bg-single

วิกฤตน้ำท่วม-วิกฤตการศึกษา โจทย์หิน ‘ศธ.-อว.’ เร่งแก้ไข

14.12.2025

| การศึกษา

ทุกภาคส่วนต่างระดมสรรพกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปีนี้ประสบปัญหาหนัก หลังน้ำลดยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ ที่พักอาศัยและความเป็นอยู่ของประชาชนที่ราพณาสูร ไปกับน้ำเกือบทั้งหมด…

การศึกษาเป็นอีกเรื่องสำคัญ ที่ต้องเร่งเยียวยา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับเด็ก

โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ติดตามสถานการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบใน 9 จังหวัด โดยเฉพาะ จ.สงขลาซึ่งปีนี้รุนแรง พบว่ามีโรงเรียนได้รับความเสียหายรวม 732 แห่ง 25 เขตพื้นที่ นักเรียนได้รับผลกระทบรวม 76,000 คน ครูกว่า 6,700 คน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้สั่งการให้นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) สำรวจความเสียหายอย่างละเอียด และจัดทำแผนฟื้นฟูที่เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

และตอบโจทย์ความจำเป็นของนักเรียนและครูในโรงเรียน

ขณะเดียวกัน ในส่วนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งจะต้องสอบวิชาความถนัดทั่วไป หรือ TGAT และวิชาความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ TPAT2-5 เพื่อนำคะแนนไปใช้ในการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาหรือทีแคส ปีการศึกษา 2569 ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งเดิมกำหนดสอบวันที่ 13-15 ธันวาคม 2568

โดยนายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ทปอ. ได้หารือรายละเอียด ทั้งระบบการจัดการ สนามสอบ สภาพจิตใจของผู้สอบ และความพร้อมทุกๆ ด้าน และเห็นว่ามีความจำเป็นต้องเลื่อนสอบในพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยจะดำเนินการให้เกิดผลกระทบกับส่วนรวมน้อยที่สุด

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่านักเรียนได้รับผลกระทบจำนวน 19,000 คน ดังนั้น จึงมีมติให้เลื่อนการสอบใน 3 จังหวัด คือ สงขลา นราธิวาส และยะลา จากเดิมวันที่ 13-15 ธันวาคม 2568 เป็นวันที่ 17-19 มกราคม 2569

และเป็นการเลื่อนสอบแบบทั้งจังหวัด เนื่องจากประเมินแล้วว่า หากยืนยันตามกำหนดการเดิม ก็จะส่งผลกระทบโดยเฉพาะการเดินทางมาสอบ

โดยระบบทีแคสจะทำการเลื่อนการสอบของนักเรียนทั้งหมดใน 3 จังหวัดนี้ จากวันที่ 13-15 ธันวาคม 2568 ประกาศผลวันที่ 13 มกราคม 2569 เป็นสอบวันที่ 17-19 มกราคม ประกาศผลวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

“ทปอ.จะพยายามให้นักเรียนทุกคนได้สอบในสนามเดิม เพราะบางสนามสอบอาจยังมีความไม่พร้อม จึงจำเป็นต้องย้าย ขอให้นักเรียนทั้ง 3 จังหวัดนี้ทำการเข้าระบบทีแคสเพื่อจัดพิมพ์บัตรที่นั่งสอบรายวิชาใหม่ในวันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อจัดสนามสอบใหม่ให้กับนักเรียนทุกคนอีกครั้ง โดยจะพยายามจัดให้สอบในสนามสอบภายในจังหวัดเดิม”

ขณะเดียวกัน เพื่อให้นักเรียนที่ได้ผลกระทบสามารถนำคะแนนไปยื่นในรอบที่ 1 หรือรอบพอร์ตโฟลิโอ ผ่านระบบทีแคสได้ทันก็จำเป็นต้องมีการปรับปฏิทินทีแคสในรอบที่ 1 จากเดิมวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันที่ 4 มีนาคม 2569 สละสิทธิ์วันที่ 6 มีนาคม 2569

ส่วนกระบวนการต่อจากนั้นจะทำตามกำหนดการเดิม สำหรับปฏิทินทีแคสในรอบถัดไปยังคงเป็นไปตามเดิมเพียงแต่มีการเลื่อนรอบที่ 1 ให้จบช้าลงเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ไม่เสียสิทธิ์

ทั้งนี้ สำหรับนักเรียนที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สตูล ปัตตานี นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี และอาจประสบปัญหาน้ำท่วมจนไม่สามารถเดินทางมาสอบได้เช่นกัน ระบบทีแคสจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะ 4 จังหวัด โดยสามารถยื่นหลักฐานทั้งรูปแบบภาพถ่าย หรือการเขียนอธิบายสถานการณ์เพื่อเข้ารับการพิจารณาขอเลื่อนการสอบไปอยู่ในกลุ่ม 3 จังหวัดได้และไม่สามารถขอกลับมาสอบตามเดิมได้

ดังนั้น ขอให้ตัดสินใจให้ดีก่อนยื่นความประสงค์ในการเลื่อนสอบ โดยทุกขั้นตอนสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ Mytcas.com

นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะประธาน ทปอ. กล่าวว่า ขอให้ทุกคนไม่ต้องเป็นกังวล ทปอ.พร้อมหาทางออกและช่วยเหลือเยียวยาทุกคนที่ได้ผลกระทบ การสอบไม่สำคัญไปกว่าชีวิต การเลื่อนสอบในครั้งนี้ ทปอ.พยายามทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ประสบปัญหาให้น้อยที่สุด

“ส่วนนักเรียนนักศึกษาที่ไม่ได้ประสบปัญหาก็อยากจะให้สอบตามปกติ เพราะเชื่อว่าหลายคนได้มีการวางแผนชีวิตไปพอสมควรแล้ว และเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการสอบทีแคสในรอบต่อๆ ไป กระบวนการทั้งหมด ผู้ปกครองและนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ยืนยันว่าข้องสอบของ ทปอ. มีมาตรฐานเดียวกันทั้งการสอบรอบปกติของกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบและกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และไม่ส่งผลเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างแน่นอน” นายวิเลิศกล่าว

นอกจากระบบการสอบ และปัญหาเชิงโครงสร้างแล้ว เรื่องที่ ศธ.และ อว.ต้องช่วยกันฟื้นฟูคือ ความรู้ที่เด็กควรได้รับระหว่างประสบปัญหาภัยพิบัติ เพราะแม้น้ำจะลด แต่ผลกระทบต่อระบบการศึกษายังคงไม่ลดลงตาม หลายโรงเรียนต้องใช้เวลาอีกนานในการฟื้นฟู ทั้งด้านอาคาร ความพร้อมของครู และภาวะจิตใจของเด็กที่ต้องเผชิญเหตุการณ์รุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ที่น่ากังวลคือ ปัญหาน้ำท่วม “เกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นแทบทุกปี” หากระบบการศึกษายังไม่มีมาตรการป้องกันเชิงโครงสร้าง เช่น แผนบริหารความเสี่ยงโรงเรียนในพื้นที่ภัยพิบัติ งบฯ ซ่อมบำรุงฉุกเฉิน หรือระบบเรียนสำรองในกรณีห้องเรียนใช้การไม่ได้ เด็กในพื้นที่เหล่านี้อาจถูกผลักออกจากระบบการศึกษาไปแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขยายตัวมากยิ่งขึ้น

และสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือ ความเสียหายทางการเรียนรู้ ที่อาจส่งผลต่ออนาคตเด็ก และอนาคตประเทศ!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร