bg-single

มนุษย์พยายามดีลกับสิ่งที่มองไม่เห็น

15.12.2025

นัยความเป็นคน | นิ้วกลม

1

ผีไม่เคยหายไปจากสังคมมนุษย์

ทุกวันนี้เรายังมองเห็นอิทธิพลของ ‘ผี’ อยู่รอบตัวเต็มไปหมด ตั้งแต่ศาลบรรพบุรุษในบ้านหรือในชุมชน ศาลเจ้าต่างๆ ศาลเจ้าป่าเจ้าเขา ฯลฯ ยังไม่ต้องนับพิธีทรงเจ้าเข้าผีที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย และแน่นอน หนังผี-ความบันเทิงที่ยืนยันกับเราได้ว่า ไม่ว่าจะนิยามตัวเองว่าก้าวหน้าทันสมัยเพียงใด คนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่ามีผี หรืออย่างน้อยก็ตกใจไปตามผีในหนัง

การทำความเข้าใจมนุษย์จึงจำเป็นต้องเข้าใจ ‘ผี’ ด้วย

ผมหยิบหนังสือ ‘ศาสนาผี’ ของพี่สุจิตต์ วงษ์เทศ ขึ้นมาอ่านด้วยความรู้สึกเบิกบานทางปัญญาอย่างยิ่ง วิธีเขียนที่กระชับ ชัดเจน แกล้มด้วยความนักเลงกวนๆ ชวนให้อ่านยาวๆ อย่างเพลิดเพลิน หนังสือเล่มนี้อธิบาย ‘ศาสนาผี’ ในแถบอุษาคเนย์ไว้เป็นขั้นเป็นตอนอย่างเห็นภาพ แต่นอกจากนั้นยังบอกอีกด้วยว่า ศาสนาผีเป็นศาสนามวลชนที่เก่าแก่ที่สุด และมีคนนับถือมากที่สุดในโลก หมายความว่าไม่เฉพาะในพื้นที่แถบนี้ แต่ในโลกกลมๆ กว้างๆ ใบนี้ล้วนแล้วแต่เคยมีความเชื่อเรื่องผีมาแทบทั้งนั้น

วันนี้จึงอยากลองชวนกัน ‘พินิจผี’ โดยเฉพาะในวัฒนธรรมดั้งเดิมของบ้านเรา ซึ่งในบางช่วงผมอาจขอเสริมความคิดส่วนตัวว่าอ่านแล้วชวนให้นึกถึงวัฒนธรรมถิ่นอื่นอย่างไรบ้าง

พี่สุจิตต์อธิบายว่า ศาสนาผี คือ ระบบความเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติ ว่าบันดาลให้เกิดปรากฏการณ์ดีและร้ายได้ โดยผีอยู่ในเมืองผี ต่างมิติกับโลกมนุษย์ ไม่มีรูปร่าง จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่เคลื่อนไหวได้

ศาสนาผีไม่มีวิญญาณ เวียนว่ายตายเกิด โลกหน้า สวรรค์ นรก เทวดา นางฟ้า ยมบาล-ไม่มีเหล่านี้เลย ชวนให้คิดว่าโดยดั้งเดิมแล้วมนุษย์น่าจะพยายามทำความเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยังไม่สามารถอธิบายได้ ควบคุมไม่ได้ ซึ่งมีผลอย่างมากต่อชีวิต ความเป็นอยู่ ความเป็นความตายของตน จึงสร้างคำอธิบายว่ามี ‘พลัง’ ที่มองไม่เห็นแต่ก่อผลกระทบจริง แล้วเรียกพลังนั้นว่า ‘ผี’

โดยดั้งเดิมผีไม่ได้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ หรือเหมือนอย่างที่เราเห็นในหนัง ซึ่งสำหรับผมแล้ว พอเป็นแบบนั้นมันดูสมเหตุสมผลกว่าด้วยซ้ำ เพราะในโลกธรรมชาติอันซับซ้อนหลายครั้งเรารู้สึกถึงพลังนั้นอยู่จริง เช่น ถ้าลองไปกางเต็นท์นอนในป่าทึบสักคืน จะรู้สึกได้ว่าป่ามีพลังน่ายำเกรง ทั้งน่ากลัวและทรงพลัง เช่นกันกับที่คนออกเรือไปในมหาสมุทรรู้สึกว่าลมฟ้าและความมืดยามค่ำคืนชวนให้รู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง ผมคิดว่าชีวิตที่ดำรงอยู่ในธรรมชาติดิบเดิมชวนให้สัมผัสถึง ‘สิ่งมองไม่เห็น’ นั้น

การเกิดขึ้นของผีจึงเป็นเรื่องเข้าใจได้

2

พี่สุจิตต์อธิบายต่อไปอีกว่า ผีมาจากขวัญ ในตัวคนเรามีขวัญอยู่ หากขวัญหนีก็จะดีฝ่อ คือล้มป่วยได้ แต่ถ้าขวัญหายก็อาจถึงขั้นตายได้เลย

ในอุษาคเนย์เชื่อว่าขวัญอยู่ตรงกลางกบาลเรา ก็คือขวัญบนหัวที่มีเส้นผมม้วนตัวเป็นลายขดก้นหอยนั่นเอง และในเมื่อขวัญสำคัญกับชีวิตของเราขนาดนี้ คนที่มีความเชื่อนี้จึง ‘ถือหัว’ ยกย่องและหวงแหนหัว เป็นอวัยวะต้องห้าม คนอื่นจะมาเล่นหัว เขกหัว ตบหัว ข้ามหัวกันย่อมยอมไม่ได้

พอเข้าใจรากที่มาของศาสนาผี เราก็เข้าใจว่าทำไมคนไทยจึงถือหัวกันขนาดนี้

ยิ่งสนุกขึ้นไปอีกเมื่อได้ทราบว่า ลายก้นหอยบนหัวของเรายังถูกนำไปใส่ไว้ในสิ่งของอื่นๆ ด้วย เพราะคนสมัยก่อนเชื่อว่าสิ่งของก็มีขวัญด้วย เช่น กลองมโหระทึกซึ่งใช้ตีประโคมเรียกขวัญให้กลับคืนร่าง หรือหม้อบ้านเชียงที่มีลายวงก้นหอยก็อาจเกิดจากความเชื่อเรื่องขวัญด้วยเช่นกัน

แต่สิ่งที่ชวนตื่นตาตื่นใจมากสำหรับผมคือ ตอนที่หนังสือเล่มนี้เล่าถึง ‘เฉลว’ หรือ ‘ตาเหลว’ เครื่องจักสานทำจากตอกไม้ไผ่ที่สานไขว้กันไปมาเป็นลายขวัญ โดยมีรูปลักษณะหลายแบบ เช่น ดาวห้าแฉก ดาวหกแฉก หรือเส้นสายโยงใยกัน เพื่อนำมาปักไว้บริเวณสำคัญหรือทางเข้าชุมชน

ความหมายของเฉลวคือสัญลักษณ์ของเงื่อนปมไม่มีที่สิ้นสุด ตามความเชื่อว่าขวัญกลับเข้าไปรวมกับพลังบรรพชนอย่างเป็นนิรันดร์ (อ่านแล้วนึกถึงการกลับไปรวมกับธรรมชาติ) ซึ่งลักษณะของการสานเส้นเช่นนี้จัดเป็นรูปแบบที่การศึกษาสัญลักษณ์โลกเรียกว่า endless knot หรือปมที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่สามารถหาจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดได้ มันสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความร่ำรวยไม่มีที่สิ้นสุด

ตอนเห็นเส้นสายสานกันไปมาชั่วนิรันดร์ของเฉลว ผมอดคิดถึงลวดลายเรขาคณิตของศิลปะอิสลามไม่ได้ ซึ่งสื่อถึงอานุภาพการสร้างของพระเจ้า ระเบียบของจักรวาล การไหลเวียนของชีวิตที่ต่อเนื่องไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งมีความหมายที่คล้ายคลึงกัน

อดคิดไม่ได้ว่า ในหลายวัฒนธรรมน่าจะมีความพยายามถอดความเข้าใจในปรากฏการณ์ธรรมชาติจากการสังเกตออกมาว่า เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่ต่างจากวงกลมที่ลากขึ้นโดยพู่กันจีนของเต๋าหรือเซ็น

ดูเหมือนคนโบราณจะมองเห็นภาวะชั่วนิรันดร์นั้น แล้วพยายามสื่อสารออกมา

หนังสือ ‘ศาสนาผี’ ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ

3

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการเข้าทรง

เมื่อมนุษย์ต้องการสื่อสารกับผี หรือเจรจาต่อรองกับพลังที่ตนเองควบคุมไม่ได้ พลังที่สามารถบันดาลฟ้าฝนให้ตกก็ได้ ให้แล้งก็ได้ มนุษย์ย่อมต้องก่อร่างพิธีกรรมขึ้นมาเพื่อต่อรองกับสิ่งที่อยู่บนฟ้า และทำการบนบาน หรือติดสินบน ด้วยการบอกกล่าวผีฟ้าว่า หากท่านบันดาลให้ผลผลิตงอกงามอุดมสมบูรณ์ก็จะของแก้บนด้วยวิธีต่างๆ เช่น นำข้าวของมาบูชา รำถวาย เล่นดนตรีถวาย ฯลฯ

คำว่า ‘แก้บน’ เต็มๆ คือ ‘แก้สินบน’

แน่นอนว่า คนทั่วไปไม่สามารถสื่อสารกับผีบนท้องฟ้าได้โดยตรง สังคมมนุษย์มีบุคคลบางคนที่มีพลังอำนาจสามารถเป็นตัวกลางในการสื่อสารเรื่องทำนองนี้ให้ เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างสองโลก คือโลกมนุษย์และโลกของผี

คนนั้นคือ ร่างทรง

การเข้าทรงก็คือการเข้าอยู่ คือการเรียกผีมาประทับร่างแล้วสื่อสารเรื่องที่ชาวบ้านอยากรู้ จึงวางแผนต่อไปได้ว่าจะต้องอย่างไรกับชีวิต พิธีกรรมเช่นนี้ทำแบบรวมหมู่ เป็นเรื่องของทั้งชุมชน จึงมิใช่การบนบานปัญหาแบบปัจเจก

ร่างทรงอาจมีการสวมหน้ากาก เป็นสัญลักษณ์ว่าระหว่างประกอบพิธีกรรมเธอไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป แต่มีผีมาเข้าร่าง ซึ่งสิ่งนี้ค่อยพัฒนาไปเป็นการสวมหน้ากากในการเล่นละคร (ซึ่งระหว่างแสดงก็ไม่ได้เป็นตัวเองเช่นกัน จึงมีศัพท์ว่า ‘องค์ลง’) รวมถึงการพัฒนาไปเป็นโขนก็ด้วย

พิธีกรรมแก้บนค่อยๆ พัฒนาไปสู่การร้องรำทำเพลง มีหมอแคนที่ขับกล่อมดนตรี (ภาษาที่สื่อสารกับผีแถนผีฟ้าได้) มีหมอขวัญที่ขับลำคำคล้องจองเพื่อเรียกขวัญส่งขวัญ แล้วค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นการละเล่นในพิธีกรรมที่คนในชุมชนทำร่วมกัน

อย่างเช่นเพลงโต้ตอบกันของหญิงชาย ดั้งเดิมเริ่มแรกเป็นพิธีกรรมสมสู่เสพสังวาสเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ การเจริญพันธุ์ก็เหมือนการงอกงามของข้าวปลาอาหาร เมื่อมีน้ำอสุจิหลั่งออกมาจากอวัยวะเพศชาย คนโบราณเชื่อว่าจะบันดาลให้เกิดฝนตกในไม่ช้า

สิ่งนี้พัฒนาต่อมาเป็นเพลงโต้ตอบแก้กันไปมาของหญิงชาย มีแม่เพลงด่าทอพ่อเพลง แล้วเกี้ยวพาราสีกัน ไปจนถึงการร้องสองแง่สองง่าม ซึ่งพัฒนามาจากการเสพสังวาสแต่เก่าก่อน

ฟังในยุคหลังอาจรู้สึกทะลึ่งตึงตัง แต่ที่จริงที่มาของเพลงพื้นบ้านเหล่านี้มีความหมายลึกซึ้ง ก็เหมือนเป็นพิธีกรรมเพื่อสื่อสารกับผีที่มองไม่เห็นในเรื่องเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์และการขอฝน

4

มาถึงยุคปัจจุบัน บางคนอาจมองว่าผีเป็นเรื่องงมงาย พิธีกรรมต่างๆ เป็นเรื่องล้าสมัย แต่อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ล้วนมีที่มา มันช่วยประคับประคองมนุษย์และสังคมเอาไว้จากโลกแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดมนุษย์จะรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อใครสักคนช่วยสื่อสารกับ ‘สิ่งนั้น’ ไม่ว่าจะไถ่ถาม เจรจา ต่อรอง หรืออ้อนวอนร้องขอ เพื่อให้ตนรู้อนาคตบ้างก็ยังดี ให้ตนได้มีส่วนในชะตากรรมของตนบ้าง ทำให้มันดีขึ้นบ้าง ย่อมดีกว่าความรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตกระจิริดที่อยู่บนโลกใบนี้ โดยไม่อาจทำอะไรได้กับฟ้าฝนและชะตากรรมของตนเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งโลกปัจจุบันผันผวนและเปลี่ยนแปลงเร็วมากเท่าไร เรื่องราวของ ‘สิ่งที่มองไม่เห็น’ ก็ยิ่งได้รับความนิยม ยิ่งเทคโนโลยีเร่งสปีดให้ชีวิต การงาน การเมือง สิ่งแวดล้อม แปรปรวนรวนเร คนยิ่งมุ่งเข้าหาวิธีการดั้งเดิมของมนุษย์ นั่นก็คือพยายามดีลกับผี เทพเจ้า เทวดา นางฟ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์

บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เชื่อเถอะว่าในวันเวลาที่เราไร้ที่พึ่งพิง อย่างในวันที่พ่อแม่ป่วยหนัก รักษาสารพัดหมอก็ไม่หาย เราอาจเป็นคนหนึ่งที่เดินหน้าไหว้พระไหว้เจ้า สวดอ้อนวอนขอให้ท่านหายดี นี่คือเรื่องแสนธรรมดาของมนุษย์

มนุษย์-สิ่งมีชีวิตที่มักมั่นอกมั่นใจเมื่อเรื่องราวต่างๆ ในโลกมนุษย์เป็นไปตามที่ตนเองคาดหวังและวางแผนไว้ แต่ในทางกลับกัน พวกเราก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่สั่นไหว ไร้ความมั่นคงในใจ หรือกระทั่งตื่นตระหนก เมื่อเรื่องราวต่างๆ ในโลกไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจคิด

ในเวลาเช่นนี้เองที่เรามักมองออกไปนอก ‘โลกมนุษย์’ และเริ่มหวังว่า ‘โลกอื่น’ อาจช่วยเราได้

นี่แหละหนอ มนุษย์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?