bg-single

ประวัติศาสตร์ไบโอเทคยุคใหม่ของจีน (2)

15.12.2025

Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

ไม่กี่ปีหลัง “การก้าวกระโดดครั้งใหญ่” รัฐบาลเหมา เจ๋อตุง ที่เกรงว่าฐานอำนาจตัวเองจะสั่นคลอนและพวกทุนนิยมจะกลับมาออกอีกนโยบายเพื่อกำจัดผู้เห็นต่างในพรรคผ่านการล้างสมองประชาชนยกใหญ่ “การปฏิวัติวัฒนธรรม (The Cultural Revolution) ช่วง 1967- 1976 มีเป้าหมายจะถอดรากถอนโคนแนวคิดเดิม

เหล่านักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์โดนกล่าวหาว่าเป็นพวกศักดินาเอียงขวา สนับสนุนความเชื่อแบบพวกจักรวรรดินิยมตะวันตก พวกนี้ก็เลยโดนจับไปปรับทัศนคติ (re-education) เนรเทศไปเป็นกรรมกร ติดคุก หรือกระทั่งโดนเยาวชนเรดการ์ดที่รัฐบาลล้างสมองไว้รุมซ้อมจนตาย

มหาวิทยาลัยถูกปิดไปเกือบหมดจนแทบไม่มีการผลิตบัณฑิตสายวิทย์เพิ่ม

ขณะเดียวกันรัฐบาลเหมาก็เชื่อว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สามารถทำได้ด้วยการเกณฑ์ชาวบ้านเยอะๆ ไปเป็นแรงงาน (“mass” experiment) เช่น การทดลองเทคนิคเพาะปลูกหรือทดสอบยาสมุนไพรแบบตามที่รัฐบาลสั่ง

ซึ่งแน่นอนว่าผลออกมาไม่ได้เรื่องได้ราวซะส่วนใหญ่

เมกะโปรเจ็กต์วิทยาศาสตร์สมัยเหมารวมถึงการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ดาวเทียม และยาต้านมาลาเรีย //Cr.ณฤภรณ์ โสดา

ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายภายใต้ท่านประธานเหมานี้ก็ยังมีทีมนักวิจัยของจีนที่เหลือรอดและผลิตชิ้นงานสำคัญออกมาได้บ้างโดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับความมั่นคงและการทหาร

หนึ่งตัวอย่างในนั้นคือโครงการ “สองระเบิดหนึ่งดาวเทียม (Two bombs, One satellite)” ที่ผลักดันจนจีนสร้างระเบิดนิวเคลียร์ฟิชชั่นได้ในปี 1964 ระเบิดนิวเคลียร์ไฮโดรเจนฟิวชั่นปี 1967 และปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรในปี 1970

ผลงานนี้ถือว่าช็อกโลกตะวันตกที่ไม่คิดว่าจีนจะทำสำเร็จได้ไวขนาดนี้หลังจากโซเวียตถอนการสนับสนุนไป

อีกตัวอย่างคือ program 523 โครงการลับของรัฐบาลจีนที่เริ่มต้นช่วงปี 1967 เพื่อมุ่งหายาต้านมาลาเรียตัวใหม่ตามคำขอร้องสายตรงจากโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) ผู้นำเวียดนามเหนือขณะนั้น

ท่านประธานเหมาตอบรับช่วยเหลือชาติพันธมิตรด้วยการสั่งระดมทีมนักวิจัยจีนกว่าหกร้อยชีวิตจากหลายสิบสถาบัน (ที่ถูกยกเว้นจากการปฏิวัติวัฒนธรรมในขณะนั้นเป็นกรณีพิเศษ) ขุดค้นตั้งแต่ตำรับยาจีนโบราณ ผสมผสานกับหลักการและกระบวนการทดสอบทางคลินิกสมัยใหม่ ถือเป็นเมกะโปรเจ็กต์ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและแพทย์อันแรกของจีน

ดอกผลของโครงการนี้คือการค้นพบ Artemisinin ยาต้านมาลาเรียตัวใหม่ที่ต่อมาถูกนำไปใช้แพร่หลายจนช่วยชีวิตคนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

ส่วนตูยูยู (Tu Youyou) นักวิจัยหญิงหัวหน้าโครงการนี้ต่อมาก็กลายเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่คนแรกที่ได้รางวัลโนเบลสาขาการสรีรวิทยาหรือการแพทย์ตอนปี 2015

โครงการอย่าง Two Bomb One Satellite และ Program 523 ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จส่วนน้อย เกือบสองทศวรรษของนโยบายการก้าวกระโดดครั้งใหญ่และการปฏิวัติวัฒนธรรมถูกจารึกไว้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางสังคม หายนะทางเศรษฐกิจ และยุคมืดของวงการวิทยาศาสตร์จีน

เติ้ง เสี่ยวผิง รื้อฟื้นวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน //Cr.ณฤภรณ์ โสดา

เมื่อท่านประธานเหมาถึงแก่อสัญกรรมในปี 1976 แผ่นดินจีนเดินทางมาสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง เติ้ง เสี่ยวผิง (Deng Xiaoping) ก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด และยุติความบ้าคลั่งของลัทธิคอมมิวนิสต์ที่เกือบทำประเทศพัง

เติ้งเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยจากการปฏิวัติวัฒนธรรม ถูกปลดจากตำแหน่งระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์ จำคุก เนรเทศไปใช้แรงงาน ส่วนลูกชายก็ถูกเรดการ์ดซ้อมและโยนลงมาจากตึกชั้นสี่จนเป็นอัมพาตครึ่งตัว เขาเข้าใจดีว่ายูโทเปียคอมมิวนิสต์ตกขอบอย่างที่รัฐบาลเหมาช่วงปลายพยายามจะสร้างเป็นเรื่องเพ้อฝันสุดอันตราย

เติ้งพาประเทศกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง จีนที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบโลก เปิดกว้างด้านการค้าการลงทุน

และที่สำคัญคือการฟื้นฟูวงการวิทยาศาสตร์ที่ตกต่ำล้าหลังไปหลายปี

นักวิจัยและนักวิชาการถูกจัดให้อยู่เป็นชนชั้นแรงงานฝั่งเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ใช่กลุ่มอีลีตศักดินาโปรตะวันตกอย่างที่เคยถูกมองในยุคก่อน

ปี 1978 ปีเดียวกับที่เติ้งขึ้นสู่อำนาจ จีนจัดการประชุมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Conference) รวมนักวิจัยกว่าหกพันชีวิต

เติ้งประกาศแผนชัดเจนในงานว่าวิทยาศาสตร์เป็นฐานสำคัญของกระบวนการผลิต

การประชุมครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ฤดูใบไม้ผลิแห่งวงการวิทยาศาสตร์” ของจีนยุคใหม่

เส้นทางสู่ความเป็นมหาอำนาจด้านไบโอเทคของจีนเริ่มตั้งแต่ยุค 1980s //Cr.ณฤภรณ์ โสดา

ขณะที่โลกตะวันตกเข้าสู่ยุคตื่นทองของวงการไบโอเทคในทศวรรษ 1980 หลังจากความสำเร็จของ Genentech วงการวิทยาศาสตร์จีนที่เพิ่งฟื้นตัวก็ไม่รอช้าที่จะรีบวิ่งไล่ตาม แผนพัฒนาชาติฉบับที่หกของจีนช่วงปี 1981-1985 จัดงบประมาณเฉพาะสำหรับงานไบโอเทคการเกษตร แปรรูปอาหาร และการผลิตเภสัชกรรม ปี 1983 สถาบันเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (China National Center for Biotechnology Development, CNCBD) ถือกำเนิดขึ้น

ในแผนพัฒนาชาติฉบับที่เจ็ดช่วงห้าปีถัดมา (1986-1990) รัฐบาลจีนภายใต้การนำของเติ้งเริ่ม program 863 เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง

มีไบโอเทคเป็นหนึ่งในสาขาที่ได้รับความสำคัญเร่งด่วนสูงสุด

ในช่วงเวลาเดียวกัน Torch Program ที่ออกมาตอนปี 1988 ลงเงินปีละร้อยล้านเหรียญสหรัฐ มุ่งเชื่อมต่องานวิทยาศาสตร์กับอุตสาหกรรมและธุรกิจ มี Science & Technology Industrial Park ราวสามสิบแห่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ การสนับสนุนการลงทุน งดเว้นภาษี บ่มเพาะสตาร์ตอัพ ฯลฯ

สิบปีเศษภายใต้รัฐบาลเติ้งขนาดเศรษฐกิจจีนโตขึ้น 2.5 เท่า ประชากรทะลุ 1.1 พันล้าน ค่าแรงที่ยังถูกบวกกับนโยบายที่เปิดกว้างกับนานาชาติทำให้จีนกลายเป็นโรงงานของโลก

พอเข้าทศวรรษ 1990 หลังสิ้นสุดสมัยรัฐบาลของเติ้งวงการวิทยาศาสตร์รวมทั้งไบโอเทคของจีนเข้มแข็งพอจะยืนบนเวทีสากลได้แล้ว จีนกลายเป็นผู้ผลิตยาปฏิชีวนะรายใหญ่ที่สุดของโลกปีละกว่า 10,000 ตันมูลค่ากว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ กรดอะมิโนปีละว่า 75,000 ตัน เอนไซม์อีกกว่า 40 ชนิดรวมปีละกว่า 2,000 ตัน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ไบโอเทคขั้นสูงอย่างยาจากดีเอ็นเอลูกผสม ชุดตรวจ แอนติบอดี วัคซีน ฯลฯ ตลอดจนอุปกรณ์สนับสนุนอย่างระบบถังหมัก เอนไซม์สำหรับงานชีวโมเลกุล ฯลฯ

ปลายทศวรรษ 1990 เมื่อโลกตะวันตกผนึกกำลังกันผลักดันโครงการถอดรหัสจีโนมมนุษย์ สถาบันจีโนมแห่งปักกิ่ง (Beijing Genomic Institute, BGI) ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ได้เป็นศูนย์วิจัยหนึ่งเดียวในบรรดาชาติกำลังพัฒนาได้กระโดดเข้ามาร่วมวงได้ทัน ได้ร่วมตีพิมพ์ประกาศความสำเร็จกับทีมนานาชาติตอนปี 2001

เรื่องราววงการวิทยาศาสตร์และไบโอเทคจีนในศตวรรษที่ 21 จะเป็นอย่างไร ติดตามต่อตอนหน้าครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย