เมนูข้อมูล (ลับ) | สุชาติ ศรีสุวรรณ
แตกหักที่ ‘รัฐธรรมนูญ’
ความพยายามหาคำตอบทางการเมืองยังมุ่งไปที่พรรคไหนจะได้เป็น “แกนนำจัดตั้งรัฐบาล”
ปัจจัยหลักของคำตอบหนักแน่นที่ “จำนวน ส.ส.” ที่ได้รับเลือก
500 คนจากเขตเลือกตั้ง 400 และจากบัญชีรายชื่อ 100
ส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักความเชื่อไปที่คนของบ้านใหญ่ที่สะสมบารมี มีเครือข่ายระบบอุปถัมภ์มีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของคนในพื้นที่
เป็นตัวเลือกที่มีสิทธิ์ในชัยชนะมากกว่าผู้ที่มาจากพรรคคัดเลือกหรือสร้างให้มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถที่ดี ที่เหมาะสมในการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสร้างโอกาสให้ประเทศพัฒนาสู่ความเจริญรุ่งเรือง
นักวิเคราะห์ที่หากไม่หมกมุ่นกับภารกิจพรรคใครพรรคมัน และมีบทบาทชี้นำความคิดของคนในสังคมมักอยู่กับความเคยชินกับความเชื่อเช่นนั้น แม้ว่าที่ผ่านมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศ แล้วสะท้อนว่า ความรู้ความสามารถของนักการเมืองจากเครือข่ายระบบบ้านใหญ่อุปถัมภ์มีไม่พอและพัฒนาไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงในทุกด้าน
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีนักวิเคราห์บางคน หรือบางกลุ่มพลิกทิศทางของมุมมองมากระตุ้นให้เลือกคุณภาพความสามารถในการทำหน้าที่่มากกว่าความกว้างขวางของอิทธพลในเขตพื้นที่บ้างแล้ว
ความน่าสนใจอยู่ที่นักวิเคราะห์ในมุมมองใหม่นี้ดูจะพร้อมใจกันให้น้ำหนักไปที่การจัดการกับ “รัฐธรรมนูญ 2560” ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
พวกหนึ่งมุมที่ใช้วิเคราะห์เป็นเรื่อง “กระสุน” กับ “กระแส”
จากผลโพลที่ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง “กว่า 30% ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครหรือพรรคไหน” บางคนบอกว่า “รอกระสุนใครมากกว่า” บ้างว่า “รอกระแสนำ” ที่ชัด
แบบ “พรรคเทพ-พรรคมาร”-“ประชาธิปไตย-เผด็จการ” หรือล่าสุด “มีลุง ไม่มีเรา”
กำลังหาข้อสรุปกันคร่ำเคร่งว่า “ชาตินิยม” แบบ “ความรุนแรงชายแดนเขมรมันจบๆ ไปด้วยการถล่มให้หมดสภาพที่จะสู้รบได้”
หรือ “รักชาติ” ด้วยยืนหยัด “มีเราไม่ทีทุนเทาเข้ามาซื้ออำนาจรัฐยึดการบริหารประเทศ”
สัมผัสให้รับรู้ได้ว่าต่างมีกระแสอยู่ แต่ยังเจือด้วยความสงสัยว่าจะเป็นจุดต่างที่ทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกโดยเทคะแนนให้ฝ่ายหนึ่งอย่างเด็ดขาด เหมือนที่ผ่านมาหรือไม่
และเมื่อชัดเจนว่า เงื่อนไขชี้ขาดในการเลือกตั้ง 2 ครั้งล่าสุด
มีปรากฏการณ์ใหม่ที่มีพลังกำหนดผลเลือกตั้งสูงยิ่ง
คือ “หัวคะแนนธรรมชาติ” ศรัทธาที่ผู้นำพรรคสร้างจากความโดดเด่นที่กระตุ้นความประทับใจ ด้วยการนำเสนอย่างมีประสิทธิภาพให้สัมผัสได้ถึงความหวังชัดเจนต่ออนาคตที่ดีกว่า
“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นำ “พรรคอนาคตใหม่” เสนอภาพนักบริหารหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีผู้อัดแน่นด้วยพลังอุดมการณ์ที่ปรารถนาเปลี่ยนประเทศ สลายความเหลื่อมล้ำ สร้างอนาคตที่ดีกว่าให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม
“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หนุ่มนักเรียนนอก ผู้ทรงภูมิครบเครื่องทางการเมือง ด้วยบุคลิกทรงเสน่ห์ใน “ภาวะผู้นำ” ฉะฉานในการแสดงออกอย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ สร้างความเชื่อมั่นว่าจะทำให้นานาชาติยอมรับในโดดเด่น จนเกิดความเขื่อถือศรัทธาต่อประเทศเราได้ นำ “พรรคก้าวไกล” สร้าง “หัวคะแนนธรรมชาติ” ท่วมท้น
วันนี้มาถึงบทบาทและหน้าที่ของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” มาถือธงนำสร้างประเด็นก่อกระแสสู่กับเกมกระสุน
แม้ยังจับต้นจนปลายไม่ติด แต่เริ่มเห็นวี่แววของแนวโน้ม “รัฐธรรมนูญ 2560” จะเป็นทางเลือกแตกหัก
ในจังหวะที่แนวโน้มสู้กัน 2 พรรค
“พรรคประชาชน” ที่ชัดเจนเดินหน้ารณรงค์รื้อทิ้งแล้วสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุติ “แช่แข็งประเทศ” ตามยุทธศาสตร์ คสช.
กับ “พรรคภูมิใจไทย” ที่มั่นคงในบท “องครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” รักษามรดกสืบทอดอำนาจรัฐประหาร
“กระสุน” ที่ยิงแม่นด้วยกลไกเครือข่ายบ้านใหญ่ ที่รวบรวมทั้งประเทศไว้ในมืออย่างหมดจด
กับ “กระแส” ที่ได้จาก “หัวคะแนนธรรมชาติ” ที่สร้างขึ้นด้วยความรู้สึกร่วมของเครือข่ายภาคพลเมืองที่เห็นว่าประเทศจำเป็นต้องมี “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
ที่จะเป็นประเด็นชี้ขาดผลเลือกตั้ง ใน “อำนาจประชาชน”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
