เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
มันเป็นห้องแสดงผลงานศิลปะ ที่ถูกทำให้เกือบจะมืดไปทั้งแปดด้าน เห็นเพียงแสงเหลืองสลัวจากหลอดไฟ LED ตัวจ้อยที่ราคาแพงเกินจริง มันถูกนำมาใช้ส่องสว่างให้กับผลงานศิลปะของเหล่าบรรดาศิลปิน ผู้ที่มีชีวิตและใช้เรื่องราวของตัวเองประดิดประดอย สรรค์สร้างผลงานขึ้นมาจากผลรวมของชีวิต
ชิ้นส่วนองค์ประกอบของงานศิลปะน้อยใหญ่ หามาได้จากเศษซากจากความทรงจำของความสุขและความทุกข์ และร่วมด้วยกับความสวยงามและความขี้เหร่ที่พึงมีพึงได้ของนิสัยใจคอ
รายละเอียดชีวิตกระทั่งแง่มุมของเขาและเธอถูกนำมาเกี่ยวพันกัน ในแบบหลอมรวม ปั้นแต่ง หรือขีดสายเส้น ระบายอารมณ์ แปรรูปเรื่องราวของชีวิต ให้เป็นสิ่งที่เดียวที่พวกเขามีและเป็น
ภายในงานแสดงงานศิลปะ คงนิยมไว้ซึ่งความอึมครึม โดยหวังพึ่งพาความสว่างอันน้อยนิด กับแสงที่ไม่เจิดจ้าจนเกินเลย ไปทำลายบรรยากาศ เพราะความเกือบมืดทั้งแปดด้านชักชวนความรู้สึกของใครต่อใครให้สนใจ หันหน้าเข้าหาแสงเพื่อชมงานศิลปะ และอาจพบเข้ากับศิลปินเจ้าของผลงานนั้น หากจะยังมาร่วมงานด้วยในคราวนี้
บรรยากาศชวนสะลึมสะลือ อบอวลเต็มไปกลิ่นไอแห่งความเพ้อฝัน ราวกับต้องมนตร์แห่งศิลป์ และมันไม่ได้เงียบเชียบสักทีเดียว ก้าวเดินเพ่นพ่านแฝงด้วยรสนิยมของผู้คน คละเคล้าเข้ากันกับเสียงเพลงบรรเลงเพลิดเพลินแบบเหมารวม ไม่เป็นไปตามใจของใครเป็นพิเศษ ผู้คนต่างอยู่ยืนตรงนั้นและตรงนี้ กำลังยืนดูผลงานชีวิตที่มีมากหลาย เพื่อดูสิ่งที่พวกเขาและเธอเรียกมันว่า “ศิลปะ”
อีกด้านหนึ่งของมุมห้องตรงแสงเหลืองริบหรี่ มีผลงานรูปภาพใส่กรอบเพียงภาพเดียว ถูกแขวนห้อยอยู่บนฝนังไม้สีขาวทาซ้ำ ผู้ชมเป็นหญิงวัยกลางคน ท่าทีใช้ความคิด กำลังขยับคิ้วย่น คงสีหน้าไว้ด้วยความสงสัย เธอยื่นหน้าฟอกแป้งขาวเข้าไปใกล้รูปภาพ ควานสายตาไปมาราวกับจะหาบางสิ่งบางอย่าง อาจเป็นไปได้ว่า เธอกำลังเสาะหาความสวยงามที่อยู่ในรูปภาพ ใกล้กันกับหล่อน เป็นชายดูแก่วัยกว่า ยืนกอดอก หงกหัวหงึกๆ พร้อมด้วยอมยิ้ม
ราวกับจะเข้าใจและเห็นแล้วกับบางสิ่งบางอย่าง

และนั่นเด็กหนุ่มผอมสูงใส่แว่นตาหนาเตอะคนนั้น กำลังลังเลใจอยู่กับผลรวมคำนวณราคาของรูปภาพ ครุ่นคิดคณิตในหัว ด้วยหวังรู้แจ้งราคาต้นทุนในการผลิต รูปภาพใส่กรอบราคาเท่าไร หากรวมแล้วกับค่าขนส่ง และใครอีกหลายคนมองรูปภาพจากระยะไกล ไม่ย่างกรายเข้าใกล้ ก่อนที่พากันก้าวเท้าค่อยๆ เลือนหายเข้าไปในความมืดของอีกด้าน
ข้างใต้รูปภาพมีตัวหนังสือบอกให้รู้ “ไม่มีคำบรรยาย” ราวกับว่ามันถูกประดับประดาอยู่ด้วยความสงสัย ไร้หนทางชี้นำ ให้ก่อเกิดอาการหลุ่มหลง เกลียดชัง ผู้สร้างภาพกำลังสื่อสารถึงสิ่งใด ไม่มีใครรู้ ใครสักคนกระสับกระส่ายหมายเข้าใจ ความรำคาญใจของเขาและเธอเป็นเหมือนก้อนกรวดที่อยู่ในรองเท้า ทว่ามันอาจจะแย่ยิ่งกว่า ด้วยไม่มีใครคนใดถอดความหมายชีวิตอันแตกต่างและเป็นปริศนาให้แก่กันได้แต่โดยง่ายดาย ดั่งเช่นการถอดรองเท้า
“บางครั้งชีวิตของใครบางคน ยังคงไร้ซึ่งคำบรรยาย และเพราะคำว่าชีวิต มันจะยังเป็นศิลปะอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าใครคนนั้นจะยังไม่เข้าใจ”
อีกไม่นาน วันคืนของปีนี้จะหมดไปตามบันทึกของปฏิทิน และด้วยสำนึกตามธรรมเนียมปฏิบัติ หลายคนมีความหวังแฝงตัวมาด้วยเผื่อไว้ให้กับ “การได้อยู่ดีกินดี” กว่าปีนี้ที่กำลังจะพ้นผ่านไป
วันเดือนปีแผ่นสุดท้าย บอกให้รู้ว่าถึงวาระของการหยุดยาวกันข้ามปี เช่นนี้แล้วการเดินพักผ่อนตามถิ่นต่างๆ คงจะเกิดขึ้นตามมาด้วย
และในช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองนี้ โปรดให้คำอธิษฐานส่งท้ายปีของผมได้มีโอกาสติดรถไปด้วยทั้งขาไปและขากลับ
และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเดินทางจะโลดแล่นอยู่บนเส้นทางของความปลอดภัย แล้วกลับมานั่งอ่านคำอวยพรสวัสดีปีใหม่ต่อในตอนหน้า กับช่วงเวลาที่อีกไม่นานเกินรอ
ขอบคุณมากมายครับ
