bg-single

ส่องภาพการศึกษาไทย หลังเลือกตั้งปี 2569 รุ่งหรือร่วง

28.12.2025

| การศึกษา

ใกล้สิ้นปีงูเล็ก 2568 เข้ามาทุกที ประเทศไทยเรียกว่าแทบจะเข้าสู่อาการโคม่า 50/50 ทั้งสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงแบบตาไม่กะพริบ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้ำท่วม และสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมถึงด้านการศึกษา เด็กต้องหยุดเรียน เลื่อนสอบ ซ้ำเติมคุณภาพให้ตกต่ำลงยิ่งขึ้น

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและวัตกรรม (อว.) นอกจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์ภาพใหญ่ มีการปรับรัฐมนตรี ศธ. ปีเดียว 5 คน ขณะที่ อว. แม้จะน้อยกว่า แต่ก็เรียกว่าได้ปรับเข้าปรับออกกันทุกรอบ

ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ครูแหม่ม-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ยอมรับว่า แม้จะได้รับคำสั่งให้ปฏืบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ แต่ก็ส่งผลให้การดำเนินการนโยบายต่างๆ ในส่วนที่ต้องใช้การพิจารณาของรัฐสภามีการสะดุดหรือไปต่อไม่ได้

เช่น การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของ ครม. และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการนำไปบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เมื่อมีการยุบสภาจึงทำให้ขั้นตอนนี้หยุดชะงักและต้องรอการประชุมสภาในวาระหน้าต่อไป

ส่วนนโยบายอื่นๆ ที่เคยได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานใน ศธ. ได้มีการลงนาม เพื่อนำเรื่องเหล่านั้นเข้าสู่ ครม.ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่ดิฉันได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้วคือการปรับแก้ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน ที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่ทางโรงเรียนเอกชนสะท้อนกลับมาโดยตลอด แต่ในตอนนี้เมื่อมีการยุบสภา ก็อยู่ที่การตัดสินใจของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวก็เสียใจ ที่ไม่สามารถผลักดันให้แล้วเสร็จ รวมไปถึงเรื่องของโครงการบ้านพักครู และการจัดตั้งสหกรณ์กลางของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ต้องรอการตัดสินใจของ สลค.ว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.หรือไม่

แต่ส่วนตัวคาดว่าเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของรัฐบาล แม้ว่าจะมีแหล่งเงินทุนจากธนาคารบางส่วน แต่ก็ยังต้องของบประมาณเพื่อมาชดเชยให้กับธนาคารเพิ่มเติม ก็อาจดำเนินการต่อได้ยาก

อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างๆ ภายใน ศธ.ที่สามารถดำเนินการต่อได้ทันทีก็คือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะและการโยกย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากเป็นการดำเนินการที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ก็จะได้เห็นความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในรูปแบบคู่มือการขอวิทยฐานะที่มีการปรับปรุงแล้ว

ในส่วนของการเยียวยาสถานศึกษาที่ประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ และประสบปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ถือเป็นเรื่องที่มีงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจาก ครม. แต่กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน เชื่อว่าทาง สลค.จะนำเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับทราบเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ต่อไป

“ตอนนี้ทุกหน่วยงานใน ศธ.ก็ยังสามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ตามปกติ ส่วนอนาคตหลังการเลือกตั้ง ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องกลับมาที่ ศธ. ขอให้ดูผลของการเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึงการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ซึ่งคงไม่สามารถไปกำหนดล่วงหน้าได้ ว่าจะเลือกอยู่กระทรวงใด” นางนฤมลกล่าว

สมพงษ์ จิตระดับ

ขณะที่ นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางประเทศ โดยเฉพาะในมิติของการศึกษา ส่วนตัวเห็นว่าประชาชนควรใช้โอกาสของการเลือกตั้งครั้งนี้ในการพิจารณาเลือกพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษาอย่างจริงจัง มีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน และสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาการศึกษาในระยะยาว ไม่ใช่เพียงนโยบายเชิงสัญลักษณ์หรือระยะสั้น

“รวมถึงควรเป็นพรรคการเมืองที่สามารถนำเสนอรัฐมนตรีที่มีความเป็นมืออาชีพ มีความรู้ ความเข้าใจในระบบการศึกษา มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และเอาใจใส่ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเข้ามาดำเนินการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง ควรให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา นำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาใช้ ทั้งในด้านนวัตกรรม องค์ความรู้ และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาการศึกษาของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน” นายสมพงษ์กล่าว

ส่วนคุณสมบัติรัฐมนตรีที่จะเข้ามาบริหารงานด้านการศึกษานั้น จำเป็นต้องมีความสามารถในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเต็มศักยภาพ ไม่ควรแก้ไขปัญหาในลักษณะเฉพาะหน้าหรือรายวัน รายสัปดาห์ แต่ต้องมีการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาการศึกษาไทยในระยะยาว ทั้งในส่วน ศธ. และ อว. ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่าแทบจะไม่มีการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ส่งผลให้ภาพรวมของการศึกษาในรอบปีที่ผ่านมาเป็นไปในลักษณะที่เลื่อนลอย ขาดทิศทางที่ชัดเจน และไม่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้

“ผมอยากให้เหตุการณ์และสถานการณ์ด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นในปีนี้ ถูกนำมาใช้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเลือกตั้งในครั้งหน้า เพื่อให้ระบบการศึกษาไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม โดยต้องได้บุคคลที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง เข้ามาบริหารงานทั้งใน ศธ.และ อว. ไม่ใช่นักการเมืองที่เข้ามาดำรงตำแหน่งจากโควต้าทางการเมืองที่เหลืออยู่”

“ทั้งนี้ ประเด็นที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุด คือการมีนโยบายด้านการศึกษาที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึง เนื่องจากหลายพื้นที่ในปัจจุบันมีศักยภาพและความพร้อมในการจัดการศึกษาด้วยตนเองแล้ว” นายสมพงษ์กล่าว และว่า

ผู้ที่เข้ามาบริหารจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของกระทรวง ทำหน้าที่ในลักษณะของผู้สนับสนุน ลดขนาดและบทบาทของกระทรวงลง และมุ่งเน้นการทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย จัดสรรทรัพยากร และติดตามกำกับมาตรฐานคุณภาพการจัดการเรียนการสอนเป็นหลัก

ขณะที่การออกแบบหลักสูตรควรเปิดโอกาสให้มีการกระจายอำนาจไปยังพื้นที่การศึกษาต่างๆ เพื่อให้สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีอิสระ และสอดคล้องกับบริบท ความต้องการ และความแตกต่างของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง

แม้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่ แต่ก็ต้องมองไปข้างหน้า และภาวนาว่า นักการเมืองไทยจะเห็นความสำคัญของการศึกษา เลือกคนที่เหมาะสมมาบริหาร ศธ.และ อว.



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร