Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
แว่น Amazon
ส่งพัสดุได้แบบไม่ต้องก้มหน้า
แว่นอัจฉริยะหรือ smart glasses กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในแก็ดเจ็ตสวมใส่ได้ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจัยหลักๆ ที่จะตัดสินว่าแว่นยี่ห้อไหนจะถูกใจผู้ใช้งานหรือไม่ก็มีตั้งแต่ดีไซน์ที่ต้องสวมใส่สบาย ไม่แปลกแยกจากแว่นทั่วไป ไปจนถึงฟังก์ชั่นที่ต้องใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
แต่นอกเหนือจากแว่นอัจฉริยะที่ผลิตมาสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว ก็ยังมีแว่นอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ แว่นประเภทนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องใส่แล้วเท่หรือกลมกลืนกับผู้คนรอบข้าง แต่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะกลุ่มและทำให้กระบวนการทำงานเดิมรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างเช่นแว่นของ Amazon ที่ช่วยให้ชีวิตคนส่งพัสดุง่ายขึ้น
เว็บไซต์ GeekWire บอกว่าโปรเจ็กต์การทำแว่นอัจฉริยะของ Amazon เริ่มมาจากการประชุมระดมสมองของทีมขนส่งของบริษัทเมื่อราว 5 ปีที่แล้ว โดยในแต่ละปี ทีมงานจะประชุมเพื่อคิดไอเดียกันว่าจะทำอย่างไรให้ระบบขนส่งของบริษัทดีขึ้นได้บ้าง โดยในการประชุมปีนั้นก็มีคำถามผุดขึ้นมาว่า ถ้าหากคนขับรถส่งของไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับเทคโนโลยีเลยจะได้ไหม
ตามกระบวนการปกติ คนส่งของจะต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งานตลอดเวลา ตั้งแต่การต้องตรวจสอบหมายเลขพัสดุ ที่อยู่ผู้รับ รายละเอียดหมายเหตุต่างๆ ไปจนถึงการถ่ายรูปเพื่อรายงานสถานะการส่งพัสดุ ซึ่งนอกจากจะทำให้การทำงานล่าช้าแล้ว ก็ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของพนักงานด้วยเพราะต้องคอยก้มๆ เงยๆ มองหน้าจอที่อยู่ในมือตลอดเวลา
จึงเกิดมาเป็นโปรเจ็กต์การพัฒนาแว่นอัจฉริยะสำหรับพนักงานส่งพัสดุที่แม้จะไม่ได้มีดีไซน์เหมือนแว่นเท่ๆ ของ Ray-Ban แต่ก็สวมใส่สบายและไม่หนักใบหน้าจนเกินไปนัก
เมื่อพนักงานขนส่งสวมแว่นก็จะเห็นข้อความเป็นตัวอักษรสีเขียวปรากฏขึ้นมาอยู่ทางขวามือ เวลาขับรถไปถึงจุดหมายปลายทาง พนักงานเพียงแค่ต้องเดินเข้าไปที่หลังรถ หยิบพัสดุออกมาให้แว่นสแกนโค้ดเพื่อตรวจสอบว่าเป็นพัสดุชิ้นที่ถูกต้อง แว่นก็จะขึ้นข้อมูลที่จำเป็นต่อการขนส่งพร้อมกับเสียงพูดกำกับไปด้วย
เช่น เมื่อสแกนพัสดุ ก็จะขึ้นติ๊กถูกสีเขียวว่าพัสดุชิ้นนี้ถูกต้องสำหรับการนำส่งที่อยู่นี้ จากนั้นก็จะมีเสียงเตือนขึ้นมาว่า “บ้านนี้มีสุนัข” เพื่อให้คนส่งของเตรียมตัวได้ถูก
นอกจากนี้ก็ยังสามารถขึ้นแผนที่นำทางได้ด้วยว่าต้องนำพัสดุไปวางไว้ที่ไหน
หลังจากวางพัสดุไว้หน้าประตูบ้านเสร็จแล้ว พนักงานไม่ต้องยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปเพื่อเป็นหลักฐานการส่งตามปกติ แต่แค่กดปุ่มที่ติดไว้บริเวณหน้าอก แว่นก็จะถ่ายภาพให้โดยอัตโนมัติ
เท่านี้กระบวนการส่งของก็เสร็จเรียบร้อยโดยที่พนักงานไม่จำเป็นต้องหยิบอุปกรณ์ใดๆ ขึ้นมาเลย
ความเจ๋งของมันก็คือแว่นจะเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่พนักงาน Amazon ใช้ในการทำงานที่เชื่อมต่อเข้ากับรถขนของผ่านทางแพลตฟอร์มชื่อ Fleet Edge ทำให้แว่นรับรู้สถานะของรถขนของได้
ทันทีที่พนักงานจอดรถเพื่อลงไปส่งของ จอของแว่นก็จะติดขึ้นมาอัตโนมัติเพื่อแสดงข้อมูลสำคัญๆ อย่างเช่น ที่อยู่ การนำทาง หรือรายละเอียดของพัสดุ และเมื่อรถเคลื่อนตัวออกอีกครั้งหน้าจอของแว่นก็จะดับไปเองเพื่อช่วยให้พนักงานมีสมาธิในการขับรถ
พนักงานของ Amazon บอกว่าข้อดีของการสวมแว่นอัจฉริยะคือความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากการไม่ต้องจดจ่อไปที่หน้าจอของดีไวซ์ที่ถือไว้ในมือ ส่งของได้รวดเร็วเพราะมือว่างทั้งสองข้าง จะหอบพัสดุ เปิดประตูบ้าน ประตูรถ ก็ทำได้คล่องแคล่ว
จากการทดสอบใช้งานเบื้องต้น Amazon พบว่าแว่นอัจฉริยะช่วยให้ประหยัดเวลาไปได้ถึง 30 นาทีต่อการทำงาน 1 กะ ซึ่งทางบริษัทก็จะต้องทดลองใช้งานให้นานกว่านี้และนำฟีดแบ็กที่ได้ไปพัฒนาเพื่อขยายการใช้เทคโนโลยีนี้ให้เป็นวงกว้างมากขึ้น
เว็บไซต์ของ Amazon บอกว่าในอนาคตจะพัฒนาให้แว่นอัจฉริยะมาพร้อมกับความสามารถที่มากขึ้น อย่างการตรวจจับความผิดพลาดในการขนส่งได้แบบตามเวลาจริง
ตัวอย่างเช่นแว่นจะสามารถเตือนได้ทันทีหากพนักงานวางพัสดุไว้หน้าบ้านที่ไม่ตรงกับที่จ่าหน้าอยู่บนกล่องพัสดุ สภาพแสงน้อยไม่เพียงพอต่อการถ่ายภาพ หรือการเตือนว่ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ภายในบริเวณบ้าน ณ เวลานั้น เป็นต้น
สำหรับเรื่องความเป็นส่วนตัว ทาง Amazon บอกว่าพนักงานขนส่งสามารถกดปุ่มเปิดปิดเซ็นเซอร์ได้ด้วยตัวเองทุกเมื่อ และภาพที่ได้มาจากแว่นไม่ว่าจะเป็นภาพใบหน้าคนหรือป้ายทะเบียนรถยนต์ก็จะถูกเบลอหรือนำไปแยกข้อมูลส่วนตัวออกก่อนที่จะนำไปเก็บหรือใช้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้มากขึ้นก็นำมาซึ่งความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของพนักงานหรือไม่ เพราะอาจจะเป็นการบังคับให้พนักงานทำงานเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว และ Amazon เองก็มีชนักปักหลังเรื่องนี้อยู่แล้ว แม้ทางบริษัทจะออกมาปฏิเสธว่าแว่นอัจฉริยะนี้เกิดมาจากความต้องการในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้พนักงานเท่านั้น
ถ้าหากสามารถจัดการเรื่องความเป็นธรรมต่อพนักงานได้ แว่นอัจฉริยะก็น่าจะช่วยให้การทำงานของคนส่งพัสดุทำได้ดีขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น
และเป็นต้นแบบให้แวดวงอาชีพอื่นๆ ออกแบบและพัฒนาแว่นอัจฉริยะที่เหมาะกับการทำงานในแบบของตัวเองขึ้นมาด้วย
