บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
เชลยศึกสงครามลาว (11)
สำเร็จตามแผน
“เราเดินเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งแบบลาดตระเวนมาเกือบ 1 ชั่วโมง เกือบ 2 ทุ่มแล้วผมดูนาฬิกา พวกเราเดินช้ามากเพราะอยากให้เงียบที่สุด จนหมู่นำจากกองร้อยสุรินทร์ให้สัญญาณหยุดหน่วยลง ผมให้ทุกคนหยุด และวางกำลังรอบตัวซ้ายขวา ตรวจการณ์ไปข้างหน้า สักครู่ จ่าที่นำหมู่หน้าเดินตะคุ่มๆ มาพบผมและบอกว่าเกือบถึงฐานแล้ว เหลืออีกไม่เกิน 300 เมตร ผมให้ ผบ.หมู่ทั้ง 4 หมู่มาหาผม และฟังคำสั่งการวางกำลัง
ผมตรวจการณ์ไปข้างหน้า ทำสายตาให้ชินกับความมืด ด้วยสายตาพอจะมองเห็นฐานสุรินทร์อยู่ข้างหน้าในความมืดน่าจะไม่เกิน 300 เมตร มองเห็นแนวรั้วลวดหนามอยู่ข้างหน้า และแนวบังเกอร์อยู่บนเนินสูงพอจะมองเห็น ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ มองไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ของข้าศึก ผมสั่งให้หมู่นำ 2 หมู่ของกองร้อยสุรินทร์คลานต่ำ และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอีกประมาณ 50-100 เมตร และเลือกวางตัวหาที่กำบังทางด้านซ้าย ส่วนอีก 2 หมู่ของผมให้คลานตามมา แล้วแยกวางตัวทางด้านขวามือ เว้นระยะห่างแต่ละหมู่ประมาณ 5 เมตร
ผมและพลวิทยุเข้าหาที่กำบังตรงกลางระหว่างกำลังของสุรินทร์และของผม ทุกอย่างเงียบมาก พวกเราน่าจะวางกำลังพร้อมแล้ว ผมใช้กล้องส่องสองตามองไปในความมืด พอมองภาพของฐานชัดขึ้น การวางตัวในระยะนี้น่าจะปลอดภัยจากเคลย์โมร์ของข้าศึก หากมันกดเคลย์โมร์นึกว่าเราจะบุกเข้ามาในฐาน ระยะห่างประมาณเกือบ 200 หลา น่าจะปลอดภัย ผู้หมู่ทางซ้ายของสุรินทร์ และผู้หมู่ทางขวาคลานมากระซิบผมว่าทุกหมู่พร้อมแล้ว
ผมรีบเอาวิทยุมาติดต่อกับเพื่อนย้ง ต้องรีบปฏิบัติการทันที ไม่อยากช้าไปกว่านี้ เพราะกลัวข้าศึกจะรู้ตัวก่อนและเสียแผน ผมพูดวิทยุกับเพื่อนย้ง ‘พานเซอร์’…จาก ‘หน.ใจ’ ทันทีที่ผมเรียก เพื่อนย้งตอบทันที ‘พานเซอร์ตอบ’ ผมรีบพูดกับเพื่อนย้งทันที ‘เฮ้ย…ไอ้ย้ง กูพร้อมโจมตีแล้ว มึงอัดมันตามแผนได้เลย’” จากนั้นไม่กี่อึดใจ เสียงปืนใหญ่ 105 ของเพื่อนย้งก็คำรามขึ้น เสียง ตึม! กรึม! ตึม! กรึม! มันยิงกระสุนแตกอากาศเหนือฐานสุรินทร์ 2-3 นัดแล้วก็หยุด
ทันทีที่สิ้นเสียงปืน การระดมยิงเข้าใส่ฐานสุรินทร์ของเราก็เริ่มต้นทันทีทั้ง M 16 M 79 และ M 60 เสียงปืนดังกึกก้องถี่ยิบ ผสมด้วยปืนกล M 60 ยิงเป็นชุดๆ อย่างต่อเนื่องเข้าใส่ฐานสุรินทร์ เห็นแนวกระสุนส่องวิถีเป็นแนวค่อนข้างสูง ผสมด้วยเสียง เฮี้ย! เฮี้ย! และเสียงเป่านกหวีดดังลั่นจากพวกเราอยู่ตลอดเวลา ผสมกับการยิงของปืนทุกกระบอกทั้งกึ่งอัตโนมัติ และยิงแบบอัตโนมัติ แล้วได้ยินเสียงตึม! ตึม! 1-2 ครั้งดังแทรกอยู่กับเสียงปืนของพวกเราที่ระดมยิงเข้าไปสู่ฐาน ประมาณ 2-3 อึดใจที่เราระดมยิงใส่ฐาน เสียงตึม! อยู่ด้านหลังได้ยินจาก ป.105 ของไอ้ย้ง จากนั้นช่วงครู่พลุส่องสว่างก็ระเบิดขึ้นเหนือฐานสุรินทร์ ทำให้พวกเรามองเห็นฐานได้ชัดเจน
ขณะนี้ พวกเราหยุดยิงแล้ว หลังจากพลุส่องสว่างขึ้นเหนือฐานสุรินทร์ ผมมองไปที่ฐานก่อนที่แสงสว่างของพลุจะหมดลง และพอจะมองเห็นคน 4-5 คน กำลังวิ่งตามกันออกมาตรงช่องทางออกของฐานสุรินทร์ เห็นได้ชัดเจนไม่ต้องสงสัย เป็นเพื่อนผมและลูกน้องแน่นอนทั้ง 5 คน ไม่มีการยิงจากพวกเราอีก เพื่อนผมไม่ลังเลที่จะวิ่งออกมาตามแผน ข้าศึกกดเคลย์โมร์แต่ไม่สามารถทำอันตรายต่อพวกเราได้และมันคงมุดอยู่ในบังเกอร์ตอนเราระดมยิงเข้าใส่ฐานหรือไม่ก็ถอนตัวออกไปอีกด้านของฐาน โดยคิดว่าเราต้องทุ่มกำลังเข้าโจมตีแน่ๆ
ผมรีบรวมกำลัง และถอนตัวออกจากพื้นที่วางตัวหน้าฐานสุรินทร์ทันที ผมรู้ว่าแผนเราน่าจะสำเร็จและจบแล้ว และไม่มีเหตุการณ์อื่นๆ เข้ามาแทรก และต่อมาได้ทราบว่าเพื่อนผมและลูกน้องอีก 5 คน ได้หนีออกมาได้แล้ว และกำลังกลับเข้าไปที่ฐานกองพัน BI-15
โดยไม่รั้งรอใดๆ ผมพาลูกน้องของผมและกำลังของกองร้อยสุรินทร์ถอนตัวเร่งฝีเท้าเดินอย่างเร่งรีบมุ่งสู่ฐานของผมทันที กลัวอย่างเดียวว่ามันจะยิง ป.จากทุ่งไหหินมาในตอนนี้ คงเกิดปัญหาแน่นอน แต่ก็โชคดีไม่มีเหตุการณ์ ผมกลับเข้าฐานของผมพร้อมลูกน้องเดนตายและกำลังของกองร้อยสุรินทร์ได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงฐานผมนั่งพักอยู่ในคูเรดหน้าบังเกอร์ด้วยความโล่งใจ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แผนผมสำเร็จ และช่วยให้เพื่อนของผมและลูกน้องหนีออกจากนรกทั้งเป็นออกมาได้ เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ผมรู้สึกผ่อนคลายกับความเครียดที่ลดลงจากสถานการณ์ในวันนี้ และไม่ลืมวิทยุบอกเพื่อนย้งว่าไอ้เหมียวออกมาได้แล้วและปลอดภัยแล้ว และขอบคุณเพื่อนย้งที่ช่วยกันให้เป็นไปตามแผนทุกอย่าง
คืนนี้ผมขอนอนพักข้างนอกในคอกบังเกอร์ เพื่อจะได้สูดอากาศสดชื่นข้างนอกบ้าง ถ้ามันถล่มมาด้วย ป. ถึงจะลงไปนอนในรู แล้วผมก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลียในคืนนั้น”
บ่ายวันต่อมา หลังจากได้ช่วยเหลือกำลังที่เหลือรอดจากฐานสุรินทร์มาได้แล้ว เครื่องบินทิ้งระเบิดของฝ่ายเราก็ทำการทิ้งระเบิดทำลายฐานสุรินทร์เพื่อมิให้ข้าศึกใช้ประโยชน์ได้ตามแผนที่กำหนดไว้แต่แรก
“นายเทพ” ที่บ้านนา
ใน THE BATTLE FOR SKYLINE RIDGE เจมส์ อี.ปาร์เกอร์ จูเนียร์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอ DESK OFFICER ประจำพื้นที่ล่องแจ้ง บันทึกการเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์เข้าสู่พื้นที่การรบบ้านนาเพื่อประเมินสถานการณ์ด้วยตนเองของ “นายเทพ-พลตรีวิฑูรย์ ยะสวัสดิ์” เมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ.2514 ซึ่งการสู้รบกำลังเป็นไปอย่างหนัก ว่าปกตินักบินจะใช้วิธีบินในระดับต่ำเรี่ยยอดไม้ลัดเลาะภูมิประเทศไปยังจุดร่อนลง แต่ครั้งนี้กลับใช้เพดานบินระดับสูงไปลอยลำรอจังหวะอยู่เหนือจุดร่อนลงฐานบ้านนา เมื่อฝ่ายเวียดนามเหนือเว้นจังหวะการยิง เฮลิคอปเตอร์ก็ทิ้งตัวลงแบบควงสว่านแตะพื้น และทันทีทันใดที่เทพและคณะกระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ ฝ่ายเวียดนามเหนือก็เปิดฉากยิงถล่มจุดลงพื้นและบังเกอร์ที่บังคับการที่อยู่ใกล้เคียงทันที นักบินยังรายงานด้วยว่าขณะที่ดึงเครื่องขึ้นนั้น เขาสามารถได้กลิ่นดินปืนจากลูกกระสุนที่ตกลงมาใกล้ๆ รอบตัวด้วย
การปรากฏตัวของผู้บังคับบัญชาสูงสุดแห่งสมรภูมิลับลาวในพื้นที่สู้รบที่กำลังคับขันครั้งนี้ ได้สร้างขวัญกำลังใจต่อทหารไทยในฐานบ้านนาเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งการส่งกำลังทหารเสือพรานเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ก็ยิ่งทำให้มีขวัญกำลังใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
เรื่องถึงไวต์เฮาส์
สถานการณ์ในลาวถูกรายงานเข้าวอชิงตันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์รบที่ทุ่งไหหินและล่องแจ้ง เจมส์ อี.ปาร์เกอร์ จูเนียร์ บันทึกจากรายงานของ ซีไอเอ.ว่า…
31 มีนาคม พ.ศ.2514 ณ ไวต์เฮาส์ตะวันตก ซาน เคลเมนเต แคลิฟอร์เนีย มีการประชุม “คณะกรรมการ 40” ซึ่งมีเฮนรี คิสซินเจอร์ เป็นประธาน ได้มีการถกแถลงสถานการณ์ที่บ้านนา ที่ประชุมยอมรับความสำเร็จของนายพลวังเปา และกำลังทหารไทยที่สามารถต่อสู้จนสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับฝ่ายเวียดนามเหนือ อันเป็นการบั่นทอนความเข้มแข็งของกำลังกองทัพเวียดนามเหนือในลาว ซึ่งย่อมส่งผลต่อการลดขีดความสามารถของทหารเวียดนามเหนือในพื้นที่การรบเวียดนามใต้อีกด้วย คิสซินเจอร์ขอให้ที่ประชุมหาทางช่วยเหลือปฏิบัติการลับของซีไอเอในลาวต่อไป และเสนอว่าควรต้องให้ความช่วยเหลือในการส่งกำลังทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากพื้นที่การรบแห่งนี้ด้วยการส่งเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ “กันชิพ- ฮิวอี้ คอบร้า” ซึ่งประจำการอยู่ที่อุดรธานี เข้าสนับสนุนการส่งกลับทางการแพทย์จากล่องแจ้งซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ แต่ต่อมามีการพิจารณาว่า การใช้กันชิพ-ฮิวอี้ คอบร้า ในลาวขัดต่อข้อห้ามตามกฎการใช้อาวุธ-Rules of Engagement จึงเปลี่ยนเป็น UH-1 ติดอาวุธ ซึ่งมีประสิทธิภาพรองลงมาเข้าให้การสนับสนุนแทน www.Bunchon.net
