ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมภาษณ์ “กอล์ฟ” ฟักกลิ้งฮีโร่ หรือ “กอล์ฟ เอฟ.ฮีโร่”

เราเชิญ “กอล์ฟ” มาเป็น “เพลย์ลิสต์” ในช่วง Wednesday Song

ช่วง “เพลย์ลิสต์” นี้คนที่เชิญมาจะเลือกเพลงที่ชอบมา 5 เพลง พร้อมเรื่องเล่าว่าทำไมถึงเลือกแต่ละเพลง

ก่อนที่นักร้อง “เดอะ วอยซ์” ทั้งหลายจะขึ้นมาร้องเพลงนั้น

เราเปิดพื้นที่อิสระให้คนที่ขึ้นมาเลยครับ ว่าจะเลือกเพลงที่ชอบ หรือเพลงที่มีผลต่อชีวิตของเขา หรืออะไรก็ได้

ต้องบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมชอบมาก เพราะ “เรื่องเล่า” ของแต่ละคนทำให้เราฟังเพลงนั้นด้วยความรู้สึกใหม่

“กอล์ฟ” เป็นศิลปินฮิปฮอป เป็นนักแต่งเพลง เป็นเจ้าของบริษัทที่รับทำเพลงและโปรดักชั่นต่างๆ

ก่อนจะคุยกันบนเวที ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งของช่วง “เพลย์ลิสต์”

เพราะนักแต่งเพลงเขาจะมีวิธีการเล่าเรื่องและเลือกเพลง

เขาจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารด้วย “เนื้อเพลง” มาก

และที่สำคัญ “กอล์ฟ” เล่าเรื่องเก่ง

เบื้องหลังของการทำงานในช่วงเพลย์ลิสต์นั้น คนที่เป็นตัวหลัก คือ “เอก-สยามพิฆ”

เพราะเขารู้จักคนในวงการมากกว่าผม

สามารถยกหูคุยได้เลย

“เอก” จะช่วยคุยมาก่อนรอบแรกว่าเลือกเพลงอะไร เพราะอะไร

คุยเสร็จก็ส่งคลิปการคุยมาให้ผม

จากนั้นเราก็มาคุยกับเจ้าของเพลย์ลิสต์นิดหน่อยก่อนขึ้นเวที

วันที่ผมได้ฟังคลิปของ “กอล์ฟ”

ผมอึ้งไปเลย

ทั้งเนื้อหาที่เล่า

และเพลงที่เลือก

นอกจากนั้น 5 เพลงที่เขาเลือก

3 เพลงแรกที่ผมไม่เคยฟังเลย 555

แนวคิดการเลือกเพลงของ “กอล์ฟ” คือ “บ่มชีวิต”

เขาเปรียบเทียบกับ “หนัง” ที่เราเคยดูในวัยหนึ่ง เมื่อมาดูอีกครั้งในวัยที่สั่งสมประสบการณ์ชีวิตมากพอ

ความรู้สึกจะไม่เหมือนเดิม

อย่างเช่น “ลัดดาแลนด์” ในวันแรกที่เขาดู หนังเรื่องนี้คือ “หนังผี” ที่น่ากลัว

แต่พอเมื่อ “กอล์ฟ” เป็น “พ่อ”

“ลัดดาแลนด์” คือ หนังพ่อ-ลูก ที่ดีที่สุดในชีวิต

เขาเข้าใจความรู้สึกของ “ก้อง” สหรัถ ที่รับบท “พ่อ” มากว่าแม้ผีจะดุแค่ไหน

ทำไมไม่ยอมออกจากบ้านหลังนี้

ทำไมเสี่ยงชีวิตไปช่วยลูก

“หนัง” ก็เหมือนกับ “เพลง”

เพลงบางเพลงจะไพเราะเมื่อเรา “บ่มชีวิต” ได้มากพอ

เพลงแรกที่เขาเลือก คือ เพลง “เชิดสิงโต” ของ “บิ๊กแอส”

เพลงนี้เล่าถึงความรู้สึกของคนเชิดสิงโต ต้องถือหัวสิงโตแล้วไต่ขึ้นที่สูงไปเรื่อยๆ โดยมีเสียงปรบมือจากคนดูคอยเชียร์

ทั้งกลัว ทั้งหนัก แต่ต้อง…เชิด

ตอนที่ฟังเพลงนี้ครั้งแรก เป็นช่วงที่ “กอล์ฟ” ลาออกจากทีมของ “โจอี้ บอย”

วันนั้น ที่ฟังเพลง “เชิดสิงโต” ความรู้สึกของเขาคือความฮึกเหิม

“ใครจะรู้ ลึก ลึก ฉันคิดถึงอะไร

บ่าของฉันมันแบกอะไร

ยิ่งสูงก็ยิ่งสั่น ยิ่งสูงก็ยิ่งหวั่นหัวใจ

เมื่อมันคือชีวิต

ที่ฉันไม่มีทางบ่ายเบี่ยง

เสี่ยงแค่ไหน มันก็ต้องไป

ให้มันถึงที่สุด

แม้มันต้องหนักต้องเหนื่อยเท่าไร

สุดท้ายก็ต้องเชิด…”

แต่พอวันหนึ่ง เมื่อเขาทะเลาะกับพ่ออย่างหนัก แล้วคุณพ่อก็เลือกจบชีวิตตัวเอง

วันนั้น เขารู้สึกผิดมาก เสียใจมาก

ช่วงงานศพ “กอล์ฟ” บอกว่าเหมือนความรู้สึกมันด้านชา จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย

วันนั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลในใจก็ท่วมทะลัก

เขาเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตู แล้วร้องไห้หนักมากที่สุดในชีวิต

แวบหนึ่ง เขาคิดถึงว่าจะเอาชีวิตคืนให้พ่อดีไหม

แต่ที่หน้าห้องน้ำ มีแม่ ภรรยา และลูกอยู่

ระหว่างการตัดสินใจ เพลง “เชิดสิงโต” ก็ดังขึ้นมาในความรู้สึก

ประโยคเดิม ทำนองเดิม

แต่ความรู้สึกต่อเพลงนี้ของเขาไม่เหมือนเดิม

ครับ เขาคือ คนเชิดสิงโต

มีภาระมากมายที่ต้องแบกรับ

ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

แต่เพื่อคนรอบข้างเขาที่ยังอยู่

เพราะถ้าเขาไม่อยู่ “แม่-เมีย และลูก” จะอยู่กันอย่างไร

เขานึกถึงประโยคหนึ่งจากหนัง “Old Boy”

“ถึงผมจะกลายเป็นปีศาจ

แล้วผมไม่มีสิทธิ์อยู่ต่อเหรอ”

เขาตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำออกมา คุยกับทุกคนเหมือนไม่มีอะไร

และชวนทุกคนไปเที่ยวทะเลในวันรุ่งขึ้น

วันนี้ บางคืน “กอล์ฟ” ยังนอนฝันร้ายอยู่ แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป

เหมือนตอนจบของเพลงนี้

“ปีนขึ้นฟ้าเพื่อไปให้ถึงที่จุดหมาย

ไม่มีสิทธิ์ท้อ หัวใจจะขอเชิดต่อ”

แค่เพลงแรกก็อึ้งแล้ว

เพลงที่สอง “แสงสวรรค์” ของ “บอดี้สแลม”

ช่วงโควิด-19 มีคนทุ่มเงินให้ “กอล์ฟ” ทำค่ายเพลง

พอมีเงิน เขาก็จัดเต็ม

เชิญศิลปินเกาหลีมาร่วมทำเพลง ทำ MV ราคาเป็นล้าน

จ้างพนักงาน 30-40 คน

แค่เงินเดือนก็เป็นล้านแล้ว

ผ่านไปไม่นาน บัญชีก็เริ่ม “ตัวแดง”

ตอนนั้น “กอล์ฟ” ไม่ยอมแพ้ เขาพยายามหานักลงทุนใหม่เข้ามา

แต่ทุกคนพอเห็นบัญชีแล้วก็ถอยหมด

เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ถึงขั้นจะกู้เงินนอกระบบมาใช้

จนวันหนึ่ง เขาฟังเพลง “แสงสวรรค์” ของ “ตูน”

“กอล์ฟ” บอกว่าเพลงของพี่ตูนส่วนใหญ่จะบอกให้เราเชื่อใน “ความฝัน”

เดินหน้าต่อไป

แต่เพลงนี้ “พี่ตูน” บอกว่าชีวิตบางทีก็ต้องหยุดให้เป็น

คงเหมือนกับเราอยู่ตรงสี่แยก

เราต้องเลือก…

“ขับรถต้องเชื่อแสงไฟ

รีบขนาดไหนยังต้องเจอไฟแดง

หยุดพักคอยใจฟื้นคืนเรี่ยวแรง…บอกใจ”

เพราะเพลงนี้ “กอล์ฟ” ตัดสินใจ “หยุด”

แม้จะเจ็บปวด แม้จะเสียหน้า

แต่ก็ดีกว่าที่จะไปต่อ

การหยุด ไม่ใช่ “ความพ่ายแพ้”

แต่คือ “การหยุดพัก” เพื่อจะไปต่อ

“ล้มคือธรรมดาต้องหยุดฟื้นกำลังวังชา

รับทุกบทเรียนจากฟ้ารับว่าใจเหนื่อยล้า

ยังศรัทธาและคอยที่จะเรียนรู้

แพ้คือธรรมดาเข้าใจหากยังมีพรุ่งนี้อีกไกล”

แค่ 2 เพลงที่เขาเลือกมา

ก็ตัดจบได้แล้ว

อิ่มอารมณ์มาก

ได้ฟังเพลงเพราะๆ ที่ไม่เคยฟังมาก่อน

และยังได้มุมคิดต่อชีวิตด้วย

คุ้มค่าบัตรแล้ว…เลิก 555

แต่ยังเหลืออีก 3 เพลงครับ

แต่ละเพลงน่าฟังมาก

“ในความเป็นคน” ของ “อีโบล่า”

“ขอบฟ้าไม่มีจริง” ของ “แอม-เสาวลักษณ์”

และ “นักเดินทาง” ของ “กัมปะนี”

ฟังจบครบ 5 เพลง น้องคนหนึ่งบอกว่าเหมือนกับได้ “ปรัชญาชีวิต” ดีๆ ที่มีท่วงทำนอง

อีก 3 เพลงสอนอะไรให้ “กอล์ฟ” บ้าง

ขอยกไปสัปดาห์หน้านะครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?
ร่างทรง | เรื่องสั้น : อรรถสิทธิ์ สมจารี
ฝุ่น
มึงรู้จักกูน้อยไป | กวีกระวาด : ในเมือง รักเสรี
APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’
เหมืองทองที่ล่องแจ้ง
E-DUANG | ปรากฎการณ์ พนัส ไทยล้วน ความเป็นจริง ใน สังคมไทย
อัพสกิล เอไอ อัพสกิล การเมือง