นัยความเป็นคน | นิ้วกลม
1
“ชีวิตที่ไม่ถูกตรวจสอบไม่คุ้มค่าที่จะมีชีวิตอยู่”
ปราชญ์กรีกโบราณผู้ลือนามอย่างโสกราตีสเคยกล่าวไว้เช่นนั้น
ว่าแต่ การตรวจสอบชีวิตนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไรเล่า
โดยทั่วไปแล้วคนเรามักใช้เวลากับการดำเนินชีวิตและหาเลี้ยงชีพมากกว่าจะมานั่งใคร่ครวญตรวจสอบว่าฉันมีชีวิตที่มีคุณค่าหรือมีชีวิตที่ดีพอแล้วหรือยัง จะมีก็แต่นักปรัชญานี่แหละที่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่เนืองๆ ว่าชีวิตที่สอดคล้องไปกับความดี ความงาม ความจริง นั้นมีหน้าตาอย่างไร แล้วชีวิตของข้าพเจ้าเป็นไปแบบนั้นหรือยัง
2
ถ้อยคำหนึ่งที่โสกราตีสเคยกล่าวถึงคือคติพจน์ที่จารึกไว้ที่วิหารเดลฟีของอพอลโล คำว่า “จงรู้จักตนเอง” (Know thyself) ซึ่งสามารถตีความได้หลากหลาย แต่หนึ่งในความหมายของถ้อยคำนี้คือ การที่มนุษย์ตระหนักว่าตนเองมีขีดจำกัด ต้องตาย ต่างจากเทพเจ้าที่เป็นอมตะ และนี่เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรต้องตระหนักอยู่เสมอ เพราะเมื่อตระหนักแล้วก็จะเห็นข้อจำกัดอื่นๆ ที่คู่ควรต่อการถ่อมตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่คิดว่าตนสามารถล่วงรู้ทุกอย่างหรือบัญชาให้ชีวิตและโลกนี้เป็นไปดังใจต้องการ
ในแง่นี้ การรู้จักตนเองก็คือการรับรู้ความจริงของชีวิตและสัจธรรมของโลกด้วย
3
ในเมื่อโสกราตีสเชื่อในคติพจน์นี้อย่างยิ่ง เหตุไฉนเขาจึงกล่าวอ้างว่าครั้งหนึ่งเทพอพอลโลเคยพูดผ่านนักบวชสตรีว่า “ไม่มีผู้ใดฉลาดไปกว่าโสกราตีส” เล่า การกล่าวอ้างเช่นนี้ไม่เป็นการชูคอผยองในปัญญาของตนหรอกหรือ
เปล่าเลย นี่เป็นวิธีการของโสกราตีสที่ทั้งแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบตนเองและกระทุ้งเตือนผู้ที่คิดว่าตนฉลาดปราดเปรื่องให้ลองตรวจสอบตนด้วยเช่นกัน
เขากล่าวว่าตนเองได้ลองคิดวิธีทดสอบคำบอกเล่าของเทพอพอลโลด้วยการส่ายตามองหาคนที่ฉลาดกว่าตน เพื่อกลับไปยังวิหารเดลฟีแล้วนำหลักฐานไปยืนยันต่อเทพเจ้า เขาออกเดินทางหาผู้มีชื่อเสียงทางปัญญา รัฐบุรุษลือนามทั้งหลาย แต่เมื่อเริ่มพูดคุยด้วยแล้วกลับไม่รู้สึกเชื่อว่าคนเหล่านั้นมีปัญญาจริง
คนเหล่านั้นอาจคิดว่าตนเองฉลาด แต่โสกราตีสกลับมองว่าพวกเขาคิดผิด และพยายามบอกกับบรรดาผู้ทรงภูมิว่าพวกเขาหาได้ฉลาดอย่างที่ตนคิด ซึ่งสร้างความหงุดหงิดขุ่นเคืองใจให้กับผู้มากปัญญาเหล่านั้นเป็นอย่างมาก
ตรงนี้เองที่นับเป็นกระบวนการ ‘ตรวจสอบ’ คนเหล่านั้น
โสกราตีสทราบดีว่า เป็นเรื่องยากที่ใครจะล่วงรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความดีหรือเป้าหมายของชีวิตอย่างแท้จริง ซึ่งตัวเขาเองก็ตระหนักว่าตนก็ไม่รู้คำตอบของเรื่องเหล่านี้ ทว่าความต่างอยู่ตรงที่ผู้มากปัญญาทั้งหลายมักคิดไปว่าตนล่วงรู้ความจริงทั้งหมดนั้นแล้ว!
“พวกเขาไม่รู้อะไรเลย แต่กลับเข้าใจผิดว่าตนรู้” ตรงนี้เองที่โสกราตีสมองว่าตนฉลาดกว่าคนเหล่านี้ เพราะอย่างน้อยเขาก็รู้ตัวว่าเขาไม่รู้
การตระหนักว่าตนยังด้อยปัญญานี่เองนับเป็นความเหนือกว่าปัญญาที่คิดเองเออเองอย่างหยิ่งผยอง แถมยังหงุดหงิดเมื่อถูกตรวจสอบ
‘การรู้ว่าตัวเองไม่รู้’ คือปัญญาแบบหนึ่ง
ซึ่งนำไปสู่การแสวงหาปัญญาต่อไป
4
โสกราตีสใช้ทั้งชีวิตของตนทำในสิ่งที่เขาเห็นว่ามีคุณค่า นั่นคือแสวงหาคำตอบของความดี ความงาม ความจริง และคำตอบของการมีชีวิตอยู่ สิ่งที่เขาสะสมมาตลอดจึงมิใช่ชื่อเสียงเงินทอง
หากคือการเติบโตทางจิตวิญญาณและปัญญา ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นบ่อเกิดของความมั่งคั่งที่แท้จริง รวมถึงนำไปสู่สิ่งดีงามสำหรับมนุษย์และสังคม
ชีวิตของโสกราตีสในแต่ละวันจึงดำเนินไปด้วยการกระทำปรัชญา ถาม-เถียง-ถก เพื่อตรวจสอบทบทวนชีวิตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยความเชื่อว่าปัญญาต้องเกิดจากการลงแรงด้วยตนเอง สิ่งที่ผู้อื่นบอก สอน เทศนา อาจทำให้เราเข้าใจในระดับความคิด แต่เราจะตกผลึกกับตนเองได้จริงก็ต่อเมื่อลองนำความเข้าใจนั้นมาใช้กับตนเอง แล้วกลายไปเป็นปัญญาที่เกิดขึ้นในตนเองผ่านการลองผิดลองถูกจนได้ข้อสรุป
5
คำถามว่า “อะไรคือสิ่งดีงามในชีวิต” เป็นคำถามสำคัญเกินกว่าจะยกหน้าที่ให้ผู้อื่นมาตอบให้ เราต้องตอบคำถามนี้ด้วยตนเอง
ในหนังสือ How to Think Like Socrates ของ โดนัลด์ เจ. โรเบิร์ตสัน (Donald J. Robertson) อธิบายเรื่องชีวิตที่ดีไว้อย่างน่าสนใจ คำในภาษากรีกที่บ่งบอกถึงสิ่งนี้คือ ยูไดโมเนีย (Eudaimonia) หมายถึงสภาพของผู้ใช้ชีวิตที่ดี หรือชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งโยงกับชีวิตที่มีความสุข
โรเบิร์ตสันชวนโยงกับไปที่ความหมายในอดีตของคำว่า happy ที่หมายถึงได้รับพรหรือโชคดี ซึ่งคำที่ตรงข้ามกับคำนี้คือ hapless หรืออับโชค หมายถึงน่าเวทนาหรือโชคร้าย ฉะนั้นความสุขในความหมายดั้งเดิมจึงเป็นสิ่งตรงข้ามกับความอับโชค มันไม่ใช่ความรู้สึกชั่วครั้งชั่วคราว หากคือสภาวะของการเป็นอยู่ที่ดี
หากเราจะมี ‘ชีวิตที่เป็นสุข’ หรือ ‘ชีวิตที่ดีงาม’ ย่อมมิได้หมายถึงมีความสุขประเดี๋ยวประด๋าว หากคือการมีชีวิตอยู่ราวกับได้รับพร ซึ่งก็คือชีวิตที่เราได้เข้าใกล้ ‘ตัวตนที่ดีที่สุด’ ของเรา-นั่นคือชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง
6
โสกราตีสดำเนินชีวิตด้วยการเขยิบเข้าหา ‘สิ่งดีงาม’ มาโดยตลอด ด้วยวิธีตั้งคำถาม ขบคิด ใคร่ครวญ เพื่อมีชีวิตที่มีคุณธรรมหรือความเป็นเลิศ (อะเรเต – arete ในภาษากรีก) มากขึ้นเรื่อยๆ หากเราต้องการจะมีชีวิตที่ดี จำเป็นต้องทบทวนว่า อะไรคือองค์ประกอบของชีวิตที่ดีงามสำหรับเรา ลองร่ายองค์ประกอบเหล่านั้นออกมา ไม่ว่าจะเป็น ปัญญา สุขภาพ มิตรภาพ ศักยภาพ ฯลฯ แล้วผลักดันตนเองให้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ โดยระหว่างนั้นก็ทบทวนตรวจสอบอยู่เสมอ
วิธีการเช่นนี้ย่อมทำให้เราไม่หลงทางและได้มีชีวิตที่คุ้มค่าต่อการเกิดมา เพราะได้ตรวจสอบชีวิตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แถมยังได้เขยิบเข้าใกล้ ‘ตัวตนที่ดีที่สุด’ มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
7
การตั้งคำถามในทุกเรื่องของโสกราตีสส่งผลให้ผู้มีปัญญาและผู้มีอำนาจทั้งหลายหงุดหงิดใจ และรู้สึกว่าเขาทำให้การดำเนินชีวิตและการงานต่างๆ สะดุดและขัดข้อง เหล่านี้นำไปสู่การปรักปรำแล้วนำตัวนักปรัชญาขี้สงสัยผู้นี้ไปดำเนินคดี เข้าสู่กระบวนการพิพากษาในข้อหาลบหลู่เทพเจ้า นำพาเทพเจ้าองค์อื่นเข้ามา แถมยังฝ่าฝืนกฎหมายทำให้เยาวชนเสื่อมทราม
สุดท้ายเขาถูกตัดสินโดยคณะลูกขุนว่าผิดตามข้อกล่าวหา บทลงโทษคือประหารชีวิต โดยตัวเขาต้องกระดกยาพิษเฮมล็อกเพื่อปลิดชีพตนเอง
ในวาระสุดท้าย ท่ามกลางเสียโห่ร้องเกลียดชังจากเหล่าผู้รำคาญและหมั่นไส้ รวมถึงการจดจ้องของชาวเอเธนส์ตั้งแต่หนุ่มสาวไปถึงวัยชรา นักปรัชญาเครายาวผู้นี้มิได้สั่นสะท้านอย่างใดต่อคำตัดสินประหารชีวิต เนื่องด้วยเขาตระหนักดีถึงขีดจำกัดของมนุษย์ซึ่งต่างจากเทพ
เทพเป็นอมตะ ส่วนมนุษย์นั้นต้องตาย
ความตายหาใช่สิ่งน่าประหวั่นพรั่นพรึง การมีชีวิตอยู่โดยไม่ตรวจสอบตนต่างหากที่น่าเสียดาย
เขาใช้ช่วงเวลาสุดท้ายในการถามไถ่ชาวเอเธนส์ทั้งหลายว่า พวกท่านได้ตรวจสอบและตั้งคำถามกับตัวเองบ้างหรือไม่ว่า มีชีวิตไปเพื่ออะไร และอะไรคือความหมายของชีวิตที่ดี ลำพังแค่การใช้ชีวิตเพื่อสะสมเงินทองชื่อเสียงนั้นเป็นชีวิตที่คุ้มค่าต่อการเกิดมาแล้วจริงหรือ
โสกราตีสสามารถเลือกทางเลือกอื่นแทนการถูกประหาร เช่น อ้อนวอนขอความเมตตาต่อศาล หรือขอให้คณะลูกขุนเนรเทศเขาแทนที่จะปลิดชีพ ทว่าถ้าเลือกเช่นนั้นย่อมเท่ากับเขาทรยศต่อความคิดความเชื่อของตนเอง เพราะเขาไม่คิดว่าการกระทำปรัชญา การตั้งคำถาม การสอนให้คนตั้งคำถามและตรวจสอบเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตนั้นเป็นความผิดแต่อย่างใด
“ข้าพเจ้าขอยอมตายโดยได้กล่าวในวิถีของข้าพเจ้า มากกว่าที่จะกล่าวในวิถีของพวกท่านแล้วได้มีชีวิตอยู่ต่อ” โสกราตีสยืนยันเป็นครั้งสุดท้ายว่า ชีวิตที่ดีหาใช่ชีวิตที่ได้อยู่ต่อไปอย่างทรยศคุณค่าที่ตนยึดถือ หากคือชีวิตที่ได้ใช้โดยตรวจสอบตนเองอย่างกล้าหาญและแสวงหาคุณธรรมหรือความเป็นเลิศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำตลอดมา
เมื่อทำในสิ่งที่ตนเองให้คุณค่า ตายก็ไม่เสียดาย
โสกราตีสได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว ในวิถีที่เขาเชื่อและเลือกเอง
เขาทราบดีว่ามนุษย์นั้นต้องตาย นั่นคือการ ‘รู้ตนเอง’ ตามคติพจน์ซึ่งจารึกไว้ที่วิหารเดลฟี การตายจึงมิใช่เรื่องที่จำเป็นต้องหวาดหวั่นหรือโศกาอาดูร หากใครรู้สึกเช่นนั้นอาจเป็นเพราะว่า ระหว่างมีชีวิตอยู่ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่เข้าใกล้ ‘อะเรเต’ หรือความเป็นเลิศของตนเอง และไม่ได้มีชีวิตที่ดีงาม
นักปรัชญาเฒ่าผู้องอาจจึงรับจอกยาพิษเฮมล็อกมาสู่มือตน
แล้วกรอกมันเข้าปากโดยไม่หวาดหวั่น
ข้อมูลจากหนังสือ How to Think Like Socrates ของ โดนัลด์ เจ. โรเบิร์ตสัน
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
