bg-single

อิทธิพลสหรัฐ : กรณีเอสซีจี-ซีพี

30.11.2025

วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

บางทีบางเรื่อง ได้เวลาทบทวน และย้อนรอย…

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญหนึ่ง สังคมธุรกิจไทย อิทธิพลสหรัฐ ได้เริ่มฝังราก และลงลึกมากขึ้นๆ

มองผ่านกรณีความสัมพันธ์นั้น กับเครือข่ายธุรกิจใหญ่ของไทย ซึ่งมีมาในช่วงคาบเกี่ยวสงครามเวียดนาม

เอสซีจีกับเงินกู้

“ความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการกู้เงินจากสถาบันการเงิน รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์ที่มีความสำคัญอย่างมาก สำหรับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรม และสามารถควบคุมตลาดการค้าปูนซีเมนต์ในประเทศ” บางตอนที่สำคัญใน e-Book “เอสซีจี มีทางใหญ่ยุคเดนมาร์ก”

ปี 2498 บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (หรือเอสซีจี ปัจจุบัน) ธุรกิจรากฐานเก่าแก่ของไทย ได้ลงนามในสัญญากู้เงิน 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก EX-IM Bank นับเป็นการกู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐครั้งแรกของธุรกิจไทย

เชื่อมโยงอย่างสำคัญ กับการก่อสร้างโรงงานซีเมนต์แห่งที่สอง โรงงานท่าหลวง มีความหมายสำคัญทางยุทธศาสตร์ ในฐานะเป็นฐานการผลิตสำคัญ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่นานก็สามารถก่อสร้างโรงงานแล้วเสร็จ ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะหลังจากนั้นไม่นาน การผลิตซีเมนต์ในประเทศไทยไม่ได้อยู่ในกำมือของปูนซิเมนต์ไทยเพียงรายเดียวอีกต่อไป รวมทั้งแสวงหาโอกาสใหม่ขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น

The Export-Import Bank of the United States (Ex-Im Bank) ก่อตั้งขึ้น (2477) หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และ Great Depression เพื่อสนับสนุนทางการเงิน แก่ผู้ซื้อสินค้าสหรัฐอเมริกา (official export credit agency) ในความพยายามขยายตลาดต่างประเทศ

การติดต่อเจรจากู้เงินครั้งนั้น กว่าจะถึงบทสรุป กินเวลานานถึง 3 ปีเต็ม (2495-2498) เป็นความสำเร็จที่มีความหมาย ว่าด้วยสายสัมพันธ์หลายมิติ

บุคคลสำคัญเกี่ยวข้อง ในความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเงินสหรัฐ กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย คือ ม.ล.เดช สนิทวงศ์ ชิ้นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์อีกชิ้นหนึ่ง เป็นความสัมพันธ์ต่อเนื่องมาจาก ม.ล.อุดม สนิทวงศ์ ผู้เป็นน้องชาย ได้เข้ามามีบทบาทในบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ก่อนหน้า ตั้งแต่ยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ม.ล.เดช สนิทวงศ์ (2441-2518) มีบทบาทเชิงนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (2492-2495) ก่อนมามีบทบาทในการวางแผนเศรษฐกิจ ในฐานะกรรมการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (2493) หน่วยงานสำคัญเกิดขึ้นในยุคสหรัฐ ก่อนมาเป็นสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “สภาพัฒน์”

อีกบุคคลหนึ่งเชื่อว่ามีบทบาท มีส่วนช่วยเหลือไม่มากก็น้อย นั่นคือ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา

พจน์ สารสิน (2448-2543) ถือเป็นบุคคลสำคัญ ในยุคอิทธิพลสหรัฐอีกคนหนึ่ง ควรกล่าวถึงความสัมพันธ์ ระหว่าง “สารสิน” กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งเชื่อว่ามีมาตั้งแต่ยุคก่อตั้ง

พจน์ สารสิน บุตรของพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้) ต้นตระกูลสารสิน จากจุดเริ่มต้นชาวจีนอพยพ เชื้อสายไหหลำ มีโอกาสจากสายสัมพันธ์กับมิชชันนารีอเมริกัน จนเป็นแพทย์ไทย ผู้มีความรู้สมัยใหม่จากสหรัฐคนแรกๆ ของสยาม เขารับราชการเป็นแพทย์หลวงประจำราชสำนักในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขณะเดียวกัน ด้วยวิชาชีพที่ดี เขาสามารถสะสมความมั่งคั่งได้ไม่ยาก จนเป็นตระกูลที่ร่ำรวยมาก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และมีอิทธิพลมากขึ้นในยุคเวียดนาม ในฐานะ American connection

ปูนซิเมนต์ไทย ถือว่า เทียนฮี้ สารสิน เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทคนหนึ่ง ด้วยหลักฐานหนังสือบริคณห์สนธิ ฐานะผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ภาพของเขายังปรากฏเด่น ณ สำนักงานใหญ่ แต่เท่าที่มีข้อมูล นอกจากปรากฏชื่อในหนังสือดังกล่าวแล้ว ไม่มีหลักฐานอื่นใดกล่าวถึงบทบาทที่มากกว่านั้น

จนมาถึง พจน์ สารสิน เชื่อเช่นกันว่าเขามีบทบาทพอสมควร ในกรณีกู้เงินดอลลาร์สหรัฐครั้งแรก ในฐานะเขาเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา (2495-2500) ว่าไปแล้วเขามีบทบาทในวงกว้างมากขึ้น ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และหลังจากพ้นตำแหน่งเอกอัครราชทูต ได้ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ส.ป.อ.) อีกด้านหนึ่ง ตระกูลสารสินเป็นนักลงทุนไทยกลุ่มแรกๆ ที่ร่วมทุนกับธุรกิจอเมริกัน นั่นคือกรณี Coca-Cola (2500)

ที่สำคัญ ว่าด้วยสายสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง กับอำนาจทางการเมืองด้วย ทั้งนี้ Export-Import Bank มีเงื่อนไขว่า รัฐบาลต้องให้คำรับรองว่า จะอนุญาตให้ปูนซิเมนต์ไทยนำเงินต่างประเทศออกไปชำระหนี้ได้ ขณะนั้นการเมืองไทยอยู่ในช่วงพลิกผัน กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะเจ้าของเรื่องมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีถึงสามคน จนถึงปี 2498 ถึงสามารถออกหนังสือค้ำประกันได้

ถือเป็นจุดตั้งต้นในความสัมพันธ์กับแหล่งเงินกู้ในสหรัฐ เป็นมาต่อเนื่องอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปี 2503-2508 ตามแผนขยายกำลังผลิตปูนซีเมนต์ครั้งใหญ่ และเข้าสู่ธุรกิจข้างเคียงครั้งแรก ก่อนจะมาถึงดีลเงินกู้ครั้งใหญ่กับ IFC

ซีพีกับโมเดลธุรกิจ

จาก “ห้างเจียไต๋จึง” (2464) จนมาถึง “ร้านเจริญโภคภัณฑ์” (2496) จากธุรกิจเมล็ดพันธุ์ผัก ถึงอาหารสัตว์ เป็น “ชิ้นส่วน” หนึ่งในพัฒนาการโมเดลธุรกิจ มีสินค้าเข้าถึงพื้นที่ เข้าถึงกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม อ้างอิงบริบทซึ่งสัมพันธ์กัน

จากยุคก่อตั้ง จากธุรกิจเมล็ดพันธุ์ผัก อ้างอิงโมเดลธุรกิจในโลกตะวันออก สู่ธุรกิจอาหารสัตว์ เชื่อว่าเริ่มอ้างอิงโลกตะวันตกบางระดับ ด้วยปรากฏหลักฐานว่า Cargill แห่งสหรัฐ เป็นผู้บุกเบิก

อีกด้าน มีความเชื่อมโยงกับพัฒนาการสถาบันการศึกษาของไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อตั้งอย่างเป็นแบบแผนตั้งแต่ปี 2486 มีการสอนวิชาสำคัญในคณะกสิกรรมและสัตวบาล โดยแบ่งออกเป็น ภาควิชาสัตวบาล (Department of Animal Husbandry)

“ทำการสอน และฝึกอบรมนิสิตเกี่ยวกับการผลิตสุกร สัตว์ใหญ่ ได้แก่ โค กระบือ และภาควิชาสัตว์ปีก (Department of Poultry Science) ทำการสอน และฝึกอบรมนิสิตเกี่ยวกับการผลิตสัตว์ปีก”

อิทธิพลสหรัฐมาถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะองค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Operation Mission หรือ USOM) หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาแก่ประเทศไทย ได้เป็นที่ปรึกษาให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย ตั้งแต่ปี 2495 รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการเงิน (ปี 2497)

รวมทั้งมีความเป็นไปได้ว่า เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง -หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ (ทองดี เรศานนท์) ผู้มีบทบาทมาตั้งแต่ยุคก่อตั้ง จนได้เป็นอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คนแรก (2489-2501) และได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกวิชาการเกษตรกรรมสมัยใหม่ ด้วยมีความรู้ได้ร่ำเรียนตามแบบแผนโลกตะวันตก

ในปี 2502 ธนินท์ เจียรวนนท์ มองเห็นทั้งโอกาสและโมเดลธุรกิจตามแบบแผนอเมริกันครั้งแรกๆ อ้างอิงวิวัฒนาการบริษัท สามัคคีค้าสัตว์ ในความสัมพันธ์กับอิทธิพลใหม่ ตามแผนการสร้างโรงฆ่าสัตว์แบบใหม่ “ใช้เครื่องจักรแบบทันสมัย เป็นไปโดยถูกต้องตามสุขลักษณะ” ด้วยการกู้เงินเกือบหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก USOM

ก่อเป็นความสัมพันธ์เชื่อมโยง ต่อเนื่องมาถึงกับธนาคารอเมริกัน และ Arbor Acres ก่อรูปสร้างฐานโมเดลธุรกิจ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ส่งผลสะเทือนสืบเนื่องมา (อ้างมาจาก e-Book “ซีพีขี่คลื่น”)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน