คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ
ต้นทศวรรษที่ 2010 เมื่อสแกมเมอร์ไต้หวัน-จีนโดนบีบคั้นกดดันหนักเข้าก็พากันอพยพโยกย้ายจาก อำเภออันซี มณฑลฝูเจี้ยนไปยัง —> เอเชียอาคเนย์โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมาและลาว (ดู แผนที่ประกอบ)
งานวิจัยของนักวิชาการจีนแผ่นดินใหญ่ จ้วงหัวกับหม่าจงหง เรื่อง “อาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน ของพลเมืองจีนในเอเชียอาคเนย์และการบริหารปกครองมัน” ในวารสารหนานหยางอุ้นถีเหยียนจิวหรือวิจัยปัญหา ทะเลใต้/เอเชียอาคเนย์ (庄华 & 马忠红, “东南亚地区中国公民跨境网络犯罪及治理研究”, 南洋问题研究, ปี 2021 ฉบับ 4 หน้า 41-54 https://nanyang.xmu.edu.cn/info/1052/18549.htm#&gid=1&pid=1) ซึ่งสืบค้นรายงาน ของตำรวจและสื่อมวลชนพบว่าการจับกุมพลเมืองจีนผู้ต้องสงสัยว่าฉ้อโกงออนไลน์แล้วส่งตัวกลับประเทศจีนขนาน ใหญ่เริ่มปรากฏในเอเชียอาคเนย์เมื่อปี 2011 ซึ่งบ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมสแกมเพิ่งจะหยั่งรากในภูมิภาคนี้ตอนต้นทศวรรษ ที่ 2010 นี่เอง และตัวเลขการจับกุมดังกล่าวพุ่งขึ้นสูงสุดเมื่อปี 2015 ในจังหวะเดียวกับที่ทางการจีนกวดขันปราบ ปรามการฉ้อโกงออนไลน์ในจีนระลอกใหม่พอดี
ร่องรอยข้างต้นส่อนัยว่ามาตรการกำกับควบคุมที่เปลี่ยนแปลงไปและการปราบปรามของตำรวจเป็นปัจจัยผลักดัน (push factor) ชี้ขาดให้เหล่าผู้ประกอบการสแกมพากันเคลื่อนย้ายข้ามชาติจากจีนออกมา
ในทางกลับกัน ลักษณะบางอย่างของเอเชียอาคเนย์ก็เป็นปัจจัยดูดดึง (pull factor) ให้ผู้ประกอบการสแกม ยกพวกมาตั้งฐานปฏิบัติการใหม่ในภูมิภาคนี้เป็นจุดหมายปลายทาง อันได้แก่ช่องว่างทางกฎระเบียบกำกับควบคุม, การบังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน, และเครือข่ายชนชั้นนำท้องถิ่นที่เต็มใจจะทำตัวเป็นร่มคุ้มกันให้แลกกับการแบ่ง สันปันส่วนทรัพย์สินเงินทองที่ฉ้อโกงมาได้ทางออนไลน์
ปัจจัยประกอบที่เกื้อกูลได้แก่ที่ตั้งของเอเชียอาคเนย์ซึ่งอยู่หนานหยาง/ทะเลใต้ใกล้จีนและไต้หวัน ทำให้ผู้ ประกอบการสแกมเดินทางเยี่ยมบ้านไปกลับได้สะดวก อีกทั้งยังช่วยให้จัดวางห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของ คนงานที่พูดจีนได้เข้ามาเป็นสแกมเมอร์หน้าใหม่ได้อย่างสม่ำเสมอ
ที่สำคัญกว่านั้นคือบางประเทศในเอเชียอาคเนย์ได้ลงทุนพัฒนาก่อสร้างจัดวางโครงสร้างพื้นฐานทางสื่อสาร โทรคมนาคม (ถนน ทางรถไฟ สนามบิน เครือข่ายไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ต ฯลฯ) ไว้พร้อมอำนวยความสะดวก รองรับปฏิบัติการสแกมอยู่แล้ว
โดยเฉพาะประเทศไทยที่ถนนหนทาง ไฟฟ้าและสัญญาณเน็ตกระจายไปทั่วถึงบริเวณชายแดนกับเมียนมา กัมพูชาและลาวอย่างดีเยี่ยม ดังรายงานข่าวของโดมินิค ฟอลเดอร์ใน Asia Nikkei เน้นย้ำตั้งแต่สามปีก่อนว่า:
“สแกมเมอร์จำต้องเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและชายแดนไทยอวดโอ่ได้ว่ามีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่ เยี่ยมยอด” (Dominic Faulder, “Asia’s scamdemic: How COVID-19 supercharged online crime”, NikkeiAsia, 16 November 2022)
และถ้ามีธุรกิจเถื่อนพนันออนไลน์เติบโตขยายตัวอยู่แล้วก็ยิ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสแกมได้วิเศษ! (ดูอาทิ https://www.dsi.go.th/Files/25620626/การพนันออนไลน์ภัยใกล้ตัว.pdf; https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2895401 & https://g6-materials.com/)
จ้วงกับหม่าเน้นว่าหลังย้ายหมุดมาปักที่เอเชียอาคเนย์แล้ว แก๊งไต้หวันยังคงมีบทบาทเด่นเป็นหลักในปฏิบัติ-การสแกม ส่วนสหายจีนแผ่นดินใหญ่มีบทบาทเป็นรองหรือหนุนเสริม จนเมื่อเวลาล่วงเลยไป พวกจีนแผ่นดินใหญ่จึง เริ่มเล่นบทเด่นกว่าและเข้ายึดครองกิจการสแกมเดิมหรือเริ่มกิจการใหม่ของตนเองในที่สุดจนกลายเป็นพลังนำใน อุตสาหกรรมประเภทนี้
พอบุกเบิกธุรกิจสแกมในเอเชียอาคเนย์สำเร็จจนร่ำรวยอู้ฟู่แล้ว บรรดาสแกมเมอร์จีนแผ่นดินใหญ่ก็จะพากัน กลับไปตึ่งซัวบ้านเกิดแล้วชักชวนญาติมิตรเพื่อนบ้านทั้งหลายแหล่จากภูมิลำเนาเดิมให้มาร่วมก๊วนสแกมด้วยกันใน หนานหยาง เหล่านี้ส่งผลให้บางพื้นที่ในจีนพลิกเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิงด้วยกำลังเงินฉ้อโกงออนไลน์ที่สแกมเมอร์

ดังที่นักข่าวสิงคโปร์คนหนึ่งที่ไปทัวร์อำเภอันซี มณฑลฝูเจี้ยนเมื่อปี 2023 ตั้งข้อสังเกตว่ามีตึกรามอาคารสร้าง ใหม่สูงหลายชั้นเป็นทิวแถวขึ้นแทนบ้านก่ออิฐเก่าผุโทรมแต่ก่อน ถนนลูกรังบ้านนอกชนบทก็กลับมากไปด้วยรถหรูอย่าง BMWs, เมอร์ซีเดส-เบนซ์, มาเซราตีและยี่ห้ออื่น ๆ ในทางกลับกัน ชาวอันซีบางรายก็บ่นอุบที่ชื่อเสียงของ อำเภออันซีเสื่อมเสียฉาวโฉ่จากเดิมที่เป็นเมืองหลวงใบชาของฝูเจี้ยนไปเป็นเมืองสแกมแทน (ลิงค์วีดิโอคลิปใต้ภาพ)
จนถึงปัจจุบัน บนฐานข้อมูลรายงานวิจัยล่าสุดเรื่อง “Compound Crime: Cyber Scam Operations in Southeast Asia” (2025) ที่จัดทำโดย Global Initiative against Transnational Organized Crime (https://globalinitiative.net/analysis/compound-crime-cyber-scam-operations-in-southeast-asia/) สามารถสร้างแผนภูมิจำนวนหมู่ตึกสแกมในเอเชียอาคเนย์แยกตามรายประเทศได้ดังนี้

(ต่อสัปดาห์หน้า)
