใช้การหยุดยิงอินเดีย-ปากีสถานเพื่อสร้างภาพพจน์ของเขาทั้งในและภายนอกสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของทรัมป์เหล่านี้ข้ามเส้นแดงในมุมมองและในคำอธิบายของอินเดีย
ปฏิบัติการ SINDOOR ที่ตอบสนองการก่อการร้ายจากปากีสถานและไม่ตั้งใจขยายเป็นสงครามนิวเคลียร์ และมีเป้าหมายเฉพาะเพื่อโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มก่อการร้ายชัดเจน
ผลคือ อินเดียได้รักษาศูนย์ปฎิบัติการกลางทางทหารปากีสถาน (Pakistan’s Director General of Military Operation-DGMO) โดยอินเดียตกลงยกเลิกปฏิบัติการโจมตีปากีสถานและทำความเสียหายแก่ยุทโธปกรณ์
เหนืออื่นใด มันเป็นการรักษาสถานะพื้นฐานการรักษาหน่วยการปกครองของอินเดียในประเด็นแคชเมียร์คือ ประเด็นทวิภาคีอินเดีย-ปากีสถานที่ไม่มีประเทศที่สาม
ดังนั้น คำพูดและการกระทำต่างๆ ของทรัมป์เป็น การปฏิเสธโดยสิ้นเชิงต่อนโยบายและจุดยืนของอินเดีย
โดยธรรมชาติแล้ว พรรคฝ่ายค้านและสื่อมวลชนอินเดียจะตรวจสอบเข้มข้นการอนุญาตแทรกแซงของสหรัฐของโมดี
โมดีกล่าวว่า เขาได้โทรศัพท์คุยกับทรัมป์เมื่อ 17 มิถุนายน ในขณะที่รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ (JD Vance) โทรศัพท์หาโมดีหลายครั้งช่วงปฏิบัติการ SINDOOR
อะไรที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ พูดกับโมดีจะตอบสนองแม้ด้วยการใช้กำลังต่อปากีสถาน การโจมตีใหญ่ และไม่มีเรื่องการค้าหรือตัวกลางพูดคุย
เจดี แวนซ์ กล่าวเพิ่ม โดยย้ำว่า อินเดียไม่เคยและจะไม่ยอมรับคู่เจรจาในครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่หยุดการกล่าวอ้างว่า เขาทำให้การหยุดยิงสองฝ่ายเกิดขึ้น ซึ่งทรัมป์ทำแบบนี้มากถึง 30 ครั้งภายใน 3 เดือนนับจากการหยุดยิงที่ประกาศเมื่อ 31 กรกฎาคม
พรรค Rahul Gandhi พรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่สุดของอินเดียกล่าวในรัฐสภา ถ้านี่ไม่ใช่ความจริง โมดีควรเรียกทรัมป์ว่า คนโกหก
โมดีปกป้องตัวเองโดยพูดว่า ไม่มีผู้นำโลกคนไหนเคยพูดให้อินเดียยุติปฏิบัติการ
ปากีสถาน แฟคเตอร์
ทรัมป์ได้เชิญผู้บัญชาการทหารบกของปากีสถาน พล.อ. Munir เยือนทำเนียบขาว ท่านนายพลขอบคุณทรัมป์ที่ช่วยยุติสงครามกับอินเดีย
ในแง่ปากีสถาน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและคนอื่นๆ ได้เยือนสหรัฐในเวลาต่อมา และได้ขอบคุณรัฐบาลทรัมป์ที่เป็นตัวกลางหยุดยิง และเสนอให้ทรัมป์รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและพยายามสร้างความใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้นจากที่เคยเหินห่าง
ในห้องเจรจาขอรับสัมปทานในระบบภาษีการค้า ที่ซึ่งทรัมป์ได้ก้าวข้ามเส้นแดงและแสดงการเอียงเข้าข้างปากีสถานตั้งแต่เริ่มต้นการเจรจาเรื่องภาษีการค้า ที่นำไปสู่จุดสำคัญคือ จุดยืนอินเดีย เรื่องภาคการเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่ราวร้อยละ 40 ของประชากรในวัยทำงานอินเดียเกี่ยวข้อง ภาคเศรษฐกิจนี้เป็นหลุมหลบภัย ที่ไม่เคยได้รับการยอมรับ ต้นเดือนกรกฎาคม อินเดียดำเนินการอย่างนุ่มนวลยอมรับการลดภาษีการค้าผลผลิตเกษตรที่ใช้การตกแต่งพันธุกรรมและอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ไม่ได้ผลิตอย่างกว้างขวางภายในประเทศอินเดีย
แต่จากการวิจารณ์รุนแรงภายในอินเดียต่อคำพูดต่างๆ ของทรัมป์เรื่อง ปากีสถาน เป็นไปไม่ได้ที่อินเดียจะได้รับสัมปทานภาษีการค้าสหรัฐและอาจต้องเห็นการยอมรับกับแรงกดดัน อีกด้านหนึ่ง
ด้านสหรัฐเริ่มแสดงออกต่อสาธารณะ ความผิดหวังของสหรัฐ ที่ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพต่อยูเครนช่วงปลายเดือนเมษายนและกลางกรกฎาคม 2025 ช่วงที่ทรัมป์เสนอภาษีการค้าครั้งที่ 2 แก่รัสเซียและต่อประเทศที่ทำธุรกิจกับรัสเซีย ถ้ารัสเซียไม่ตกลง หยุดยิง ภาษีการค้าอัตรา 100% จะถูกนำใช้กับรัสเซียและกับประเทศที่ทำธุรกิจกับรัสเซีย
นี่เป็นการนับ 1 ใหม่ของอินเดียด้วย อินเดียที่ซื้อน้ำมันดิบจำนวนมากจากรัสเซีย ผลของการถอนตัวออกจากทรัมป์ของอินเดีย ความหวังด้านสันติภาพกับรัสเซียและการเปลี่ยนไปสู่การเผชิญหน้าของสหรัฐต่ออินเดีย เผชิญแรงกดดันชัดเจนจากสหรัฐ แม้แต่ด้านพลังงาน
นี่แสดงถึงวิกฤตการณ์ใหญ่ที่สุดของโมดี นับตั้งแต่เขาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ โมดีได้สร้างภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง วางบทบาทตัวเองเป็น กูรูโลก โดยเฉพาะความเป็นเพื่อนกับทรัมป์อย่างแข็งแกร่ง
ดังนั้น โมดีจึงอยู่นอกเวทีเพื่อการประนีประนอมด้านการค้า
ภาษีร้อยละ 25 ทำอินเดียช็อกไหม?
31 กรกฎาคม 1 วันหลังสหรัฐแจ้งต่ออินเดียว่าถูกเก็บภาษีการค้าร้อยละ 25
ในขณะที่สหรัฐเก็บภาษีการค้าปากีสถาน ร้อยละ 19 บังกลาเทศ ร้อยละ 20 ศรีลังกา ร้อยละ 20 อัฟกานิสถาน ร้อยละ 15
แน่นอนว่า รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย Goyal กล่าวว่า อินเดียจะเจรจาต่อไปและไม่เน้นเส้นตายการเจรจาภาษีกับสหรัฐวันที่ 1 สิงหาคม และความจริงอินเดียต้องทำให้มากกว่าภาษีการค้าของประเทศเพื่อนบ้านของอินเดีย ประเทศที่ไม่ได้ถูกบังคับให้ตกลงเรื่องภาษีการค้า กลับเสียภาษีการค้าอยู่ที่ร้อยละ 0 เช่นที่อินโดนีเซียและเวียดนามได้รับ หลังจากตกลงกันแล้วอินเดียต้องไม่ถูกบังคับให้สัญญาว่าต้องลงทุนขนาดใหญ่ในสหรัฐเหมือนที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และสหภาพยุโรปต้องทำ
ในประเด็นการลงทุนขนาดใหญ่ อินเดียไม่ได้เสียอะไร และยังคงถือไพ่เหนือกว่า ในประเด็นนี้ บางส่วนอินเดียได้เครดิตคือ การประกาศอธิปไตยทางเศรษฐกิจ อินเดียจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดการเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีน และทำการเจรจาหาข้อสรุปในข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคี Bilateral Trade Agreement-BTA ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2025 นี้
ปัจจัยการเมืองในภาษีการค้าสหรัฐ
การลดภาษีการค้าอย่างสำคัญให้ปากีสถาน รวมทั้งไทยและกัมพูชา ซึ่งทั้ง 3 ประเทศยอมรับให้ทรัมป์เป็นตัวกลางในการเจรจาให้ยุติความขัดแย้งระหว่างกันก่อนการประกาศอัตราภาษีออกมา
แต่อินเดียปฏิเสธบทบาทเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงกับปากีสถานของทรัมป์
สหรัฐตัดสินใจลงทุนในปากีสถานในธุรกิจพลังงาน และทรัมป์ได้พูดประชดว่า ‘…วันหนึ่งปากีสถานต้องซื้อน้ำมันจากอินเดีย…’1
ทรัมป์พูดไปไกลอีกว่า ผม (ทรัมป์-ขยายความโดยผู้เขียน) ไม่สนใจว่า อินเดียทำอะไรกับรัสเซีย อินเดียคือ เศรษฐกิจที่ตายแล้ว เหมือนรัสเซีย ทรัมป์พูดเมื่อ 4 สิงหาคม2 อินเดียซื้อน้ำมันรัสเซียจำนวนมาก ต่อจากนั้นขายน้ำมันจำนวนมาก ขายในตลาดเปิด ได้กำไรมาก และเขาพูดว่า อินเดียไม่สนใจคนมากมายในยูเครนถูกฆ่าตายด้วยอาวุธรัสเซีย เพราะอย่างนี้ ผม (ทรัมป์-ขยายความโดยผู้เขียน) จะขึ้นภาษีการค้าต่ออินเดีย ทำเนียบขาวประกาศเมื่อ 6 เมษายน ภาษีการค้าใหม่ของอินเดียมีผล 27 เมษายน เป็นร้อยละ 25 และรวมทั้งสิ้น ร้อยละ 50
น่าสนใจ อินเดียคือประเทศที่มีความภาคภูมิใจแห่งชาติและมีทัศนะแบบชาติมหาอำนาจและมีคุณค่า เหนือ มีการทูตอิสระและไม่ยอมเดินตามการชี้นำของชาติมหาอำนาจ แต่เหตุที่อินเดียดูแคลน การเริ่มก้าวข้ามเส้นแดงการหยุดยิงระหว่างอินเดียกับปากีสถาน และความไว้วางใจต่ออินเดียของทรัมป์ ทรัมป์จึงใช้ภาษีการค้าในอัตราสูงโจมตีอินเดีย
ประกาศภาษีการค้าใหม่ของสหรัฐไม่สามารถมองข้ามการตอบโต้อินเดียเรื่องการประกาศขายน้ำมันรัสเซีย
1 President Trump’s social media post on July 31, 2025.
2 35 The White House, “Fact Sheet : President Donald J. Trump Addresses Threats to the United States by the Government of the Russian Federation,” August 6, 2025.
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
