The Twits ความรู้สึกของเด็ก สำคัญกว่าความจริง
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
สร้างจากหนังสือปี 1980 ของโรอัล ดาห์ล ตอนที่นักอ่านอ่าน แต่ละท่านจะจินตนาการถึงตัวร้ายสองคนคือผัวเมียทวิตน่าเกลียดน่าขยะแขยงต่างๆ กันไป แม้จะถูกชักนำด้วยรูปประกอบลายเส้นของเควินติน เบลค อยู่บ้างก็ตาม แต่ลายเส้นของเบลคดูสะอาดกว่ากันมาก
ครั้นสร้างเป็นแอนิเมชั่น คนดูถูกตีกรอบเหลือเป็นภาพที่เห็นซึ่งไม่ชวนมองเอาเสียเลยตลอดทั้งเรื่อง จะว่าหนังทำสำเร็จที่ทำคนดูอยากเบือนหน้าหนีก็ใช่ แต่ดูเหมือนเราต้องทนดูตัวร้ายทั้งสองนานมากกว่าจะจบเรื่อง ไม่นับฉากอาเจียนและฉากถ่ายหนักสะท้านโลก
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่กลางเรื่องเป็นต้นไปจะมีประโยคดีๆ ติดๆ กันไปหลายตอน

บีชาเป็นเด็กผิวสี เป็นเด็กกำพร้า เธอเป็นพี่ใหญ่ของเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือเด็กคนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา จะว่าไปเธอทำทุกอย่างเป็นห่วงเป็นใยทุกคนไล่แก้ปัญหาไม่มีเกี่ยงงอน เธอช่วยมักเกิลวัมพ์พ่อแม่ลูกพ้นจากเงื้อมมือของผัวเมียทวิตมาได้ แต่เรื่องยุ่งๆ ตามติดมาเป็นพรวนทำเอาคนดูเหนื่อย กว่าจะได้นั่งพักฟังมักเกิลวัมพ์ตัวแม่นั่งคุยกับบีชาก็ครึ่งเรื่อง
“เห็นมั้ย เธอยอมให้คนอื่นช่วยโลกก็ยังหมุนอยู่เหมือนเดิม” มักเกิลวัมพ์ตัวแม่พูด
คนหลายคนขยันขันแข็งตลอดเวลาไม่ยอมเลิก ทำงานมากทำงานหนักกว่าเพื่อนฝูงแต่ไม่เคยถอย รับแก้ปัญหาสารพัดให้ผู้คนจนไม่มีเวลาดูแลตนเอง บางคนมาพบจิตแพทย์ ไม่ใช่สิ ที่จริงแล้วหลายคนมาพบจิตแพทย์
มักเกิลลวัมพ์ตัวแม่จะดูแลให้ บทสนทนาตอนนี้ช่วยให้เข้าใจสภาพจิตของเด็กกำพร้าทั่วไป เราทำอะไรผิดจึงถูกพ่อแม่ทิ้ง เราไม่ดีพอที่พ่อแม่จะรักหรืออย่างไร เราต้องทำมากแค่ไหนจึงมีค่าควรแก่ความรัก พิจารณาดีๆ จะพบว่า สภาพจิตเช่นนี้มิได้จำเป็นต้องเกิดกับเฉพาะเด็กกำพร้า แต่สามารถพบเห็นได้ในครอบครัวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกทั่วไปด้วย สำคัญว่าเราเลี้ยงลูกให้ลูก “รู้สึก” อย่างไร
ความรู้สึกของเด็กสำคัญกว่าความจริง

บีชาพูด “แล้วก็อาจจะรักฉันมากพอที่จะมารับฉันกลับไป” เธอยังหวังว่าจะมีวันนั้น
เด็กที่ไม่รู้สึกว่าเป็นที่รักของพ่อแม่บางคนอาจจะซึมเศร้า แต่หลายคนทำงานไม่หยุดเหมือนบีชาด้วยไม่รู้ว่าต้องทำมากเพียงไรพ่อแม่จึงจะรักสักที อีกหลายคนยิ่งทำเหมือนยิ่งขาดประหนึ่งเติมน้ำลงในถังน้ำรั่วฉะนั้น เหตุที่ถังน้ำรั่วเพราะเด็กรู้สึกอยู่เสมอว่าตนเองไม่คู่ควรที่ใครจะมารักตั้งแต่แรก
ดังที่มักเกิลวัมพ์ตัวพ่อพยายามสอนบีชาให้พูดกับตัวเอง “เพราะฉันคู่ควรที่จะได้รับความรัก”
ครอบครัวมักเกิลวัมพ์เป็นสัตว์คล้ายลิงที่ถูกผัวเมียทวิตจับขังแล้วบังคับให้ห้อยหัวออกแสดงเก็บเงิน เมื่อบีชานำกลุ่มเด็กกำพร้าบุกเข้าไปช่วยออกมาได้พวกเธออดแปลกใจมิได้ว่าทำไมถึงฟังภาษามักเกิลวัมพ์รู้เรื่อง
คำอธิบายคือคนมีเมตตาจะฟังออกว่าสัตว์พูดอะไร

เมื่อหนังถึงตอนจบ พวกเด็กๆ เอาคืนผัวเมียทวิตได้สำเร็จ พวกเขาเอาคืนอย่างไรให้ไปหาหนังดู หนังมีความยาวพอสมควรจนคนดูบางคนอาจจะลืมคำอธิบายข้างต้นไปเลย เด็กๆ เริ่มฟังพวกมักเกิลวัมพ์ไม่ออก ไม่เข้าใจว่าพวกมันพยายามจะบอกอะไร คำเฉลยคือคนใจร้ายย่อมฟังภาษาสัตว์ไม่ออก ใช่แล้ว สู้กับคนใจร้ายไม่ร้ายยิ่งกว่าได้อย่างไร
หนังเล่าเรื่องด้วยการให้แม่แมลงเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกแมลงฟัง มีตอนหนึ่งที่บีชารับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการบ้านเด็กกำพร้าแจ้งว่าพ่อแม่ของบีชากลับมาแล้วและรอเธออยู่ที่โรงโบว์ลิ่งให้รีบมาหา ลูกแมลงร้องโวยวาย “อย่าไป มันเป็นกับดัก” แล้วถามแม่แมลงว่า ทำไมบีชาถึงหลงเชื่อได้ง่ายๆ เห็นชัดๆ ว่าผัวเมียทวิตหลอก แม่แมลงว่าบีชาอยากพบพ่อแม่อยู่แล้ว
“มันง่ายมากที่จะโน้มน้าวให้ตัวเองเชื่อว่าเป็นความจริง” แม่แมลงอธิบาย
ตลอดทั้งเรื่องเราไม่รู้ว่าแม่ลูกแมลงอยู่ที่ไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องดูจนจบเรื่องจึงจะรู้ ทิ้งไว้ให้ไปหาดูเองอีกเช่นกัน
ผัวเมียทวิตเป็นผู้ร้ายใจร้าย ไม่เพียงใจร้ายรูปกายภายนอกก็ร้ายด้วย ผัวมีเคราดกหนาสกปรกเปื้อนเศษอาหารสะสมไว้ทุกมื้อๆ เมียมีใบหน้าตาถลนประหนึ่งนางแม่มดร้ายกาจมากกว่าหนังทุกเรื่องรวมกัน สองผัวเมียมีแผนสร้างสวนสนุกทวิตแลนเดีย มีสัตว์คล้ายลิงมักเกิลวัมพ์จากลูมป้าแลนด์เป็นดาราชูโรง หวังเรียกนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไตรเพอรอตมากมายก่ายกองทำรายได้มหาศาลแก่ชุมชน และกำไรมหาศาลให้แก่สองผัวเมียเอง
หนังให้แสงเงาที่สร้างความรู้สึกมืดหม่นตลอดทั้งเรื่อง เมืองไตรเพอรอตไม่มีบริเวณไหนที่ชื่นตา บ้านเด็กกำพร้าดูเศร้าหมอง พฤติกรรมของผัวเมียทวิตชวนให้คิดถึงคำพูดเก่าๆ “ทำตัวไม่น่ารักจะให้ใครมารักได้อย่างไร” หรือ “รักใครไม่เป็นแล้วจะให้ใครมารัก”
ชวนให้สงสัยว่าอะไรเกิดก่อน รักคนไม่เป็น กับ ไม่มีคนรัก

สําหรับจิตวิเคราะห์เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ “ทารกรู้สึกว่าผู้ให้กำเนิดไม่ต้องการ”
จะเห็นว่าไม่มีคำศัพท์ “รัก” ตั้งแต่แรก
อย่าพลาด กบน้อยพูดหน้ากระจก ตอนจบน่าสยองขวัญ และลายเส้นคล้ายๆ ที่เบลคเคยวาดไว้ในเอ็นด์เครดิต
